“คล็อปป์” ยืนยันส่ง “เคลเลเฮอร์ ” ลงมือหนึ่งรับมือวูล์ฟแธมตั้น

"คล็อปป์" ยืนยันส่ง "เคลเลเฮอร์ "

เจอร์เกน คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมันของ ลิเวอร์พูล ออกมาเปิดเผยว่า เขาจะส่ง ควีวีน เคลเลเฮอร์ ลงสนามเป็นผู้รักษาประตูตัวจริง ในเกมพรีเมียร์ลีก นัดต่อไปที่จะเปิดรังแอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของ วูล์ฟแธมตั้น ทีมอันดับที่ 10 "ควีวีน เคลเลเฮอร์" มือกาวดาวรุ่งชาวไอร์แลนด์ ซึ่งรับบทเป็นมือ3 ของทีม ถัดจาก "อลิสัน เบ็คเกอร์" นายด่านทีมชาติบราซิล และ อาเดรียน จอมเก๋าจากสเปน โดยเขาได้โอกาสลงสนามในฟุตบอลยูฟ่า แชมป์เปียนลีก ในเกมที่ ลิเวอร์พูล มีชัยเหนือ อาแจ็ก อาร์มสเตอร์ดัมส์ 1-0 ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายแบบไม่ต้องไปลุ้นในนัดสุดท้าย ซึ่งทาง เจอร์เกน คล็อปป์ ได้กล่าวว่า “ควีวีน เคลเลเฮอร์โชว์ผลงานได้อย่างน่าประทับใจในเกมที่แล้ว แต่เขายังต้องพิสูจณ์ตัวเองอีกเยอะ เขาเป็นผู้รักษาประตูที่เก่งกาจคนหนึ่ง แต่กับตำแหน่งนี้ มันเป็นเรื่องยากพอควร เนื่องจากเราสามารถส่งประตูลงสนามได้แค่คนเดียว ตอนนี้เขาได้รับโอกาสลงสนามแล้ว เขาทำให้ทุกคนเชื่อมั่นว่าเขาทำได้ ซึ่งความจริงเรารู้อยู่แล้วว่าจะเป็นแบบนั้น  ในส่วนของ อาเดรียน เขายังมีส่วนสำคัญกับทีมเรา เขาเป็นมืออาชีพทั้งที่เขารู้อยู่แล้วว่าจะไม่ได้ลงสนามในเกมนี้ แต่เขาก็ยังฝึกซ้อมอย่างมุ่งมั่น เป็นสิ่งที่น่าชื่นชมมากเลยทีเดียว ควีวีน เคลเลเฮอร์กำลังโชว์ผลงานได้ดี จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่ผมจะไม่ส่งเขาลงสนาม เขารอโอกาสมาเป็นเดือนเป็นปี บางครั้งต้องรอโอกาสจนจะกว่าถึงเวลา และตอนนี้คือเวลาที่ใช่ของเขาแล้ว” ควีวีน เคลเลเฮอร์ นายด่านวัย 22 ปี อยู่กับทีมเยาวชนของสโมสร ลิเวอร์พูล มาตั้งแต่ปี 2015 ถูกดันขึ้นมาเล่นกับทีมชุดใหญ่ ในปี 2019 ได้โอกาสลงสนามแล้ว 5 นัด ติดทีมชาติไอร์แลนด์ มาตั้งแต่แยยาวชนรุ่นอายุ 17 ,19 และ 21 ถูกเรียกตัวติดทีมชาติชุดใหญ่แล้ว แต่ยังไม่ได้ลงสนาม สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ “มิเกล อาร์เตต้า” ที่ต้องรับผิดชอบผลงานของอาร์เซน่อลวิเคราะห์-ฟันธง ฟุตบอล ช้างเอฟเอคัพ รอบ 32 ทีมสุดท้าย คู่วันอาทิตย์ที่ 6 ธควิเคราะห์เกมพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นัดที่ 8 เลสเตอร์ เฉือน วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-0

