สเปอร์ส ปิดดีลคว้านายด่าน “อตาลันต้า” ทายาทโยริส! เฝ้าเสาซีซันหน้า

สเปอร์ส

            สเปอร์ส สโมสรชั้นนำของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตกเป็นข่าวว่า ได้บรรลุข้อตกลงคว้าตัว “ปิแอร์ลุยจิ กอลลินี่” นายด่านทีมชาติอิตาลี ของ อตาลันต้า มาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังผู้รักษาประตูจอมเก๋าอย่าง “อูโก้ โยริส” ใกล้ที่จะหมดสัญญาในช่วงซัมเมอร์ปี 2020 นี้ ซึ่งเจ้าตัวจะมีอายุครบ 36 ปี  และคาดว่าจะไม่มีการต่อสัญญาฉบับใหม่เพิ่มเติม สเปอร์ส ควัก 13 ล้านปอนด์ เซ็น “กอลลินี่” เฝ้าเสา             ตามการเปิดเผยของ กัลโช่ อตาลันต้า สื่อท้องถิ่นของอิตาลี ระบุว่า สเปอร์ส สามารถปิดดีลคว้าตัว “ปิแอร์ลุยจิ กอลลินี่” ผู้รักษาประตูวัย 26 ปี ของสโมสร อตาลันต้า ในศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ไปร่วมทีมได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นกับต้นสังกัดในฤดูกาลที่แล้ว ลงสนามไป 32 นัด เก็บคลีนชีทไปถึง 13 เกม รวมทุกรายการ พร้อมทั้งมีชื่อเป็นหนึ่งในขุนพลทัพ “มะกะโรนี” ชุดคว้าแชมป์ ยูโร 2020 ที่ผ่านมาได้อีกด้วย  โดยคาดกันว่า “ไก่เดือยทอง” สามารถตกลงค่าตัวของนายด่านรายนี้ได้ที่ 13 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 580 ล้านบาท และน่าจะเซ็นสัญญาร่วมงานกันเป็นเวลา 5 ปี จนถึงช่วงสิ้นเดือนมิถุนายน ปี 2026             ทั้งนี้ เป็นที่เชื่อกันว่า สเปอร์ส กำลังมองหาผู้รักษาประตูคนใหม่ที่จะเข้ามารับช่วงต่อจาก “อูโก้ โยริส” นายด่านจอมเก๋าดีกรีแชมป์โลกวัยย่าง 36 ปี ที่กำลังจะหมดสัญญาในเดือนมิถุนายนปีหน้า และคาดว่าจะไม่มีการต่อสัญญาฉบับใหม่กันอีกแล้ว โดยมีข่าวลือว่า เจ้าตัวต้องการย้ายกลับไปค้าแข้งในลีกบ้านเกิดช่วงบั้นปลายอาชีพ             สำหรับ ปิแอร์ลุยจิ กอลลินี่ เคยเป็นเด็กปั้นจากอะเคเดมี่ของทีม “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ช่วงปี 2012 – 2014 ก่อนจะบ้ายกลับมาค้าแข้งที่บ้านเกิดกับสโมสร เฮลลาส เวโรนา ช่วงปี 2014 – 2016 และยังเคยย้ายมาเฝ้าเสาให้กับ แอสตัน วิลล่า ในศึก แชมเปี้ยนชิป เมื่อซีซัน 2016/2017 ด้วย สุดท้ายจึงเป็นทางด้าน อตาลันต้า ที่คว้าตัวนายทวารรายนี้ไปร่วมทีมในฤดูกาล 2017/2018

อาแอส โรม่า ประกาศคว้านายด่าน “หมาป่า” ร่วมทีมสัญญา 3 ปี

อาแอส โรม่า

            อาแอส โรม่า สโมสรดังในศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ประกาศยืนยันคว้าตัว “รุย ปาตริซิโอ” นายด่านทีมชาติโปรตุเกสจากสโมสร วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส อย่างเป็นทางการเมื่อวันอังคารที่ 13 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยจะเซ็นสัญญาร่วมงานกันเป็นเวลา 3 ปี ถือเป็นแข้งรายแรกที่ย้ายมาร่วมทีม “หมาป่าเหลือง-แดง” ภายใต้การกุมบังเหียนของ “โชเซ่ มูรินโญ่” อาแอส โรม่า ควัก 11.5 ล้านยูโร คว้า “ปาตริซิโอ” เฝ้าเสา             อาแอส โรม่า ประกาศคว้าตัว “รุย ปาตริซิโอ” ผู้รักษาประตูประสบการณ์สูงวัย 33 ปี จาก “หมาป่า” วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส สโมสรดังในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มาร่วมทีมอย่างเป็นทางการ เมื่อวันอังคารที่ 13 กรกฎาคม ที่ผ่านมา หลังโชว์ฟอร์มหนึบกับอดีตต้นสังกัดด้วยการลงเฝ้าเสาในซีซันล่าสุดไปถึง 37 นัด เก็บได้ 10 คลีนชีท รวมทุกรายการ แถมยังรับหน้าที่เป็นนายด่านมือ 1 ของทัพ “ฝอยทอง” ในการทำศึก ยูโร 2020 ที่ผ่านมาอีกด้วย  โดยจะเซ็นสัญญาร่วมงานกันเป็นเวลา 3 ปี จนถึงช่วงสิ้นเดือนมิถุนายน ปี 2024 และคาดว่ามีค่าตัวรวมโบนัสอยู่ที่ 11.5 ล้านยูโร หรือประมาณ 440 ล้านบาท ถือเป็นแข้งรายแรกที่ถูกดึงเข้ามาเสริมทัพ “หมาป่าเหลือง-แดง” ภายใต้การคุมทีมของ “โชเซ่ มูรินโญ่”             โดย “รุย ปาตริซิโอ” เปิดใจถึงการย้ายมาร่วมทีมอาแอส โรม่า ว่า “โรม่า เป็นสโมสรที่ยิ่งใหญ่ มันเป็นความท้าทายมากสำหรับผม ผมตื่นเต้นที่จะช่วยสโมสรแห่งนี้ไล่ล่าความสำเร็จ  ส่วน โชเซ่ มูรินโญ่ นั้น เรากำลังพูดถึงโค้ชที่เก่งที่สุดคนหนึ่งในโลกฟุตบอล ผมตื่นเต้นจริง ๆ ที่จะได้ร่วมงานกับเขา และพร้อมทุ่มเททุกอย่างเพื่อช่วยทีม”             สำหรับ รุย ปาตริซิโอ ย้ายจากสโมสร สปอร์ติ้ง ลิสบอน ในลีกบ้านเกิด มาค้าแข้งกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน ด้วยค่าตัวราว 18 ล้านยูโร หรือประมาณ 690 ล้านบาท เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี

“คิเอลลินี่” เตรียมต่อสัญญาม้าลายชัวร์ กูรูดังออกมาคอนเฟริม

"คิเอลลินี่" เตรียมต่อสัญญา

ฟาบริซิโอ โรมาโน่ กูรูซื้อขายนักเตะชาวอิตาเลี่ยน โพสทวีตสื่อชื่อดังออนไลน์ จอนโจ้ คิเอลลินี่ กองหลังกัปตันทีมตัวเก๋า ที่หมดสัญญากับยูเวนตุส เตรียมต่อสัญญากับสโมสรอย่างน้อย 1 ปี ออกไปถึงปี 2022 หลังจากที่จอนโจ้ คิเอลลินี่กับตันทีมคนสำคัญที่สามารถพาอิตาลีคว้าแชมป์ฟุตบอลยูโร 2020 เหนืออังกฤษที่เวมบลีย์ในคืนที่ผ่านมาหลังเสมอกันในเวลา 1-1 และดวลจุดโทษ แต่เป็นอิตาลีที่แม่นกว่า คว้าแชมป์ยุโรปทีมชาติ ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1988 อย่างยิ่งใหญ่ หลังจากต้องพบกับฤดูกาลที่น่าผิดหวังกับสโมสรยูเวนตุส แต่อย่างไรก็ตามการคว้าโควตาแชมป์เปี้ยนลีก ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญอย่างมาก "จอนโจ้ คิเอลลินี่" ย้ายมาจากสโมสรฟิออเรนติน่าเมื่อปี 2005 ด้วยค่าตัว 7.7 ล้านยูโร คิเอลลินี่ นับว่าเป็น 1 ใน กองหลังที่แข็งแกร่งที่สุดคนหนึ่งของสโมสรยูเวนตุส หลังจากนั้นไม่นานคิเอลลินี่ สามารถขึ้นมารับบทกับตันทีมได้สำเร็จ และลงสนามให้ยูเวนตุสไปทั้งหมด 535 นัด ยิงได้ 36 ประตู 24 แอสซิส คือเครื่องหมายประจักษพยานสำคัญที่บ่งบอกถึงการมีส่วนร่วม ของเซนเตอร์แบ็ก วัย 36 ปีรายนี้ คิเอลลินี่สามารถคว้าแชมป์ลีกสคูเด็ดโต้ กับยูเวนตุสได้ตั้งแต่ ฤดูกาลปี 2011/12 จนถึงปี 2019/20 9 สมัยติด อิตาเลี่ยน คัพ วินเนอร์ 5 ครั้ง และแชมป์ฟุตบอลยูโร 2020 อีกหนึ่งครั้ง หลังจากที่กองหลังประสบการณ์สูงวัย 36 ปี หมดสัญญากับยูเวนตุส เมื่อ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา หลาย ๆ ฝ่ายคาดว่าคิเอลลินี่ อาจจะเลือกย้ายไปหาประสบการณ์ใหม่ ๆ กับทีมต่างแดน ก่อนเลิกเล่น แต่จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คิเอลลินี่ กลับมาตัดสินใจเซ็นสัญญากับยุเวนตุสออกไปอีก 1 ปี ก็เพราะว่าการกลับมาของอดีตผู้จัดการทีมอย่าง แม็ค อัลเลกรี ผู้จัดการทีมคนเก่าที่สามารถพายูเวนตุส ประสบความสำเร็จได้ในอดีต และคาดว่าแม็ค อัลเลกรียังคงไว้วางใจจอนโจ้ คิเอลลินี่ยืนคู่กับโบนุชชี่ เซนเตอร์คู่หูทั้งสโมสร และทีมชาติ สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ และหากเพื่อนๆ อยากลงเดิมพัน หรือแทงบอลออนไลน์ สามารถเข้าร่วมสนุกได้ที่ เว็บไซต์ที่กำลังมาแรงในเวลานี้ “กาแรธ เบล” เอเยนต์ยัน กลับสเปนแน่นอน คาดไร้ออฟชั่นต่อสัญญากับไก่“แจ็ค กรีลิช” อยากย้ายทีม! ทางเอเยนต์ออกมาเผย นักเตะในการดูแล“วิลเลี่ยน ซาลิบา” กองหลังปืนใหญ่ ส่อแววถูกปล่อยยืม(อีกครั้ง)

