“Pirlo” กุนซือ และตำนาน ที่ต้องการแก้ตัวกับยูเวนตุสต่อไป

Andrea Pirlo

                เป็นอีกหนึ่งผู้จัดการทีมที่ต้องการพิสูจน์ตัวเองต่อไป สำหรับทางตำนานของ ยูเวนตุส อย่าง Andrea Pirlo ที่เพิ่งจะพาทีมเอาชนะนาโปลีไปได้และก้าวขึ้นที่สามในตารางกัลโช่ซีรีย์อา แม้ว่าพวกเขาจะยังมีแต้มห่างกับอินเตอร์มิลานที่เป็นจ่าฝูงอยู่ก็ตาม ซึ่งทางอดีตกองกลางจอมทัพก็ออกมายอมรับว่า เขาทำข้อผิดพลาดไว้มากมายในช่วงฤดูกาลแรกและเขาจะขอเรียนรู้กับทีมต่อไป หลังจากที่แฟนบอลส่วนใหญ่น่าจะผิดหวังกับผลงานของทีมที่ไม่ค่อยดีนักในปีนี้และอาจทำได้เพียงจบตารางด้วยการไปลุยถ้วยยุโรปเท่านั้น สิ่งที่ "Pirlo" ยอมรับก็คือเขาอาจจะพลาดในการบริหารทีมไปบ้าง                 และเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ในช่วงปีแรกกับยูเวนตุส แต่ทว่าพวกเขาจะไม่สร้างข้อผิดพลาดเหล่านี้อีก ทั้งกลุ่มทีมงานและตัวเขาเอง โดยเป้าหมายสำคัญของฤดูกาลนี้ก็คือการจบเหนืออันดับสี่ของตารางให้ได้และยังเหลืออีกประมาณสิบเกมให้ลงเล่น ซึ่งมันเป็นฤดูกาลสั้น ๆ สำหรับเขาที่ต้องเตรียมตัวเอาชนะในทุกแมตช์ที่เหลือ รวมถึงการคว้าแชมป์สักรายการอย่างโคปาอิตาเลียที่ทีม้าลายยังมีโอกาสประสบความสำเร็จในปีนี้                 การเข้ามาสู่ยูเวนตุสในฐานะผู้จัดการทีมของ Andrea Pirlo ก็จัดว่าเป็นเซอร์ไพรส์ครั้งหนึ่งของฤดูกาลก็ว่าได้ เนื่องจากกองกลางในตำนานคนนี้ไม่เคยมีโอกาสคุมทีมใดมาก่อนเลยในชีวิต แต่ทว่าการลาออกจากทีมของ Maurizio Sarri ผู้จัดการทีมคนก่อนหลังจากคว้าสคูเดตโต้มาครอง ได้ทำให้ยอดทีมจากกัลโช่ซีรีย์อาจำเป็นต้องทำการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ พร้อมความหวังจะเป็นแชมป์ยุโรปอีกครั้ง แต่ทว่าพวกเขาก็ต้องพ่ายแพ้ต่อเอฟซีปอร์โต้แบบไม่มีใครคาดคิดอีกด้วย                 หลายคนเชื่อว่า ยูเวนตุสในฤดูกาลหน้าจะต้องเสริมแกร่งอย่างแน่นอน เนื่องจากทางทีมมีแผนที่จะปรับสภาพผู้เล่นใหม่ทั้งหมด รวมถึงยังคงมีชื่อของ Cristiano Ronaldo อยู่กับทีมต่อไป ซึ่งพวกเขาก็คงจะต้องหานักเตะมาคอยสนับสนุนยอดดาวเตะคนนี้ให้ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะในกัลโช่ซีรีย์อาและถ้วยยุโรปนั่นเอง สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ และหากเพื่อนๆ อยากลงเดิมพัน หรือแทงบอลออนไลน์ สามารถเข้าร่วมสนุกได้ที่ ทางเข้าจีคลับ กับเว็บไซต์ที่กำลังมาแรงในเวลานี้ “เชลซี” กับสถิติใหม่ ที่เหล่าแฟนๆ สิงค์บูลไม่ได้อยากฟัง!!อิตาลี ฟอร์มดีบุกอัด บัลแกเรีย คาบ้าน! ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือกเมื่อปัญหาพฤติกรรมของ “Dybala” ทำให้กุนซือ ยูเวนตุส “Pirlo” ต้องปวดหัว

ผู้จัดการทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” คุยลั่นทีมของเขาน่าจะชนะเอฟเวอร์ตันมากกว่านี้

สิงโตน้ำเงินคราม

ทีม สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ถือเป็นทีมฟุตบอลทีม 1 ทีมที่ทำผลงานได้โดดเด่นในช่วงระยะ 10 ปี ที่ผ่านมานี้ มีทั้งโอกาสที่ได้คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษ รวมทั้งเกาะกลุ่มอยู่ในอันดับบนของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกอังกฤษเมื่อสิ้นสุดฤดูกาลอยู่บ่อยครั้ง ที่ผ่านมาผลงานของทีมสิงโตน้ำเงินครามกลับออกมาไม่เข้าตาฝ่ายบริหารของทีมที่ตั้งเอาไว้สักเท่าไหร่ จนกระทั่งฝ่ายบริหารตัดสินใจลงดาบสั่งปลด แฟรงค์ แลมพาร์ด อดีตสุดยอดนักเตะขวัญใจแฟนบอลสิงโตน้ำเงินครามที่กลับมารับหน้าที่ผู้จัดการทีมฟุตบอลทีมนี้ในช่วงปี 2019 ออกไป จากนั้นก็ไปทำการอัญเชิญ โธมัส ทูเคิ่ล อดีตผู้จัดการทีมปารีส แซงต์ แชร์กแมง ที่มีปัญหากับฝ่ายบริหารของทีมเก่าจนต้องตัดสินใจลาออกมา ให้ย้ายมาคุมทีมสิงโตน้ำเงินครามแทน หลังจาก "โธมัส ทูเคิ่ล" มาคุมทีมก็ถือว่าทำผลงานกับทีม "สิงโตน้ำเงินคราม" ได้ดีมากอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะแต่เดิมที่ทีมวนเวียนอยู่อันดับ 6 ถึงอันดับ 10 ของตาราง แต่ในช่วงเวลานี้กลับกระโดดขึ้นมายึดตำแหน่งอันดับ 4 ของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกอังกฤษได้สำเร็จ โดยการแข่งขันนัดล่าสุดซึ่งถือเป็นนัดที่ 28 ของทีมสิงโตน้ำเงินครามในรายการแข่งขันพรีเมียร์ลีกอังกฤษฤดูกาล 2020-2021 นี้ เป็นการเปิดบ้านต้อนรับการบุกมาของทีมขนมหวาน เอฟเวอร์ตัน ในวันที่ 7 มีนาคม 2021 นี้เอง ซึ่งทีมเจ้าบ้านสามารถจัดการยิงประตูฝ่ายผู้มาเยือนไปได้ตั้งแต่นาทีที่ 31 โดยเป็นผลมาจากการสกัดผิดพลาดของ เบน ก็อดฟรีย์ ในเกมการแข่งขันนัดนี้ และทีมสิงโตน้ำเงินครามก็ยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น เพราะสามารถยิงประตูที่ 2 และเป็นประตูตอกฝาโลงได้สำเร็จในนาทีที่ 65 จากการยิงจุดโทษได้สำเร็จของ จอร์จินโญ่ ซึ่งหลังจบเกมการแข่งขันในครั้งนี้ โธมัส ทูเคิ่ล ผู้ทำหน้าที่ผู้จัดการทีมสิงโตน้ำเงินครามคนปัจจุบันก็ได้ออกมาให้ความเห็นเป็นเชิงวิเคราะห์หลังเกมส์การแข่งขันว่า ชัยชนะของทีมตนเองในเกมการแข่งขันนัดที่ผ่านมานี้เป็นสิ่งที่สมควรอย่างมากที่ทีมของตนเองนั้นจะต้องได้รับชัยชนะ และในความจริงแล้วก็ควรจะยิงทำประตูให้ได้เป็นจำนวนมากกว่านี้อีกด้วย เพราะทีมสิงโตน้ำเงินครามสามารถมองหาช่องว่างแล้วบุกทะลวงเข้าไปยังทีมฝ่ายตรงข้ามได้สำเร็จรวมทั้งควบคุมเกมการแข่งขันไว้ได้ตลอดการแข่งขันนัดนี้ ทำให้เขาก็เป็นผู้จัดการทีมสุขใจอย่างมากกับฟอร์มการเล่นของลูกทีม และผู้จัดการทีมสิงโตน้ำเงินครามยังได้เอ่ยถึงผลงานของ ไค ฮาแวร์ตซ์ นักเตะกองกลางชาวเยอรมันว่าเขาเป็นนักเตะที่มีความสามารถเป็นอย่างมาก หากแต่ในช่วงเวลานี้จำเป็นที่จะต้องใช้เวลาในการฝึกฝนเพื่อปรับตัวให้เข้ากับรูปแบบการแข่งขันของพรีเมียร์ลีกสักพักถึงจะเข้าที่ สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ และหากเพื่อนๆ อยากลงเดิมพัน หรือแทงบอลออนไลน์ สามารถเข้าร่วมสนุกได้ที่ joker168 เว็บไซต์ที่กำลังมาแรงในเวลานี้ บาร์เซโลน่า โชว์ฟอร์มเฉียบถล่ม เอลเช่ กระจุย ในศึกลาลีกาแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังแกร่ง! บุกชนะกลัดบัคถึงถิ่น ในศึก ยูฟ่าหยามเกินไป! “หลุยส์ ซัวเรซ” เผย คำพูดสุดช้ำที่ได้ยินก่อนย้ายออกจากบาร์ซ่า

ปิดตำนานกองหน้า “รูนี่ย์” รับงานคุม ดาร์บี้ กับตำแหน่งกุนซือเต็มตัว

รูนี่ย์

                เวย์น รูนี่ย์ อดีตกองหน้าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และทีมชาติอังกฤษ ประกาศยุติบทบาทการเป็นนักฟุตบอลเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันศุกร์ที่ 15 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา หลังจากโชกโชนอยู่ในสังเวียนลูกหนังมายาวนานกว่า 20 ปี โดยเจ้าตัวจะหันหน้าเข้ารับงานการเป็นผู้จัดการทีมดาร์บี้ เคาน์ตี้ สโมสรสุดท้ายในชีวิตการค้าแข้งอย่างเต็มตัว                 โดย เวย์น รูนี่ย์ ที่ปัจจุบันมีอายุ 35 ปี ย้ายมาอยู่กับ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ เมื่อช่วงเดือนมกราคมปี 2020 ในตำแหน่งผู้เล่น – โค้ช และซึ่งในตอนนั้นผู้จัดการทีมของ “แกะเขาเหล็ก” คือ ฟิลิป โคคู อดีตตำนานของทีมชาติเนเธอร์แลนด์ แต่หลังจากเริ่มฤดูกาล 2020 – 2021 มาไม่เท่าไหร่ผลงานของ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ก็ดิ่งลงเหวทันทีโดยไปจมอยู่ในอันดับสุดท้ายของศึก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ทำให้ โคคู ถูกปลดจากตำแหน่งทันและสโมสรดาร์บี้ เคาน์ตี้ ได้แต่งตั้งให้ เวย์น รูนี่ย์ รับหน้าที่เป็นผู้เล่น – ควบคู่ผู้จัดการทีมไปด้วย หลังจากที่ "เวย์น รูนี่ย์" เข้ารับตำแหน่งกุนซือขัดตาทัพ ผลงานของ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ก็ดีขึ้นตามลำดับ                 โดยเขาพาต้นสังกัดขยับหนีจากบ๊วยและมีโอกาสรอดพ้นการตกชั้น จนกระทั่งล่าสุด เวย์น รูนี่ย์ก็ได้ปิดฉากการเป็นนักฟุตบอลอาชีพแล้ว โดยเจ้าตัวจะทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทีม ดาร์บี้ เคาน์ตี้ อย่างเต็มตัว โดยจะคุมทัพ “แกะเขาเหล็ก” เป็นเวลา 2 ปีครึ่งด้วยกัน และในเกมแรกของการเป็นผู้จัดการทีมอย่างเต็มตัวนั้น ดาร์บี้ แพ้ให้กับ ร็อตเธอร์แฮม ไป 0 – 1 ในเกมเมื่อคืนวันเสาร์ที่ 16 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา                 สำหรับเส้นทางค้าแข้งของ เวย์น รูนี่ย์นั้นเริ่มต้นจากการเป็นเด็กปั้นของ เอฟเวอร์ตัน ก่อนจะสร้างชื่อขึ้นมาจนถูก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ดึงไปร่วมทีมในฤดูกาล 2004 – 2005 และที่ “โรงละครแห่งความฝัน” เวย์น รูนี่ย์ได้สร้างผลงานสุดยอดออกมาอย่างต่อเนื่องจนได้ก้าวไปเป็นตำนานของสโมสร “ปีศาจแดง” พร้อมกับทำลายสถิติยิงประตูสูงสุดตลอดกาลของ เซอร์บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติลงอย่างยิ่งใหญ่ (ในสโมสร รูนี่ย์ยิงไป 253 ประตู, ชาร์ลตัน ยิงไป 249 ประตู, ในทีมชาติอังกฤษ รูนี่ย์ยิงไป

“มูรินโญ่” โคตรเท่! มอบรางวัลกุนซือยอดเยี่ยม ให้ทุกคนในทีม

"มูรินโญ่" โคตรเท่

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือฝีปากคมของ ทอตแนมฮอต สเปอร์ ออกมายกความดีความชอบให้กับเหล่าสต๊าฟโคช รวมไปถึงนักเตะทุกคนในทีม ที่ช่วยกันทำงานอย่างหนัก จนทำให้เขาได้รับรางวัลกุนซือยอดเยี่ยมประจำเดือนพฤศจิกายนของพรีเมียร์ลีก โดย โชเซ่ มูรินโญ่กุนซือชาวโปรตุเกส คว้ารางวัลกุนซือยอดเยี่ยมประจำเดือนพฤศจิกายน จากผลงานพาทีม ทอตแนมฮอต สเปอร์ ชนะ 3 เสมอ 1 เสียไปเพียงแค่ประตูเดียว และหากนับรวมก่อนหน้านี้ เขาทำทีมไร้พ่ายมาแล้ว 10 นัดติดต่อกัน นำเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก เคียงข้าง ลิเวอร์พูล อยู่ในตอนนี้ มูรินโญ่ ได้กล่าวว่า "มันเกิดจากการทำงานของเหล่าสต๊าฟโคช และความตั้งใจของผู้เล่นทุกคน" ซึ่งทาง โชเซ่ มูรินโญ่ได้กล่าวว่า “รางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมประเดือน สำหรับตัวผมเองนั้น มันหมายถึงรางวัลทีมงานยอดเยี่ยมประจำเดือน หรือทีมยอดเยี่ยมประจำเดือนมากกว่า เพราะสิ่งที่ผมได้มา มันเกิดจากการทำงานอย่างหนักของเหล่าสต๊าฟโคช รวมถึงการเล่นอย่างมุ่งมั่นและตั้งใจของผู้เล่นทุกคน ผมขอมอบรางวัลนี้ให้กับทุกคน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสโมสรแห่งนี้” โชเซ่ มูรินโญ่เคยได้รัลรางวัลนี้ ในสมัยที่คุมเชลซี ในช่วงเดือนมีนาคม ปี 2007 หรือให้นับก็คือผ่านมา 13 ปี ซึ่งในฤดูกาลนั้น เขาพา เชลซี คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองได้อีกด้วย ซึ่งเขาพาทีมคว้าแชมป์ลีกของประเทศต่างๆมาอย่างมากมาย ไล่ตั้งแต่ แชมป์ลีกโปรตุเกสกับ เอฟซี ปอร์โต้ แชมป์พรีเมียร์ลีกกับ เชลซี แชมป์ลาลีก้ากับ เรอัล มาดริด รวมไปถึงแชมป์กัลโช เซเรีย อา กับ อินเตอร์ มิลาน มีเพียง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แค่ทีมเดียวเท่านั้นที่เขาไม่สามารถพาคว้าแชมป์ลีกมาครองได้ แต่ก็พาทีมคว้าแชมป์ยูโรป้าลีก แชมป์เอฟเอคัพ และแชมป์ลีกคัพ ได้อย่างละ 1 สมัย สำหรับโปรแกรมในนัดต่อไป ทอตแนมฮอต สเปอร์ จะออกไปเยือน คริสตัล พาเลซ ในวันที่ 13 ธันวาคม ต่อเนื่องด้วยการเดินทางไปเยือน ลิเวอร์พูล ที่แอนฟิลด์ ในวันที่ 17 ธันวาคม สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ และขอบคุณที่มาของแหล่งข้อมูล sexybaccarat เว็บไซต์ที่ดีที่สุดตลอดกาล “คาร์ราเกอร์” ออกมาเตือน “อาร์เตต้า” อย่าพยายามเลียนแบบทัพเรือ“เวนเกอร์” อดีตกุนซือ แนะ “อาร์เตต้า” คุมโอซิลง่ายนิดเดียววิเคราะห์-ฟันธงฟุตบอลเกม ไทยลีก 1 นัดที่ 14 คู่วันศุกร์-เสาร์

“มิเกล อาร์เตต้า” ที่ต้องรับผิดชอบผลงานของอาร์เซน่อล

"มิเกล อาร์เตต้า" ที่ต้องรับผิดชอบผลงาน

                นับว่าเป็นผลงานการพ่ายแพ้อีกครั้งจนทำให้แฟนปืนใหญ่คงไม่พอใจเท่าไหร่นัก โดยทางมิเกล อาร์เตต้า นั้นอาจต้องยอมรับถึงมาตรฐานของทีมตัวเองที่ตอนนี้ทำคะแนนในตารางพรีเมียร์ลีกได้น้อยที่สุดเท่าที่สโมสรเคยมีมา ซึ่งน้อยกว่าที่อูไน เอเมอร์รี่เคยทำไว้เมื่อปีที่แล้วอีกด้วย จนทางอาร์เซน่อลทำได้เพียงอยู่ในอันดับสิบสี่ของตารางพร้อมกับแต้มเพียง 13 คะแนนทั้งๆ ที่เล่นไปมากถึง 10 นัดแล้วด้วยกัน แม้ว่าทาง "มิเกล อาร์เตต้า" จะสามารถพาทีมเก่าของเขาเป็นแชมป์เอฟเอคัพได้                 รวมถึงแชมป์คอมมูนิตี้ชิลด์เหนือลิเวอร์พูลแชมป์เก่าก็ตาม แต่จากฟอร์มการเล่นที่ล่าสุดไปแพ้ต่อวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์นั้นก็อาจไม่ช่วยให้เขาอยู่ในทีมได้นานหากพวกเขาไม่สามารถสร้างมาตราฐานการเล่นที่ดีกลับมาได้นั่นเอง โดยตอนนี้ถือเป็นช่วงครบรอบหนึ่งปีหลังจากที่ผู้จัดการทีมคนเก่าต้องออกไป เนื่องจากผลงานที่ตกต่ำเช่นกัน                 นอกจากทางผลการแข่งขันของลูกทีมของมิเกล อาร์เตต้าจะออกมาไม่เป็นที่น่าพอใจของแฟนบอลอาร์เซน่อลแล้วนั้น เรื่องการยิงประตูก็กลายเป็นปัญหาสำคัญเช่นกัน เนื่องจากทีมที่มีคู่กองหน้าชื่อชั้นดีอย่างอเลกซานเดร ลาคาเซตต์กับปิแอร์ เอมเมอร์ริค โอบาเมยองนั้นกลับทำประตูไปได้เพียง 10 ลูกจากผู้เล่นทุกคนรวมกัน นอกจากนี้จากขาดหายไปของโธมัส พาร์ทลีย์ก็ทำให้ทีมปืนใหญ่กลายเป็นฟอร์มตกไปเลยทีเดียว                 คงจะต้องดูต่อไปว่าทางมิเกล อาร์เตต้าจะหาทางพลิกสถานการณ์กลับมาได้อย่างไร เนื่องจากตัวเขาเองก็ไม่เคยเจอกับเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน รวมถึงจุดเด่นที่เกมรุกของอาร์เซน่อลก็กลายเป็นปัญหากวนใจ ซึ่งพวกเขามีคิวจะต้องเจอกับท็อตแนม ฮอตสเปอร์สคู่แค้นตลอดกาลและอาจต้องเอาชนะเพื่อเรียกศรัทธานั่นเอง สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ “อาร์เตต้า” ยันชัด “เปเป้” ยังมีอนาคตในทัพปืนใหญ่ อาเซน่อล!!วิเคราะห์เกมพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นัดที่ 8 พาเลซ ถล่มลีดส์ เละเทะ 4-1วงการฟุตบอลช็อค “มาราโดน่า” หัวใจวายเสียชีวิตกะทันหันปิดตำนานแข้งวัย 60 ปี

“ไวล์เดอร์” เผยจวก “คล็อปป์” เพราะรักษาผลประโยชน์ทีม

"ไวล์เดอร์" จวก "คล็อปป์"

คริส ไวล์เดอร์ ผู้จัดการทีม เชฟยู กล่าวว่าเขามีสิทธิ์ทุกอย่างที่จะมองหาผลประโยชน์ของสโมสรหลังจากถูก เจอร์เก้น คล็อปป์ เฮดโค้ชลิเวอร์พูลอธิบายว่า "เห็นแก่ตัว" เนื่องจากต่อต้านการนำตัวสำรอง 5 ตัวกลับมาใช้ใหม่ต่อเกม คล็อปป์เรียกร้องให้พรีเมียร์ลีกหลายครั้งเพื่อทบทวนการตัดสินใจที่จะยึดตัวสำรองสูงสุดสามตัวต่อเกมและวิพากษ์วิจารณ์ผู้ออกอากาศเกี่ยวกับการจัดตารางการแข่งขันที่วุ่นวายซึ่งเขาคิดว่าจะนำไปสู่การบาดเจ็บของผู้เล่นมากขึ้น หัวหน้าทีมลิเวอร์พูลเพิ่มคำวิจารณ์ของเขาหลังจากที่เสมอกับไบรท์ตันแอนด์โฮฟอัลเบี้ยน 1-1 ในวันเสาร์และเล็งไปที่ไวล์เดอร์ซึ่งวิพากษ์วิจารณ์คล็อปป์และผู้จัดการทีมใหญ่อื่น ๆ ในการเรียกร้องให้เปลี่ยนตัวผู้เล่นห้าคนในลีกอีกครั้ง ไวล์เดอร์ กล่าวว่า  "ทุกคนมีสิทธิ์ปกป้องทีมของตัวเอง" ทีมดาบคู่ เป็นหนึ่งในสโมสรเพียงไม่กี่แห่งที่ต่อต้านการเปลี่ยนตัวผู้เล่นห้าคนด้วยความกังวลว่าจะเป็นประโยชน์ต่อทีมที่มีทีมใหญ่กว่า ไวล์เดอร์กล่าวว่า  ทุกคนมีสิทธิ์ปกป้องทีมของตัวเองมี 20 โหวตในลีกนี้และทุกคนดูแลตัวเองมาตลอด ไวล์เดอร์กล่าวหลังจากที่ทีมพ่าย WBA เมื่อวันเสาร์ 1-0  เราต้องดูแลตัวเอง ผมจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งที่พูด ผมให้ความเคารพลิเวอร์พูลในฐานะสโมสรฟุตบอลมาโดยตลอดเพราะผมได้พูดและให้ความเคารพต่อ เจอร์เก้น ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการดูแลสโมสรไม่ว่าจะเป็นการเห็นแก่ตัวก็มีผู้จัดการคนอื่น ๆ อีกสองสามคนที่ดูแลสโมสรของตัวเองเช่นกัน ผมจะดูแลสโมสรของตัวเองเสมอ” ทีมดาบคู่เป็นทีมบ๊วยของตารางคะแนน มีเพียง 1 แต้มจากการลงสนาม 10 เกมและต้องพบเลสเตอร์ ซิตี้ในสัปดาห์หน้า แฟนบอล เชฟยูบางคนในทวิตเตอร์ตอบโต้ความคิดเห็นของเจอร์เก้น คล็อปป์ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลหลังจากการแข่งขันกับไบรท์ตัน ลิเวอร์พูลตีเสมอ 1-1 กับไบรท์ตันนอกบ้านในพรีเมียร์ลีกเมื่อบ่ายวันเสาร์ คล็อปป์ต้องการให้เปลี่ยนตัวนักเตะได้ห้าคน แต่ไวล์เดอร์ต้องการให้เปลี่ยนตัวนักเตะแค่สามคน คล็อปป์กล่าวกับ BBC Sport โดยถาม คริส ไวล์เดอร์ว่าเราจะหลีกเลี่ยง การบาดเจ็บนั้นได้อย่างไร เรามีการพูดคุยกันระหว่างผู้จัดการ - หนึ่งสัปดาห์ที่แล้วตอนนี้ผมคิดว่า - มันคือ 15-5 ถ้าไม่ใช่ 16-4 สำหรับสมาชิกห้าคน คริส ไวล์เดอร์พูดตลอดเวลาว่าผมเห็นแก่ตัว ผมคิดว่าสิ่งที่เขาพูดแสดงให้เห็นว่าเขาเห็นแก่ตัว ผมอยู่ในตำแหน่งเดียวกันที่ไมนซ์ทุกอย่างเกี่ยวกับการอยู่ในลีก วันนี้ถ้าเรามีนักเตะให้เปลี่ยน 5 คน ผมจะเปลี่ยนแอนดรูว์ โรเบิร์ตสันและเอาคอสตาส ซิมิกาสลงสนามแน่นอน ไม่ใช่เป็นเการเปลี่ยนตัวตามแท็กติกแต่เป็นการรักษาความสดของผู้เล่น สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ “อาร์เตต้า” ยันชัด “เปเป้” ยังมีอนาคตในทัพปืนใหญ่ อาเซน่อล!!วิเคราะห์เกมพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นัดที่ 8 พาเลซ ถล่มลีดส์ เละเทะ 4-1วงการฟุตบอลช็อค “มาราโดน่า” หัวใจวายเสียชีวิตกะทันหันปิดตำนานแข้งวัย 60 ปี

ปีศาจแดง กับ “เดวิด มอยส์” ผู้(ไม่ได้)ถูกเลือก ตั้งแต่แรก!!

เดวิด มอยส์

ปีศาจแดง กับ "เดวิด มอยส์" ผู้(ไม่ได้)ถูกเลือก ตั้งแต่แรก!! ฤดูกาล 2012/2013 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สอยแชมป์พรีเมียร์ลีก มาครองอย่างยิ่งใหญ่และกลายเป็นแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศอังกฤษ สมัยที่ 20 มากที่สุดเท่าที่สโมสรในเกาะอังกฤษจะทำได้  แต่แชมป์สมัยที่ 20 ต้องแลกกับความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ เท่าที่ ปีศาจแดง เคยเสียมา เมื่อเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือผู้พาทีมประสบความสำเร็จมาทุกรายการที่ลงแข่งขัน ประกาศวางมือหลังจากจบฤดูกาลนั้น ผู้บริหารของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เร่งหาตัวแทนเป็นการใหญ่ เจอเกนย์ คล็อปป์ ,โจ่เซ่ มูรินโญ่,โจเซฟ กวาดิโอล่า คือแคนดิเดตอันดับต้นๆ ไม่มี "เดวิด มอยส์" ในแคนดิเดตนี้เลย ที่จะมารับมรดกต่อจาก กุนซือชาวสกอตแลนด์ผู้มีรูปแบบการเล่นเพียงแค่ออกปีกแล้วโยนให้กองหน้าเข้าทำ แต่ทรงประสิทธิภาพเหลือเกิน คือคู่ต่อสู้รู้ทั้งรู้แต่ป้องกันไม่ได้ สามแคนดิเดตแรก พลาดไปทั้งหมด เจอเกนย์ คล็อปป์ เลือกอยู่กับ โบรุทเซีย ดอร์ทมุนต์ ยอดทีมของประเทศเยอรมันต่อ ซึ่งเวลาต่อมาเขาย้ายมาคุม ลิเวอร์พูล ทางด้าน โจเซฟ กวาดิโอล่า ย้ายไปคุมทัพ บาเยิร์น มิวนิค โคตรทีมของประเทศเยอรมัน ขณะที่ โจเซ่ มูรินโญ่  เลือกเชลซี หวยไปออกที่เดวิด มอยส์กุนซือจอมแท็กติกของเอฟเวอร์ตัน  และเขาก็ตอบรับข้อเสนอรับคุมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 2013/2014 ซึ่งหลายคนก็งงว่ามาได้ยังไง หลายคนออกมาบอกว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เป็นคนเลือกเองกับมือ จะว่าอย่างนั้นก็ใช่ เพียงแต่เดวิด มอยส์ไม่ใช่ตัวเลือกแรก ที่เขาต้องการจะเลือก ถ้าจะเปรียบให้เห็นภาพก็คือ อยากกินกะเพราหมูกรอบ แต่หมูกรอบหมด เลยเอา กะเพราหมูแทน และผลก็ออกมาอย่างที่เห็น เดวิด มอยส์ ทำแมนฯยูไนเต็ด เหมือนเป็นทีมกลางตาราง พวกเขาเอาชนะคู่แข่งยากขึ้น ขณะที่บางนัดพวกเขาก็แพ้มันซะเฉยๆกับทีมที่อ่อนชั้นกว่า แม้กระทั่งกับ เอฟเวอร์ตัน ทีมเก่าของเดวิด มอยส์ แมนฯยู ก็แพ้ทั้งไปและกลับ พวกเขาทำได้ดีที่สุดเพียงแค่อันดับที่ 7 ของตารางพรีเมียร์ลีก ทั้งๆที่ตัวผู้เล่นที่เขาสามารถใช้งานได้ พึ่งจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาเมื่อ 12 เดือนที่แล้ว แต่พอมาอยู่ในมือเขา กลับกลายเป็นนักเตะธรรมดาทั่วไป และเดวิด มอยส์ ก็ต้องรับผิดชอบผลงานตัวเอง ด้วยการถูกปลดออกจากตำแหน่งในเดือนเมษายน ปี 2014 ติดตามข่าวสาร #ฟุตบอลและเกมกีฬา ทอฟฟี่สีน้ำเงิน จืด!! มีน่า – กบามิน ยังลงสนามช่วยทีมไม่ได้!!นักบุญแฮปปี้!! ขยายสัญญา กุนซือชาวออสเตรีย อีก 4 ปี10 นักฟุตบอล ที่มีรายได้มากที่สุดในโลก