“ดาบิด เดเคอา” รัก แมนฯยู เปรียบเหมือนเป็นบ้านอีกหลังหนึ่ง

"ดาบิด เดเคอา" รัก แมนฯยู เปรียบเหมือนเป็นบ้าน

สำหรับแฟนบอล ผีแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด น่าจะรู้จักกันดีถึงอีก 1 ผู้รักษาประตูชื่อดัง มือวางอันดับ 1 ประจำทีมอย่างดาบิด เดเคอา เขาเกิดที่กรุงมาดริดประเทศสเปน ก้าวเข้าสู่วงการค้าแข้งด้วยการเล่นให้กับทีมเยาวชนแอตเลติโก มาดริด ในปี 2003 ก่อนจะได้ขึ้นไปเล่นให้กับทีมสำรองของทีมตราหมีในปี 2008 จากนั้นเพียงปีเดียวก็ได้ขยับขึ้นไปเล่นให้กับทีมฟุตบอลตัวจริงชุดใหญ่ในปี 2009 นอกจากนี้ในด้านทีมชาติ แล้วถูก เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ดึงตัวมาร่วมทีมแมนฯยูในปี 2011 จนถึงปัจจุบัน โดย "ดาบิด เดเคอา" เมื่อครั้งที่เซ็นสัญญาเข้ามาอยู่กับทีมแมนฯยูครั้งแรกในปี 2011 ได้ชื่อว่าเป็นผู้รักษาประตูที่มีอายุน้อยและอนาคตใกล้คนหนึ่ง มาจนถึงปัจจุบันไม่นานเขาก็อยู่กับทีมแมนฯยูมาได้ 10 ปีแล้ว กับอายุจะขึ้นเลข 30 ซึ่งเขาก็ได้ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ของทีมแมนฯยู สรุปสาระสำคัญได้ว่า ตนเองนั้นรู้สึกพิเศษเป็นอย่างมากในชีวิตนี้ที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของทีมแมนฯยู ทำให้ตนรู้สึกว่าที่นี่มันเป็นบ้าน และเวลาจะเปลี่ยนแปลงไป แต่ตนเองก็ยังรู้สึกว่าเป็นคนเดียวกับเมื่อก่อนหากแต่มีความเป็นผู้ใหญ่มากยิ่งขึ้นจากประสบการณ์ที่ได้รับ ในครั้งแรกที่ตนได้มาอยู่กับทีมแมนฯยูนั้น ตนต้องมาอยู่กับสโมสรฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ ที่มีเพื่อนร่วมงานมากมายหลายภาษา รวมทั้งรูปแบบวัฒนธรรมที่ไม่เหมือนเดิม ทุกอย่างถือว่าแตกต่างไปจากที่ตนเคยพบเจอแต่ตนก็สามารถเติบโตขึ้นมากในทีมแมนฯยูนี้ในฐานะนักเตะ และตนก็รู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างมากกับช่วงเวลาดีๆในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ที่ได้อยู่กับทีมแมนฯยูมันช่างเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก อีกทั้งตัวเองได้เรียนรู้จักข้อผิดพลาดของตัวเอง ทำให้เริ่มเติบโตมากขึ้นเมื่อพบเจอกับสถานการณ์ต่างๆเพราะคุณจะได้เรียนรู้จักมัน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ผมพบเจอเรื่องที่เลวร้ายในชีวิตในขณะที่อยู่ในแมนฯยูแต่เมื่อปีที่แล้วนั้นได้ผ่านพ้นไปมันก็มีช่วงเวลาที่ดีและแย่ปะปนกันไป แต่ตอนนี้ตนเองกำลังทำผลงานได้ดีและตนเองก็จะมุ่งมั่นต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตอย่างใจจดใจจ่อ และก็หวังว่าจะได้อยู่กับทีมแมนฯยูอีกหลายปี และนอกจากนี้ผู้รักษาประตูคนดังยังทิ้งได้ทิ้งท้ายอีกว่า การได้เล่นให้กับทีมฟุตบอลแบบนี้ และในระดับนี้เป็นเวลาหลายปีติดต่อกันมันไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายๆเลย ซึ่งตนเองภูมิใจกับสิ่งนี้เป็นอย่างมาก และนี่เองก็เป็นสิ่งที่ผู้รักษาประตูทีมแมนฯยูและเปิดใจเอาไว้ สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ สื่อเผยเปแอสเชพร้อมควักกระเป๋าก้อนโตหวังกระชากตัว “รามอส” เข้าเสริมทีมไอปืนโตเข่าทรุด! “เอลเนนี่” ถึงคราวซวยรับเชื้อโควิด-19 เข้มกักตัวจนกว่าจะหาย“เดอ บรอยน์” โปรยยาหอม ลั่น กำลังเจรจาเรื่องสัญญาฉบับใหม่ด้วยตัวเอง!