“พิคฟอร์ด” ถูก “เนวิลล์” ตำนานแบ็คขวา ยกเป็นแข้งสำคัญอังกฤษ

พิคฟอร์ค แข้งสำคัญอังกฤษ

                แกรี่ เนวิลล์ อดีตแบ็คขวาทีมชาติอังกฤษ ยกย่อง จอร์แดน พิคฟอร์ด นายทวารจอมหนึบว่าเป็นผู้เล่นคนสำคัญที่สุดของทีม “สิงโตคำราม” ในการแข่งขันยูโร 2020 แม้ว่าในตอนนี้ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ปีกตัวจี๊ดจะได้การยกย่องให้เป็น “เดอะ แบก” ของทีม หลังกดไปแล้ว 3 ประตู แต่ เนวิลล์ ผู้พี่มั่นใจว่าพิคฟอร์ด คือกุญแจสำคัญในการพาชาติบ้านเกิดบินสูง และยังไม่เสียประตูให้ทีมใดเลย "พิคฟอร์ด" เฝ้าเสาไม่เสียประตูให้กับทีมใดเลย                 ยูโร 2020 ครั้งนี้ อังกฤษ ถูกจับให้มาอยู่กลุ่มเดียวกับ สาธารณรัฐเช็ก, โครเอเชีย และ สกอตแลนด์ และในการแข่งขันรอบแรก “เดอะ ทรีไลออนส์” พิคฟอร์ดได้ลงเฝ้าเสาให้กับและทีมไม่แพ้, ไม่เสียประตูให้กับทีมใดเลย แต่ในการผลิตสกอร์กลับกลายเป็น สเตอร์ริ่ง กองกลางจากค่ายแมนเชสเตอร์ ซิตี ที่ทำประตูได้อยู่คนเดียว จนหลายคนต่างยกย่องใหปีกผิวสีรายนี้เป็นตัวความหวังและรับฉายา “เดอะ แบก” ของทีมชาติในการแข่งขันทัวร์นาเม้นท์นี้                 และในเกมล่าสุดที่หักด่านคู่ปรับอย่างเยอรมนีมาได้ สเตอร์ลิ่ง ก็ทำได้อีก 1 ประตู จนได้รับการยกย่องให้เป็นผู้เล่นที่อังกฤษจะขาดไม่ได้ แต่ในเรื่องนี้ เนวิลล์ คนพี่ที่ติดทีมชาติไปทั้งหมด 85 นัด กลับมาต่างออกไปและยกย่องให้พิคฟอร์ด นายทวารจากเอฟเวอร์ตัน คือผู้ที่อยู่ปิดทองหลังพระและทำให้ “สิงโตคำราม” สร้างผลงานได้เป็นอย่างดีในการแข่งขันครั้งนี้                 โดย เนวิลล์ กล่าวว่า “สื่อเลือกให้ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เป็นแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในเกมนั้น (เกมที่เจอกับเยอรมนี) และอีกหลายคนต่างกล่าวชื่นชม สเตอร์ลิ่ง แต่สำหรับผม ผมคิดว่า จอร์แดน พิคฟอร์ดต่างหากเป็นผู้เล่นที่สมควรจะได้รับรางวัลนั้นแทน แม็กไกวร์ ตอนที่เขา (พิคฟอร์ด) เล่นในระดับสโมสรผมชอบที่จะวิจารณ์เขา แต่ในการแข่งขันระดับชาติ เขามีหลายอย่างต่างออกไปจากเดิม และผมคิดว่านี่แหละคือผู้เล่นที่สำคัญของทีมชาตินเวลานี้” สำหรับการแข่งขันในรอบ 8 ทีมสุดท้าย อังกฤษ มีคิวจะต้องดวลกับ ยูเครน ที่เอาชนะสวีเดนมาได้ ซึ่งคู่นี้จะแข่งขันกันที่สนาม “สตาดิโอ โอลิมปิโก” กรุงโรม ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2564 ที่จะถึงนี้ สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ และหากเพื่อนๆ อยากลงเดิมพัน หรือแทงบอลออนไลน์ สามารถเข้าร่วมสนุกได้ที่ เว็บไซต์ที่กำลังมาแรงในเวลานี้ “กาแรธ เบล” เอเยนต์ยัน กลับสเปนแน่นอน คาดไร้ออฟชั่นต่อสัญญากับไก่“แจ็ค กรีลิช” อยากย้ายทีม! ทางเอเยนต์ออกมาเผย นักเตะในการดูแล“วิลเลี่ยน ซาลิบา” กองหลังปืนใหญ่

“Alisson” กับลูกโหม่งระดับกองหน้าเพื่อช่วยชีวิตลิเวอร์พูล

                ประตูสุดสวยที่ทางผู้รักษาประตูอย่าง Alisson ได้ทำให้ลิเวอร์พูลสามารถเก็บสามคะแนนสำคัญในเกมที่พลิกแซงเวสต์บรอมวิชอัลเบี้ยนไปได้ด้วยสกอร์ 1-2 โดยทางนายทวารจอมหนึบได้ขึ้นมาลุ้นทำประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของเกม ก่อนที่จะโหม่งบอลเข้าประตูได้อย่างไม่น่าเชื่อ จนกระทั่งทางผู้จัดการทีมอย่าง Jurgen Klopp ยังต้องออกมายอมรับว่า จังหวะนี้เขาไม่ต่างกับกองหน้ามืออาชีพเลยทีเดียว นอกจากนี้ Alisson ยังเป็นผู้เล่นในตำแหน่งคนแรกที่สามารถทำประตูให้กับหงส์แดงอีกด้วย นี่คือประตูที่สวยที่สุดของผู้เล่นในตำแหน่งของ "Alisson" เลยทีเดียว                 เมื่อโดนถามถึงลูกโหม่งของผู้รักษาประตูในช่วงท้ายเกม ทาง Klopp ก็ตอบคำถามไว้ว่า เขาทึ่งอย่างมาก เพราะมันเป็นจังหวะที่สวยงามและเป็นเกมที่ดีสำหรับลูกทีมเขาเช่นกัน รวมถึงเป็นเหตุการณ์ที่แฟนบอลคงจะจดจำไปอีกนานอย่างแน่นอน อีกทั้งยังชื่นชมว่า นี่คือประตูที่สวยที่สุดของผู้เล่นในตำแหน่งของ Alisson เลยทีเดียว ก่อนที่นายใหญ่ชาวเยอรมันจะหวังว่า ลูกทีมจะสามารถสร้างผลงานที่มหัศจรรย์แบบนี้ได้อีกครั้งจนกว่าจะจบฤดูกาล เนื่องจากยังมีลุ้นในการจบสี่อันดับแรกในตารางพรีเมียร์ลีกนั่นเอง                   ประตูของผู้รักษาประตูพวกเขาได้ทำให้ลิเวอร์พูลยังมีลุ้นไปเล่นในรายการยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกอยู่ แม้ว่าจะยังครองอันดับห้าในตาราง แต่ทว่าการที่คู่แข่งทั้งเชลซีกับเลสเตอร์ซิตี้ต้องแข่งขันกันเองก็อาจทำให้ผลประโยชน์มาตกอยู่กับที่ทีมของ Jurgen Klopp ในช่วงท้ายฤดูกาล แม้ว่าทีมเขาอาจจะเจอเกมที่ยังยากพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นแมตช์กับเวสต์บรอมที่สุดท้ายต้องมาไล่พลิกแซงในช่วงนาทีสุดท้าย ไปจนถึงการเจอกับทีมอื่น ๆ ที่ไม่ได้มีลุ้นอะไรในช่วงสุดท้าย ก็อาจไม่มีความกดดันจนทำให้หงส์แดงอาจจะเจอกับเกมยากกว่าที่คาดไว้                 หากต้นสังกัดได้ไปเล่นยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกจริงในฤดูกาลหน้า ชื่อของผู้รักษาประตูอย่าง Alisson ก็คงจะอยู่ในความทรงจำของแฟนบอลลิเวอร์พูลอย่างแน่นอน เนื่องจากลูกโหม่งสุดสวยงามนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้พวกเขาพลิกแซงคู่แข่งไปจบสี่อันดับแรกของตารางนั่นเอง สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ และหากเพื่อนๆ อยากลงเดิมพัน หรือแทงบอลออนไลน์ สามารถเข้าร่วมสนุกได้ที่ ufabet1688 เว็บไซต์ที่กำลังมาแรงในเวลานี้ บาเยิร์น มิวนิค จ้องซิวแนวรับ “งูใหญ่” เสริมแกร่งซัมเมอร์นี้ปีศาจแดง คุยสัญญาใหม่ “ป็อกบา” ไม่คืบเพราะปัญหาเรื่องค่าเหนื่อย“Mario Kempes” พูดถึงตำนาน “Messi” ควรย้ายไปทีมใหญ่อื่น ๆ ได้แล้ว

“คล็อปป์” ยืนยันส่ง “เคลเลเฮอร์ ” ลงมือหนึ่งรับมือวูล์ฟแธมตั้น

"คล็อปป์" ยืนยันส่ง "เคลเลเฮอร์ "

เจอร์เกน คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมันของ ลิเวอร์พูล ออกมาเปิดเผยว่า เขาจะส่ง ควีวีน เคลเลเฮอร์ ลงสนามเป็นผู้รักษาประตูตัวจริง ในเกมพรีเมียร์ลีก นัดต่อไปที่จะเปิดรังแอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของ วูล์ฟแธมตั้น ทีมอันดับที่ 10 "ควีวีน เคลเลเฮอร์" มือกาวดาวรุ่งชาวไอร์แลนด์ ซึ่งรับบทเป็นมือ3 ของทีม ถัดจาก "อลิสัน เบ็คเกอร์" นายด่านทีมชาติบราซิล และ อาเดรียน จอมเก๋าจากสเปน โดยเขาได้โอกาสลงสนามในฟุตบอลยูฟ่า แชมป์เปียนลีก ในเกมที่ ลิเวอร์พูล มีชัยเหนือ อาแจ็ก อาร์มสเตอร์ดัมส์ 1-0 ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายแบบไม่ต้องไปลุ้นในนัดสุดท้าย ซึ่งทาง เจอร์เกน คล็อปป์ ได้กล่าวว่า “ควีวีน เคลเลเฮอร์โชว์ผลงานได้อย่างน่าประทับใจในเกมที่แล้ว แต่เขายังต้องพิสูจณ์ตัวเองอีกเยอะ เขาเป็นผู้รักษาประตูที่เก่งกาจคนหนึ่ง แต่กับตำแหน่งนี้ มันเป็นเรื่องยากพอควร เนื่องจากเราสามารถส่งประตูลงสนามได้แค่คนเดียว ตอนนี้เขาได้รับโอกาสลงสนามแล้ว เขาทำให้ทุกคนเชื่อมั่นว่าเขาทำได้ ซึ่งความจริงเรารู้อยู่แล้วว่าจะเป็นแบบนั้น  ในส่วนของ อาเดรียน เขายังมีส่วนสำคัญกับทีมเรา เขาเป็นมืออาชีพทั้งที่เขารู้อยู่แล้วว่าจะไม่ได้ลงสนามในเกมนี้ แต่เขาก็ยังฝึกซ้อมอย่างมุ่งมั่น เป็นสิ่งที่น่าชื่นชมมากเลยทีเดียว ควีวีน เคลเลเฮอร์กำลังโชว์ผลงานได้ดี จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่ผมจะไม่ส่งเขาลงสนาม เขารอโอกาสมาเป็นเดือนเป็นปี บางครั้งต้องรอโอกาสจนจะกว่าถึงเวลา และตอนนี้คือเวลาที่ใช่ของเขาแล้ว” ควีวีน เคลเลเฮอร์ นายด่านวัย 22 ปี อยู่กับทีมเยาวชนของสโมสร ลิเวอร์พูล มาตั้งแต่ปี 2015 ถูกดันขึ้นมาเล่นกับทีมชุดใหญ่ ในปี 2019 ได้โอกาสลงสนามแล้ว 5 นัด ติดทีมชาติไอร์แลนด์ มาตั้งแต่แยยาวชนรุ่นอายุ 17 ,19 และ 21 ถูกเรียกตัวติดทีมชาติชุดใหญ่แล้ว แต่ยังไม่ได้ลงสนาม สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ “มิเกล อาร์เตต้า” ที่ต้องรับผิดชอบผลงานของอาร์เซน่อลวิเคราะห์-ฟันธง ฟุตบอล ช้างเอฟเอคัพ รอบ 32 ทีมสุดท้าย คู่วันอาทิตย์ที่ 6 ธควิเคราะห์เกมพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นัดที่ 8 เลสเตอร์ เฉือน วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-0

“ดาบิด เดเคอา” รัก แมนฯยู เปรียบเหมือนเป็นบ้านอีกหลังหนึ่ง

"ดาบิด เดเคอา" รัก แมนฯยู เปรียบเหมือนเป็นบ้าน

สำหรับแฟนบอล ผีแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด น่าจะรู้จักกันดีถึงอีก 1 ผู้รักษาประตูชื่อดัง มือวางอันดับ 1 ประจำทีมอย่างดาบิด เดเคอา เขาเกิดที่กรุงมาดริดประเทศสเปน ก้าวเข้าสู่วงการค้าแข้งด้วยการเล่นให้กับทีมเยาวชนแอตเลติโก มาดริด ในปี 2003 ก่อนจะได้ขึ้นไปเล่นให้กับทีมสำรองของทีมตราหมีในปี 2008 จากนั้นเพียงปีเดียวก็ได้ขยับขึ้นไปเล่นให้กับทีมฟุตบอลตัวจริงชุดใหญ่ในปี 2009 นอกจากนี้ในด้านทีมชาติ แล้วถูก เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ดึงตัวมาร่วมทีมแมนฯยูในปี 2011 จนถึงปัจจุบัน โดย "ดาบิด เดเคอา" เมื่อครั้งที่เซ็นสัญญาเข้ามาอยู่กับทีมแมนฯยูครั้งแรกในปี 2011 ได้ชื่อว่าเป็นผู้รักษาประตูที่มีอายุน้อยและอนาคตใกล้คนหนึ่ง มาจนถึงปัจจุบันไม่นานเขาก็อยู่กับทีมแมนฯยูมาได้ 10 ปีแล้ว กับอายุจะขึ้นเลข 30 ซึ่งเขาก็ได้ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ของทีมแมนฯยู สรุปสาระสำคัญได้ว่า ตนเองนั้นรู้สึกพิเศษเป็นอย่างมากในชีวิตนี้ที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของทีมแมนฯยู ทำให้ตนรู้สึกว่าที่นี่มันเป็นบ้าน และเวลาจะเปลี่ยนแปลงไป แต่ตนเองก็ยังรู้สึกว่าเป็นคนเดียวกับเมื่อก่อนหากแต่มีความเป็นผู้ใหญ่มากยิ่งขึ้นจากประสบการณ์ที่ได้รับ ในครั้งแรกที่ตนได้มาอยู่กับทีมแมนฯยูนั้น ตนต้องมาอยู่กับสโมสรฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ ที่มีเพื่อนร่วมงานมากมายหลายภาษา รวมทั้งรูปแบบวัฒนธรรมที่ไม่เหมือนเดิม ทุกอย่างถือว่าแตกต่างไปจากที่ตนเคยพบเจอแต่ตนก็สามารถเติบโตขึ้นมากในทีมแมนฯยูนี้ในฐานะนักเตะ และตนก็รู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างมากกับช่วงเวลาดีๆในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ที่ได้อยู่กับทีมแมนฯยูมันช่างเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก อีกทั้งตัวเองได้เรียนรู้จักข้อผิดพลาดของตัวเอง ทำให้เริ่มเติบโตมากขึ้นเมื่อพบเจอกับสถานการณ์ต่างๆเพราะคุณจะได้เรียนรู้จักมัน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ผมพบเจอเรื่องที่เลวร้ายในชีวิตในขณะที่อยู่ในแมนฯยูแต่เมื่อปีที่แล้วนั้นได้ผ่านพ้นไปมันก็มีช่วงเวลาที่ดีและแย่ปะปนกันไป แต่ตอนนี้ตนเองกำลังทำผลงานได้ดีและตนเองก็จะมุ่งมั่นต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตอย่างใจจดใจจ่อ และก็หวังว่าจะได้อยู่กับทีมแมนฯยูอีกหลายปี และนอกจากนี้ผู้รักษาประตูคนดังยังทิ้งได้ทิ้งท้ายอีกว่า การได้เล่นให้กับทีมฟุตบอลแบบนี้ และในระดับนี้เป็นเวลาหลายปีติดต่อกันมันไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายๆเลย ซึ่งตนเองภูมิใจกับสิ่งนี้เป็นอย่างมาก และนี่เองก็เป็นสิ่งที่ผู้รักษาประตูทีมแมนฯยูและเปิดใจเอาไว้ สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ สื่อเผยเปแอสเชพร้อมควักกระเป๋าก้อนโตหวังกระชากตัว “รามอส” เข้าเสริมทีมไอปืนโตเข่าทรุด! “เอลเนนี่” ถึงคราวซวยรับเชื้อโควิด-19 เข้มกักตัวจนกว่าจะหาย“เดอ บรอยน์” โปรยยาหอม ลั่น กำลังเจรจาเรื่องสัญญาฉบับใหม่ด้วยตัวเอง!

“คาร์โล คูดิชินี่” ผู้รักษาประตู ตัวสำรอง มากความอดทนของเชลซี

ผู้รักษาประตู คาร์โล คูดิชินี่

ในช่วงเวลาที่สโมสรเชลซีมีผู้เล่นอย่างปีเตอร์ เช็คทำหน้าที่เป็น ผู้รักษาประตู หลักอย่างยาวนานนั้น ยังมีนักเตะที่ทำหน้าที่ในตำแหน่งเดียวกันอยู่คนหนึ่งที่เรียกได้ว่าเป็นสำรองอดทนของผู้รักษาประตูชาวกรีซทั้งๆ ที่เขามีฝีมือมากพอจะยืนเป็นตัวจริงให้กับทีมอื่นๆ ในพรีเมียร์ลีกแต่ทว่าเจ้าตัวกลับเลือกที่จะสู้ในทีมสิงโตน้ำเงินครามต่อไป จนกระทั่งยอมย้ายออกไปเป็นสำรองในทีมอื่นอยู่ดี หลังจากที่คาร์โล คูดิชินี่ได้ย้ายทีมมาอยู่กับเชลซีในปี 1999 ก่อนที่จะยืดตัวจริงได้ต่อจากผู้รักษาประตูอย่างเอ็ด เดอ โก จากนั้นไม่นานจุดสูงสุดของคูดิชินี่ก็มาถึงเมื่อเขาได้รับรางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล 2002/2003 อีกด้วย จนกระทั่งในฤดูกาล 2003/2004 ที่เจ้าตัวได้รับอาการบาดเจ็บหนักจนเมื่อการมาถึงของโชเซ่ มูรินโญ่ผู้จัดการทีมชาวโปรตุเกส ทีมสิงโตน้ำเงินครามจึงได้ซื้อผู้รักษาประตูคนใหม่อย่างปีเตอร์ เช็คเข้ามาแทนที่คูดิชินี่ นับจากฤดูกาล 2004 ถึง 2009 นั้นทาง ผู้รักษาประตู ชาวอิตาลี ได้ตกเป็นสำรองอย่างถาวรให้แก่ปีเตอร์ เช็คจนกระทั่งในแมตช์ระหว่างเชลซีกับเรดดิ้งที่ทางเช็คได้รับอาการบาดเจ็บจนกะโหลกร้าว ส่วนคูดิชินี่ก็ถูกเล่นงานในเกมเช่นกันจนเจ้าตัวหมดสติและต้องพักการเล่นไปจนถึงปีใหม่เลยทีเดียว ก่อนที่ต่อมาคูดิชินี่จะย้ายออกจากรังสแตมป์ฟอร์ดบริดจ์ไปอยู่กับสเปอร์สแต่สุดท้ายเขาก็ยังคงเป็นผู้รักษาประตูคนสำรองต่อจากเฮเรโล่ โกเมซอยู่ดี น่าเสียดายที่คูดิชินี่มีโอกาสโชว์ในฐานะผู้รักษาประตูได้น้อยมาก โดยเขามีฤดูกาลที่ดีกับเชลซีเพียง 4 ฤดูกาลเท่านั้น ก่อนที่จะย้ายไปเล่นกับสเปอร์สอีกถึง 5 ฤดูกาล จนกระทั่งย้ายไปปิดอาชีพค้าแข้งกับทีมดังในสหรัฐอเมริกาอย่างแอลเอ กาแล็คซี่ในปี 2014 ที่เรียกได้ว่าถ้วยรางวัลของเขานั้นสวนทางกับฝีมืออย่างมากเลยทีเดียว สามารถติดตามข่าวกีฬา ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น มากมายในเว็ปไซต์ได้เพิ่มเติม ไก่สน เบล ไหม? ราชันชุดขาวยื่นข้อเสนอยืมแข้งพร้อมช่วยค่าเหนื่อย“แกเร็ธ เบล” ลุ้นคืนถิ่น หลังเอเย่นต์เผยนักเตะยังคงรัก “สเปอร์ส” สุดหัวใจไม่ต้องติดต่อมาละนะ “แจ๊ค กรีลิช ” ต่อสัญญากับวิลล่า ออกไปถึงปี 2025

ลาแล้ว อาร์เซนอล “มาร์ติเนซ” ย้ายไปอยู่กับ แอสตันวิลล่า ด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์

มาร์ติเนซ

ถือว่าเป็นตัวอย่างอีกหนึ่งความอดทนอดกลั้น และพยายามต่อสู้ในเวทีการค้าแข้งอาชีพอย่างดีเยี่ยมอีกคนหนึ่งนั่นก็คือ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ ผู้เล่นในตำแหน่งผู้รักษาประตูอันดับ 2 ของทีมฟุตบอลปืนใหญ่ อาร์เซนอล ที่รอคอยโอกาสแสดงฝีมือมานานกว่า 10 ปี ในทีมอาร์เซนอลทีมนี้ ก่อนที่ มาร์ติเนซ จะได้มีโอกาสแสดงฝีมือในฐานะผู้รักษาประตูติดต่อกันยาวหลายนัดแทน แบรนด์ เลโน ผู้รักษาประตูตัวจริงอันดับหนึ่งของทีมอาร์เซนอล เกิดอาการบาดเจ็บในระหว่างเกมการแข่งขันพรีเมียร์ลีกอังกฤษในช่วง เดือน มิถุนายน  2020 ที่ผ่านมา ทำให้ มาร์ติเนซ ต้องรับหน้าที่ผู้รักษาประตูตัวจริงยาวนานหลายนัดนับแต่นั้นมาจนสิ้นสุดฤดูกาลแข่งขัน และจบลงตรงที่ทีมอาร์เซนอล สามารถคว้าแชมป์เอฟเอคัพฤดูกาลที่ผ่านมาได้สำเร็จ แถมด้วยการเอาชนะทีมฟุตบอลหงส์แดง ลิเวอร์พูล แชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษฤดูกาลที่ผ่านมา ในเกมการแข่งขัน คอมมูนิตี้ชิลด์ อย่างไรก็ตามปัญหาใหญ่ของ มาร์ติเนซ นั่นก็คือ แม้ว่าเขาจะทำผลงานการแข่งขันได้ดีมากเท่าไหร่ก็ตาม แต่ฝ่ายผู้บริหารของทีมอย่างจะให้โอกาสเขาเป็นผู้รักษาประตูตัวจริงของทีมต่อไปหรือไม่เมื่อเปิดฤดูกาลแข่งขันใหม่และผู้รักษาประตูมา 1 ตัวจริงของทีมหายจากอาการบาดเจ็บแล้ว โดย มาร์ติเนซ ก็มีข่าวออกมาก่อนหน้านี้แล้วว่า มีทีมฟุตบอลหลายทีมต้องการได้ตัวเขาไปร่วมทีม และติดต่อขอซื้อตัวมาในช่วงซัมเมอร์ 2020 นี้ แต่ "มาร์ติเนซ" ก็ยังแบ่งรับแบ่งสู้ เพราะยังอยากอยู่กับทีมอาร์เซนอลต่อไป หากแต่ถ้าไม่ได้รับโอกาสลงเล่นมากเท่าที่ควรเขาก็อาจจำเป็นเลือกตัวเลือกที่เป็นเส้นทางที่ดีกว่าสำหรับตนเอง ในที่สุดก็ดูเหมือนว่าทางฝ่ายผู้บริหารของอาร์เซนอลจะตัดสินใจแล้วว่า จะเลือกเก็บใครเอาไว้นั่นก็คือการคืนตำแหน่งผู้รักษาประตูตัวจริงให้กับ แบรนด์ เลโน ที่หายจากอาการบาดเจ็บแล้ว กลายมาเป็นผู้รักษาประตูตัวจริงในคืนวันที่ 12 กันยายน 2020 ที่ทีมอาร์เซนอลเดินทางไปเรียนบ้านของทีมฟุตบอลฟูแล่มในนัดเปิดสนามฤดูกาลใหม่ที่ผ่านมา มันจึงทำให้มาร์ติเนซตัดใจได้เสียที และเลือกทำให้ดีกว่าโดยมีข่าวออกมาว่าผู้รักษาตัวคนนี้กำลังจะย้ายไปอยู่กับทีมสิงโตผงาด แอสตันวิลล่า ดูราคาค่าตัวที่ประมาณ 20 ล้านปอนด์ และได้มีการตรวจร่างกายการไปเรียบร้อยแล้วในวันเสาร์ที่ผ่านมา ปิดฉากตำนานผู้รักษาประตูขัดตาทัพแห่งทีมอาร์เซนอลในช่วงท้ายฤดูกาล 2019-2020 ในแบบนี้เอง สามารถติดตามข่าวกีฬา ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น มากมายในเว็ปไซต์ได้เพิ่มเติม และขอบคุณที่มาของแหล่งข้อมูล Ufabet72 เว็บไซต์ที่ดีที่สุดตลอดกาล [บทวิเคราะห์]เจาะลึก 3 จุดแข็งของ “จอร์นิจิโอ ไวจ์นัลดุม” ที่ บาร์ซ่า อยากได้ตัวขอพิสูจน์ตัวเองให้ถึงที่สุด! “เฟร็ด” เผยเส้นทางค้าแข้งไม่หวั่นแม้ผีมีตัวดีลิเวอร์พูล สุดคึกพร้อมลงป้องกันแชมป์ลีก กับยูงทอง เป็นนัดแรก

หลายคนไม่รู้จัก! “อาร์ดูอาร์ เมนดี้ ” เป็นใคร ทำไม “แลมพาร์ด” ถึงต้องการตัว

พลพรรคสิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ภายใต้การคุมทัพของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ได้เสริมทัพนักเตะใหม่เข้ามาได้อย่างน่ากลัวในตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์นี้ แต่ทว่าอีก 1 ตำแหน่งที่ แฟรงค์ แลมพาร์ด ต้องการอย่างหนักนั่นก็คือตำแหน่งผู้รักษาประตูนั่นเอง เพราะว่า เกป้า อาร์ริซาบาลากา นายทวารมือ 1 ของทีม ฟอร์มตกลงอย่างน่าใจหาย ซึ่งที่ผ่านมาเชลซี ก็มีข่าวกับผู้รักษาประตูหลายคน ไม่ว่าจะเป็น ยาน โอบลัค , ดีน เฮนเดอร์สัน แต่สุดท้ายแล้วหวยดันมาออกที่ อาร์ดูอาร์ เมนดี้ ผู้รักษาประตูจากสโมสรแรนส์ ซะอย่างงั้น และวันนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักเขา ให้มากขึ้นกันครับ "อาร์ดูอาร์ เมนดี้" มีชื่อเต็มว่า "อาร์ดูอาร์ โอโซเก้ เมนดี้" เกิดเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 1992 ปัจจุบันเจ้าตัวมีอายุ 28 ปี ส่วนสูง 198 เซนติเมตร สังกัดอยู่สโมสรแรนส์ สโมสรชื่อดังในลีกเอิง ลีกสูงสุดของวงการฟุตบอลฝรั่งเศส และได้ก้าวขึ้นไปติดทีมชาติเซเนกัล เป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย ซึ่งชื่อของ อาร์อูอาร์ เมนดี้ อาจจะไม่ได้คุ้นหูแฟนบอลซักเท่าไรนัก เพราะเจ้าตัวเพิ่งจะเริ่มเล่นฟุตบอลเมื่ออายุ 19 ปีเข้าไปแล้ว กับสโมสรเชอร์บูร์ก สโมสรระดับดิวิชัน 3 ของฝรั่งเศส เมื่อปี 2011 ก่อนจะมีโอกาสได้ย้ายเข้ามาอยู่กับโอลิมปิก มาร์กเซย สโมสรชื่อดังของฝรั่งเศส เมื่อปี 2015 แต่ก็ได้อยู่เพียงแค่ทีมสำรองเท่านั้น และแทบจะไม่ได้รับโอกาสลงสนามเลย แต่เพรชอยู่ที่ไหนก็คือเพรช เพราะในปี 2017 สโมสรแร็งส์ ที่ในเวลานั้นอยู่ในลีกรองของวงการฟุตบอลฝรั่งเศส เห็นแววของ เอดูอาร์ เมนดี้ จึงดึงตัวไปร่วมทีม ซึ่งที่นี่แหละทำให้นายทวารชาวเซเนกัล ได้โชว์ฟอร์มอย่างเต็มที่ โดยตัวเขาได้ลงเล่นไปทั้งสิ้น 34 เกม และเก็บคลีนชีตไปได้มากถึง 18 ครั้ง ช่วยให้แร็งส์ สามารถคว้าแชมป์และเลื่อนชั้นขึ้นไปสู่ลีกสูงสุดได้สำเร็จ ซึ่ง เอดูอาร์ เมนดี้ ก็ยังสามารถรักษาฟอร์มเก่งได้อย่างต่อเนื่อง นถูกสโมสรแรนส์ สโมสรชื่อดังของวงการฟุตบอลฝรั่งเศส คว้าตัวไปร่วมทีม ในช่วงซัมเมอร์ของฤดูกาล 2019-2020 ด้วยค่าตัวสุดถูก เพียงแค่ 3.5 ล้านปอนด์ เท่านั้น การย้ายมาอยู่กับแรนส์ เป็นเหมือนกับการแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวของ อาร์ดูอาร์ เมนดี้เพราะว่าเขาโชว์ฟอร์มได้อย่างเหนียวหนึบ มีค่าเฉลี่ยเสียประตูต่อเกมอยู่ที่ 0.79 เท่านั้น น้อยที่สุดเป็นอันดับ 2 ของลีกเอิง แถมยังมีเปอร์เซ็นต์การป้องกันประตูสูงถึง 78.4 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของลีกเอิง