“มิเกล อาร์เตต้า” ที่ต้องรับผิดชอบผลงานของอาร์เซน่อล

"มิเกล อาร์เตต้า" ที่ต้องรับผิดชอบผลงาน

                นับว่าเป็นผลงานการพ่ายแพ้อีกครั้งจนทำให้แฟนปืนใหญ่คงไม่พอใจเท่าไหร่นัก โดยทางมิเกล อาร์เตต้า นั้นอาจต้องยอมรับถึงมาตรฐานของทีมตัวเองที่ตอนนี้ทำคะแนนในตารางพรีเมียร์ลีกได้น้อยที่สุดเท่าที่สโมสรเคยมีมา ซึ่งน้อยกว่าที่อูไน เอเมอร์รี่เคยทำไว้เมื่อปีที่แล้วอีกด้วย จนทางอาร์เซน่อลทำได้เพียงอยู่ในอันดับสิบสี่ของตารางพร้อมกับแต้มเพียง 13 คะแนนทั้งๆ ที่เล่นไปมากถึง 10 นัดแล้วด้วยกัน แม้ว่าทาง "มิเกล อาร์เตต้า" จะสามารถพาทีมเก่าของเขาเป็นแชมป์เอฟเอคัพได้                 รวมถึงแชมป์คอมมูนิตี้ชิลด์เหนือลิเวอร์พูลแชมป์เก่าก็ตาม แต่จากฟอร์มการเล่นที่ล่าสุดไปแพ้ต่อวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์นั้นก็อาจไม่ช่วยให้เขาอยู่ในทีมได้นานหากพวกเขาไม่สามารถสร้างมาตราฐานการเล่นที่ดีกลับมาได้นั่นเอง โดยตอนนี้ถือเป็นช่วงครบรอบหนึ่งปีหลังจากที่ผู้จัดการทีมคนเก่าต้องออกไป เนื่องจากผลงานที่ตกต่ำเช่นกัน                 นอกจากทางผลการแข่งขันของลูกทีมของมิเกล อาร์เตต้าจะออกมาไม่เป็นที่น่าพอใจของแฟนบอลอาร์เซน่อลแล้วนั้น เรื่องการยิงประตูก็กลายเป็นปัญหาสำคัญเช่นกัน เนื่องจากทีมที่มีคู่กองหน้าชื่อชั้นดีอย่างอเลกซานเดร ลาคาเซตต์กับปิแอร์ เอมเมอร์ริค โอบาเมยองนั้นกลับทำประตูไปได้เพียง 10 ลูกจากผู้เล่นทุกคนรวมกัน นอกจากนี้จากขาดหายไปของโธมัส พาร์ทลีย์ก็ทำให้ทีมปืนใหญ่กลายเป็นฟอร์มตกไปเลยทีเดียว                 คงจะต้องดูต่อไปว่าทางมิเกล อาร์เตต้าจะหาทางพลิกสถานการณ์กลับมาได้อย่างไร เนื่องจากตัวเขาเองก็ไม่เคยเจอกับเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน รวมถึงจุดเด่นที่เกมรุกของอาร์เซน่อลก็กลายเป็นปัญหากวนใจ ซึ่งพวกเขามีคิวจะต้องเจอกับท็อตแนม ฮอตสเปอร์สคู่แค้นตลอดกาลและอาจต้องเอาชนะเพื่อเรียกศรัทธานั่นเอง สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ “อาร์เตต้า” ยันชัด “เปเป้” ยังมีอนาคตในทัพปืนใหญ่ อาเซน่อล!!วิเคราะห์เกมพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นัดที่ 8 พาเลซ ถล่มลีดส์ เละเทะ 4-1วงการฟุตบอลช็อค “มาราโดน่า” หัวใจวายเสียชีวิตกะทันหันปิดตำนานแข้งวัย 60 ปี

“ไวล์เดอร์” เผยจวก “คล็อปป์” เพราะรักษาผลประโยชน์ทีม

"ไวล์เดอร์" จวก "คล็อปป์"

คริส ไวล์เดอร์ ผู้จัดการทีม เชฟยู กล่าวว่าเขามีสิทธิ์ทุกอย่างที่จะมองหาผลประโยชน์ของสโมสรหลังจากถูก เจอร์เก้น คล็อปป์ เฮดโค้ชลิเวอร์พูลอธิบายว่า "เห็นแก่ตัว" เนื่องจากต่อต้านการนำตัวสำรอง 5 ตัวกลับมาใช้ใหม่ต่อเกม คล็อปป์เรียกร้องให้พรีเมียร์ลีกหลายครั้งเพื่อทบทวนการตัดสินใจที่จะยึดตัวสำรองสูงสุดสามตัวต่อเกมและวิพากษ์วิจารณ์ผู้ออกอากาศเกี่ยวกับการจัดตารางการแข่งขันที่วุ่นวายซึ่งเขาคิดว่าจะนำไปสู่การบาดเจ็บของผู้เล่นมากขึ้น หัวหน้าทีมลิเวอร์พูลเพิ่มคำวิจารณ์ของเขาหลังจากที่เสมอกับไบรท์ตันแอนด์โฮฟอัลเบี้ยน 1-1 ในวันเสาร์และเล็งไปที่ไวล์เดอร์ซึ่งวิพากษ์วิจารณ์คล็อปป์และผู้จัดการทีมใหญ่อื่น ๆ ในการเรียกร้องให้เปลี่ยนตัวผู้เล่นห้าคนในลีกอีกครั้ง ไวล์เดอร์ กล่าวว่า  "ทุกคนมีสิทธิ์ปกป้องทีมของตัวเอง" ทีมดาบคู่ เป็นหนึ่งในสโมสรเพียงไม่กี่แห่งที่ต่อต้านการเปลี่ยนตัวผู้เล่นห้าคนด้วยความกังวลว่าจะเป็นประโยชน์ต่อทีมที่มีทีมใหญ่กว่า ไวล์เดอร์กล่าวว่า  ทุกคนมีสิทธิ์ปกป้องทีมของตัวเองมี 20 โหวตในลีกนี้และทุกคนดูแลตัวเองมาตลอด ไวล์เดอร์กล่าวหลังจากที่ทีมพ่าย WBA เมื่อวันเสาร์ 1-0  เราต้องดูแลตัวเอง ผมจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งที่พูด ผมให้ความเคารพลิเวอร์พูลในฐานะสโมสรฟุตบอลมาโดยตลอดเพราะผมได้พูดและให้ความเคารพต่อ เจอร์เก้น ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการดูแลสโมสรไม่ว่าจะเป็นการเห็นแก่ตัวก็มีผู้จัดการคนอื่น ๆ อีกสองสามคนที่ดูแลสโมสรของตัวเองเช่นกัน ผมจะดูแลสโมสรของตัวเองเสมอ” ทีมดาบคู่เป็นทีมบ๊วยของตารางคะแนน มีเพียง 1 แต้มจากการลงสนาม 10 เกมและต้องพบเลสเตอร์ ซิตี้ในสัปดาห์หน้า แฟนบอล เชฟยูบางคนในทวิตเตอร์ตอบโต้ความคิดเห็นของเจอร์เก้น คล็อปป์ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลหลังจากการแข่งขันกับไบรท์ตัน ลิเวอร์พูลตีเสมอ 1-1 กับไบรท์ตันนอกบ้านในพรีเมียร์ลีกเมื่อบ่ายวันเสาร์ คล็อปป์ต้องการให้เปลี่ยนตัวนักเตะได้ห้าคน แต่ไวล์เดอร์ต้องการให้เปลี่ยนตัวนักเตะแค่สามคน คล็อปป์กล่าวกับ BBC Sport โดยถาม คริส ไวล์เดอร์ว่าเราจะหลีกเลี่ยง การบาดเจ็บนั้นได้อย่างไร เรามีการพูดคุยกันระหว่างผู้จัดการ - หนึ่งสัปดาห์ที่แล้วตอนนี้ผมคิดว่า - มันคือ 15-5 ถ้าไม่ใช่ 16-4 สำหรับสมาชิกห้าคน คริส ไวล์เดอร์พูดตลอดเวลาว่าผมเห็นแก่ตัว ผมคิดว่าสิ่งที่เขาพูดแสดงให้เห็นว่าเขาเห็นแก่ตัว ผมอยู่ในตำแหน่งเดียวกันที่ไมนซ์ทุกอย่างเกี่ยวกับการอยู่ในลีก วันนี้ถ้าเรามีนักเตะให้เปลี่ยน 5 คน ผมจะเปลี่ยนแอนดรูว์ โรเบิร์ตสันและเอาคอสตาส ซิมิกาสลงสนามแน่นอน ไม่ใช่เป็นเการเปลี่ยนตัวตามแท็กติกแต่เป็นการรักษาความสดของผู้เล่น สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ “อาร์เตต้า” ยันชัด “เปเป้” ยังมีอนาคตในทัพปืนใหญ่ อาเซน่อล!!วิเคราะห์เกมพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นัดที่ 8 พาเลซ ถล่มลีดส์ เละเทะ 4-1วงการฟุตบอลช็อค “มาราโดน่า” หัวใจวายเสียชีวิตกะทันหันปิดตำนานแข้งวัย 60 ปี

ปีศาจแดง กับ “เดวิด มอยส์” ผู้(ไม่ได้)ถูกเลือก ตั้งแต่แรก!!

เดวิด มอยส์

ปีศาจแดง กับ "เดวิด มอยส์" ผู้(ไม่ได้)ถูกเลือก ตั้งแต่แรก!! ฤดูกาล 2012/2013 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สอยแชมป์พรีเมียร์ลีก มาครองอย่างยิ่งใหญ่และกลายเป็นแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศอังกฤษ สมัยที่ 20 มากที่สุดเท่าที่สโมสรในเกาะอังกฤษจะทำได้  แต่แชมป์สมัยที่ 20 ต้องแลกกับความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ เท่าที่ ปีศาจแดง เคยเสียมา เมื่อเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือผู้พาทีมประสบความสำเร็จมาทุกรายการที่ลงแข่งขัน ประกาศวางมือหลังจากจบฤดูกาลนั้น ผู้บริหารของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เร่งหาตัวแทนเป็นการใหญ่ เจอเกนย์ คล็อปป์ ,โจ่เซ่ มูรินโญ่,โจเซฟ กวาดิโอล่า คือแคนดิเดตอันดับต้นๆ ไม่มี "เดวิด มอยส์" ในแคนดิเดตนี้เลย ที่จะมารับมรดกต่อจาก กุนซือชาวสกอตแลนด์ผู้มีรูปแบบการเล่นเพียงแค่ออกปีกแล้วโยนให้กองหน้าเข้าทำ แต่ทรงประสิทธิภาพเหลือเกิน คือคู่ต่อสู้รู้ทั้งรู้แต่ป้องกันไม่ได้ สามแคนดิเดตแรก พลาดไปทั้งหมด เจอเกนย์ คล็อปป์ เลือกอยู่กับ โบรุทเซีย ดอร์ทมุนต์ ยอดทีมของประเทศเยอรมันต่อ ซึ่งเวลาต่อมาเขาย้ายมาคุม ลิเวอร์พูล ทางด้าน โจเซฟ กวาดิโอล่า ย้ายไปคุมทัพ บาเยิร์น มิวนิค โคตรทีมของประเทศเยอรมัน ขณะที่ โจเซ่ มูรินโญ่  เลือกเชลซี หวยไปออกที่เดวิด มอยส์กุนซือจอมแท็กติกของเอฟเวอร์ตัน  และเขาก็ตอบรับข้อเสนอรับคุมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 2013/2014 ซึ่งหลายคนก็งงว่ามาได้ยังไง หลายคนออกมาบอกว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เป็นคนเลือกเองกับมือ จะว่าอย่างนั้นก็ใช่ เพียงแต่เดวิด มอยส์ไม่ใช่ตัวเลือกแรก ที่เขาต้องการจะเลือก ถ้าจะเปรียบให้เห็นภาพก็คือ อยากกินกะเพราหมูกรอบ แต่หมูกรอบหมด เลยเอา กะเพราหมูแทน และผลก็ออกมาอย่างที่เห็น เดวิด มอยส์ ทำแมนฯยูไนเต็ด เหมือนเป็นทีมกลางตาราง พวกเขาเอาชนะคู่แข่งยากขึ้น ขณะที่บางนัดพวกเขาก็แพ้มันซะเฉยๆกับทีมที่อ่อนชั้นกว่า แม้กระทั่งกับ เอฟเวอร์ตัน ทีมเก่าของเดวิด มอยส์ แมนฯยู ก็แพ้ทั้งไปและกลับ พวกเขาทำได้ดีที่สุดเพียงแค่อันดับที่ 7 ของตารางพรีเมียร์ลีก ทั้งๆที่ตัวผู้เล่นที่เขาสามารถใช้งานได้ พึ่งจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาเมื่อ 12 เดือนที่แล้ว แต่พอมาอยู่ในมือเขา กลับกลายเป็นนักเตะธรรมดาทั่วไป และเดวิด มอยส์ ก็ต้องรับผิดชอบผลงานตัวเอง ด้วยการถูกปลดออกจากตำแหน่งในเดือนเมษายน ปี 2014 ติดตามข่าวสาร #ฟุตบอลและเกมกีฬา ทอฟฟี่สีน้ำเงิน จืด!! มีน่า – กบามิน ยังลงสนามช่วยทีมไม่ได้!!นักบุญแฮปปี้!! ขยายสัญญา กุนซือชาวออสเตรีย อีก 4 ปี10 นักฟุตบอล ที่มีรายได้มากที่สุดในโลก