“คาร์โล คูดิชินี่” ผู้รักษาประตู ตัวสำรอง มากความอดทนของเชลซี

ผู้รักษาประตู คาร์โล คูดิชินี่

ในช่วงเวลาที่สโมสรเชลซีมีผู้เล่นอย่างปีเตอร์ เช็คทำหน้าที่เป็น ผู้รักษาประตู หลักอย่างยาวนานนั้น ยังมีนักเตะที่ทำหน้าที่ในตำแหน่งเดียวกันอยู่คนหนึ่งที่เรียกได้ว่าเป็นสำรองอดทนของผู้รักษาประตูชาวกรีซทั้งๆ ที่เขามีฝีมือมากพอจะยืนเป็นตัวจริงให้กับทีมอื่นๆ ในพรีเมียร์ลีกแต่ทว่าเจ้าตัวกลับเลือกที่จะสู้ในทีมสิงโตน้ำเงินครามต่อไป จนกระทั่งยอมย้ายออกไปเป็นสำรองในทีมอื่นอยู่ดี หลังจากที่คาร์โล คูดิชินี่ได้ย้ายทีมมาอยู่กับเชลซีในปี 1999 ก่อนที่จะยืดตัวจริงได้ต่อจากผู้รักษาประตูอย่างเอ็ด เดอ โก จากนั้นไม่นานจุดสูงสุดของคูดิชินี่ก็มาถึงเมื่อเขาได้รับรางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล 2002/2003 อีกด้วย จนกระทั่งในฤดูกาล 2003/2004 ที่เจ้าตัวได้รับอาการบาดเจ็บหนักจนเมื่อการมาถึงของโชเซ่ มูรินโญ่ผู้จัดการทีมชาวโปรตุเกส ทีมสิงโตน้ำเงินครามจึงได้ซื้อผู้รักษาประตูคนใหม่อย่างปีเตอร์ เช็คเข้ามาแทนที่คูดิชินี่ นับจากฤดูกาล 2004 ถึง 2009 นั้นทาง ผู้รักษาประตู ชาวอิตาลี ได้ตกเป็นสำรองอย่างถาวรให้แก่ปีเตอร์ เช็คจนกระทั่งในแมตช์ระหว่างเชลซีกับเรดดิ้งที่ทางเช็คได้รับอาการบาดเจ็บจนกะโหลกร้าว ส่วนคูดิชินี่ก็ถูกเล่นงานในเกมเช่นกันจนเจ้าตัวหมดสติและต้องพักการเล่นไปจนถึงปีใหม่เลยทีเดียว ก่อนที่ต่อมาคูดิชินี่จะย้ายออกจากรังสแตมป์ฟอร์ดบริดจ์ไปอยู่กับสเปอร์สแต่สุดท้ายเขาก็ยังคงเป็นผู้รักษาประตูคนสำรองต่อจากเฮเรโล่ โกเมซอยู่ดี น่าเสียดายที่คูดิชินี่มีโอกาสโชว์ในฐานะผู้รักษาประตูได้น้อยมาก โดยเขามีฤดูกาลที่ดีกับเชลซีเพียง 4 ฤดูกาลเท่านั้น ก่อนที่จะย้ายไปเล่นกับสเปอร์สอีกถึง 5 ฤดูกาล จนกระทั่งย้ายไปปิดอาชีพค้าแข้งกับทีมดังในสหรัฐอเมริกาอย่างแอลเอ กาแล็คซี่ในปี 2014 ที่เรียกได้ว่าถ้วยรางวัลของเขานั้นสวนทางกับฝีมืออย่างมากเลยทีเดียว สามารถติดตามข่าวกีฬา ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น มากมายในเว็ปไซต์ได้เพิ่มเติม ไก่สน เบล ไหม? ราชันชุดขาวยื่นข้อเสนอยืมแข้งพร้อมช่วยค่าเหนื่อย“แกเร็ธ เบล” ลุ้นคืนถิ่น หลังเอเย่นต์เผยนักเตะยังคงรัก “สเปอร์ส” สุดหัวใจไม่ต้องติดต่อมาละนะ “แจ๊ค กรีลิช ” ต่อสัญญากับวิลล่า ออกไปถึงปี 2025

ลาแล้ว อาร์เซนอล “มาร์ติเนซ” ย้ายไปอยู่กับ แอสตันวิลล่า ด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์

มาร์ติเนซ

ถือว่าเป็นตัวอย่างอีกหนึ่งความอดทนอดกลั้น และพยายามต่อสู้ในเวทีการค้าแข้งอาชีพอย่างดีเยี่ยมอีกคนหนึ่งนั่นก็คือ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ ผู้เล่นในตำแหน่งผู้รักษาประตูอันดับ 2 ของทีมฟุตบอลปืนใหญ่ อาร์เซนอล ที่รอคอยโอกาสแสดงฝีมือมานานกว่า 10 ปี ในทีมอาร์เซนอลทีมนี้ ก่อนที่ มาร์ติเนซ จะได้มีโอกาสแสดงฝีมือในฐานะผู้รักษาประตูติดต่อกันยาวหลายนัดแทน แบรนด์ เลโน ผู้รักษาประตูตัวจริงอันดับหนึ่งของทีมอาร์เซนอล เกิดอาการบาดเจ็บในระหว่างเกมการแข่งขันพรีเมียร์ลีกอังกฤษในช่วง เดือน มิถุนายน  2020 ที่ผ่านมา ทำให้ มาร์ติเนซ ต้องรับหน้าที่ผู้รักษาประตูตัวจริงยาวนานหลายนัดนับแต่นั้นมาจนสิ้นสุดฤดูกาลแข่งขัน และจบลงตรงที่ทีมอาร์เซนอล สามารถคว้าแชมป์เอฟเอคัพฤดูกาลที่ผ่านมาได้สำเร็จ แถมด้วยการเอาชนะทีมฟุตบอลหงส์แดง ลิเวอร์พูล แชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษฤดูกาลที่ผ่านมา ในเกมการแข่งขัน คอมมูนิตี้ชิลด์ อย่างไรก็ตามปัญหาใหญ่ของ มาร์ติเนซ นั่นก็คือ แม้ว่าเขาจะทำผลงานการแข่งขันได้ดีมากเท่าไหร่ก็ตาม แต่ฝ่ายผู้บริหารของทีมอย่างจะให้โอกาสเขาเป็นผู้รักษาประตูตัวจริงของทีมต่อไปหรือไม่เมื่อเปิดฤดูกาลแข่งขันใหม่และผู้รักษาประตูมา 1 ตัวจริงของทีมหายจากอาการบาดเจ็บแล้ว โดย มาร์ติเนซ ก็มีข่าวออกมาก่อนหน้านี้แล้วว่า มีทีมฟุตบอลหลายทีมต้องการได้ตัวเขาไปร่วมทีม และติดต่อขอซื้อตัวมาในช่วงซัมเมอร์ 2020 นี้ แต่ "มาร์ติเนซ" ก็ยังแบ่งรับแบ่งสู้ เพราะยังอยากอยู่กับทีมอาร์เซนอลต่อไป หากแต่ถ้าไม่ได้รับโอกาสลงเล่นมากเท่าที่ควรเขาก็อาจจำเป็นเลือกตัวเลือกที่เป็นเส้นทางที่ดีกว่าสำหรับตนเอง ในที่สุดก็ดูเหมือนว่าทางฝ่ายผู้บริหารของอาร์เซนอลจะตัดสินใจแล้วว่า จะเลือกเก็บใครเอาไว้นั่นก็คือการคืนตำแหน่งผู้รักษาประตูตัวจริงให้กับ แบรนด์ เลโน ที่หายจากอาการบาดเจ็บแล้ว กลายมาเป็นผู้รักษาประตูตัวจริงในคืนวันที่ 12 กันยายน 2020 ที่ทีมอาร์เซนอลเดินทางไปเรียนบ้านของทีมฟุตบอลฟูแล่มในนัดเปิดสนามฤดูกาลใหม่ที่ผ่านมา มันจึงทำให้มาร์ติเนซตัดใจได้เสียที และเลือกทำให้ดีกว่าโดยมีข่าวออกมาว่าผู้รักษาตัวคนนี้กำลังจะย้ายไปอยู่กับทีมสิงโตผงาด แอสตันวิลล่า ดูราคาค่าตัวที่ประมาณ 20 ล้านปอนด์ และได้มีการตรวจร่างกายการไปเรียบร้อยแล้วในวันเสาร์ที่ผ่านมา ปิดฉากตำนานผู้รักษาประตูขัดตาทัพแห่งทีมอาร์เซนอลในช่วงท้ายฤดูกาล 2019-2020 ในแบบนี้เอง สามารถติดตามข่าวกีฬา ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น มากมายในเว็ปไซต์ได้เพิ่มเติม และขอบคุณที่มาของแหล่งข้อมูล Ufabet72 เว็บไซต์ที่ดีที่สุดตลอดกาล [บทวิเคราะห์]เจาะลึก 3 จุดแข็งของ “จอร์นิจิโอ ไวจ์นัลดุม” ที่ บาร์ซ่า อยากได้ตัวขอพิสูจน์ตัวเองให้ถึงที่สุด! “เฟร็ด” เผยเส้นทางค้าแข้งไม่หวั่นแม้ผีมีตัวดีลิเวอร์พูล สุดคึกพร้อมลงป้องกันแชมป์ลีก กับยูงทอง เป็นนัดแรก

หลายคนไม่รู้จัก! “อาร์ดูอาร์ เมนดี้ ” เป็นใคร ทำไม “แลมพาร์ด” ถึงต้องการตัว

พลพรรคสิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ภายใต้การคุมทัพของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ได้เสริมทัพนักเตะใหม่เข้ามาได้อย่างน่ากลัวในตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์นี้ แต่ทว่าอีก 1 ตำแหน่งที่ แฟรงค์ แลมพาร์ด ต้องการอย่างหนักนั่นก็คือตำแหน่งผู้รักษาประตูนั่นเอง เพราะว่า เกป้า อาร์ริซาบาลากา นายทวารมือ 1 ของทีม ฟอร์มตกลงอย่างน่าใจหาย ซึ่งที่ผ่านมาเชลซี ก็มีข่าวกับผู้รักษาประตูหลายคน ไม่ว่าจะเป็น ยาน โอบลัค , ดีน เฮนเดอร์สัน แต่สุดท้ายแล้วหวยดันมาออกที่ อาร์ดูอาร์ เมนดี้ ผู้รักษาประตูจากสโมสรแรนส์ ซะอย่างงั้น และวันนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักเขา ให้มากขึ้นกันครับ "อาร์ดูอาร์ เมนดี้" มีชื่อเต็มว่า "อาร์ดูอาร์ โอโซเก้ เมนดี้" เกิดเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 1992 ปัจจุบันเจ้าตัวมีอายุ 28 ปี ส่วนสูง 198 เซนติเมตร สังกัดอยู่สโมสรแรนส์ สโมสรชื่อดังในลีกเอิง ลีกสูงสุดของวงการฟุตบอลฝรั่งเศส และได้ก้าวขึ้นไปติดทีมชาติเซเนกัล เป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย ซึ่งชื่อของ อาร์อูอาร์ เมนดี้ อาจจะไม่ได้คุ้นหูแฟนบอลซักเท่าไรนัก เพราะเจ้าตัวเพิ่งจะเริ่มเล่นฟุตบอลเมื่ออายุ 19 ปีเข้าไปแล้ว กับสโมสรเชอร์บูร์ก สโมสรระดับดิวิชัน 3 ของฝรั่งเศส เมื่อปี 2011 ก่อนจะมีโอกาสได้ย้ายเข้ามาอยู่กับโอลิมปิก มาร์กเซย สโมสรชื่อดังของฝรั่งเศส เมื่อปี 2015 แต่ก็ได้อยู่เพียงแค่ทีมสำรองเท่านั้น และแทบจะไม่ได้รับโอกาสลงสนามเลย แต่เพรชอยู่ที่ไหนก็คือเพรช เพราะในปี 2017 สโมสรแร็งส์ ที่ในเวลานั้นอยู่ในลีกรองของวงการฟุตบอลฝรั่งเศส เห็นแววของ เอดูอาร์ เมนดี้ จึงดึงตัวไปร่วมทีม ซึ่งที่นี่แหละทำให้นายทวารชาวเซเนกัล ได้โชว์ฟอร์มอย่างเต็มที่ โดยตัวเขาได้ลงเล่นไปทั้งสิ้น 34 เกม และเก็บคลีนชีตไปได้มากถึง 18 ครั้ง ช่วยให้แร็งส์ สามารถคว้าแชมป์และเลื่อนชั้นขึ้นไปสู่ลีกสูงสุดได้สำเร็จ ซึ่ง เอดูอาร์ เมนดี้ ก็ยังสามารถรักษาฟอร์มเก่งได้อย่างต่อเนื่อง นถูกสโมสรแรนส์ สโมสรชื่อดังของวงการฟุตบอลฝรั่งเศส คว้าตัวไปร่วมทีม ในช่วงซัมเมอร์ของฤดูกาล 2019-2020 ด้วยค่าตัวสุดถูก เพียงแค่ 3.5 ล้านปอนด์ เท่านั้น การย้ายมาอยู่กับแรนส์ เป็นเหมือนกับการแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวของ อาร์ดูอาร์ เมนดี้เพราะว่าเขาโชว์ฟอร์มได้อย่างเหนียวหนึบ มีค่าเฉลี่ยเสียประตูต่อเกมอยู่ที่ 0.79 เท่านั้น น้อยที่สุดเป็นอันดับ 2 ของลีกเอิง แถมยังมีเปอร์เซ็นต์การป้องกันประตูสูงถึง 78.4 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของลีกเอิง