คริสตัล พาเลซ ปิดดีลคว้ากองหลัง “สิงห์บลู” ร่วมทีมยาว 5 ปี เป็นรายที่สาม!

คริสตัล พาเลซ

            คริสตัล พาเลซ สโมสรดังในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศยืนยันคว้าตัว “มาร์ค เกฮี” ปราการหลังดีกรีทีมชาติอังกฤษ ชุดอายุไม่เกิน 21 ปี จาก เชลซี มาร่วมทีมอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยจะเซ็นสัญญาร่วมงานกันเป็นเวลาถึง 5 ปี นับเป็นแข้งใหม่รายที่ 3 ที่ย้ายเข้ามาร่วมทีม “ปราสาทเรือนแก้ว” ในยุคของกุนซือ “ปาทริค วิเอร่า” คริสตัล พาเลซ ควัก 20 ล้านปอนด์ คว้าตัว “เกฮี” ร่วมทีม             คริสตัล พาเลซ ได้บรรลุข้อตกลงคว้าตัว “มาร์ค เกฮี” เซ็นเตอร์แบ็กอนาคตไกลวัย 21 ปี จากทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี คู่แข่งร่วมลีกอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา หลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจากการย้ายไปเล่นให้กับ สวอนซี ซิตี้ แบบยืมตัว ลงสนามไปถึง 45 นัด และเป็นกำลังสำคัญพาทีมเข้าถึงรอบเพลย์ออฟเลื่อนชั้นเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ก่อนพลาดท่าพ่าย เบรนท์ฟอร์ด อดเลื่อนชั้นไปอย่างน่าเสียหาย โดยคาดกันว่า เชลซี ยอมขายแนวรับรายนี้ออกจากทีมด้วยค่าตัวราว 20 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 900 ล้านบาท พร้อมเงื่อนไขส่วนแบ่งสำหรับการขายนักเตะในอนาคตด้วย แถมยังได้สิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอซื้อตัวแข้งรายนี้กลับไปร่วมทีมได้ก่อนทีมอื่น ๆ ในอนาคตอีกต่างหาก             ทั้งนี้ คริสตัล พาเลซจะเซ็นสัญญาร่วมงานกับ เกฮี เป็นเวลาถึง 5 ปี จนถึงช่วงสิ้นเดือนมิถุนายน ปี 2026 และยังถือเป็นการเซ็นนักเตะใหม่เข้ามาเสริมทัพเป็นรายที่ 3 ในยุคของกุนซือ “ปาทริค วิเอร่า” ที่เพิ่งได้รับแต่งตั้งเข้ามากุมบังเหียนทีมเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาอีกด้วย             สำหรับ มาร์ค เกฮี โดดเด่นขึ้นมาจากอะคาเดมี่ของทัพ “สิงโตน้ำเงินคราม” แต่ไม่สามารถเบียดแย่งพื้นที่ในทีมชุดใหญ่ได้ โดยได้รับโอกาสลงเล่นให้ เชลซี ไปเพียง 2 นัดเท่านั้น ก่อนจะถูกปล่อยให้ สวอนซี ซิตี้ ยืมตัวไปใช้งานเมื่อซีซัน 2019/2020 และแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในฤดูกาล 2020/2021 ลงสนามไปแล้วทั้งสิ้น 59 นัดรวมทุกรายการ  สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ และหากเพื่อนๆ อยากลงเดิมพัน หรือแทงบอลออนไลน์ สามารถเข้าร่วมสนุกได้ที่ เว็บไซต์ที่กำลังมาแรงในเวลานี้ อาเจนติน่า หักด่านโคลัมเบีย 3-2 เข้าชิงแซมบ้า “มาร์ติเนซ” เซฟ 3

เลสเตอร์ ซิตี ดับซ่า เชลซี คว้าเอฟเอ คัพ สมัยแรกมาครอง

                เลสเตอร์ ซิตี สร้างประวัติศาสตร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสรมาในการคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ หลังจากเอาชนะ เชลซี ในนัดชิงชนะเลิศไปแบบสนุกด้วยสกอร์ 1 – 0                 ศึก เอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 15 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมาแข่งขันกันที่สนาม “เวมบลี่ย์” เป็นการพบกันระหว่าง 2 ทีมยักษ์ใหญ่แห่งพรีเมียร์ลีก เชลซี พบกับเลสเตอร์ ซิตี                 ก่อนเริ่มเกมนี้ กุนซือของทั้งสองทีมหมายมั่นปั้นมือจะสร้างประวัติศาสตร์ขึ้นมาให้ได้ โดยฝั่งของ โธมัส ทูเคิ่ล ผู้จัดการทีมเชลซี ต้องการจะเป็นผู้จัดการทีมชาวเยอรมนีคนแรกที่คว้าแชมป์รายการนี้ ส่วนทางด้านของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีมเลสเตอร์ ซิตี ต้องการพาทีมคว้าแชมป์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร หลังจากเคยเข้าชิงมาแล้ว 5 ครั้งด้วยกัน และแพ้รวดทั้ง 5 ครั้ง เริ่มครึ่งแรกมาทั้ง เชลซี และ เลสเตอร์ ซิตี ต่างเล่นกันแบบเพลย์เซฟ ไม่กล้าเปิดเกมผลีผลามกันมากนัก                แต่ดูเหมือนว่าฝั่งของ “สิงโตน้ำเงินคราม” จะมีโอกาสจบสกอร์ได้มากกว่าฝั่งของ “จิ้งจอกสยาม” แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เด็ดขาดพอ จบ 45 นาทีแรกทั้งสองทีมเสมอกันอยู่ที่ 0 – 0                 ครึ่งหลังเลสเตอร์ ซิตี เปิดเกมบุกมากขึ้นและในนาที 63 สาวกของ “จิ้งจอกสยาม” ก็ได้เฮกันลั่นเมื่อ รีซ เจมส์ เปิดบอลไปติด อโยเซ่ เปเรซ ก่อนที่ ลุค โธมัส จะผ่านบอลต่อมาให้กับ ยูริ ตีเลอมองส์ ได้กดระยะ 30 หลา บอลพุ่งเข้ากรอบผ่านมือ เกปา กระทบตาข่ายอย่างสวยงาม และเป็นการยิงตรงกรอบครั้งแรกของ เลสเตอร์ อีกด้วย                 เชลซี อยู่เฉยไม่ได้ต้องเปิดเกมบุกหนักกว่าเดิมเพื่อทวงประตูตีเสมอ แต่แล้วในนาที 89 โอกาสตามตีเสมอของ เชลซี ก็มาถึงเมื่อ ติอาโก ซิลวา ตักบอลผ่านแนวรับของเลสเตอร์ ซิตี เข้ามาและเป็น เบน ชิลเวลล์ อดีตกองหลังของ “จิ้งจอกสยาม” ที่ได้จังหวะซัดประตูทีมเก่าอย่างจัง บอลพุ่งเข้าตาข่ายไปแล้ว แต่เมื่อเช็คจาก วีเออาร์ กลายเป็นว่า ชิลเวลล์ ล้ำหน้าไปเสียก่อน                 จบ 90 นาที เชลซี พ่ายให้กับเลสเตอร์ ซิตี

เชลซี ที่ต้องเผชิญหน้าความล้มเหลวในถ้วย เอฟเอคัพ จากเลสเตอร์

เชลซี

                เป็นผลการแข่งขันที่ผิดคาดไปเลยทีเดียว เมื่อทาง เชลซี ของ Thomas Tuchel ที่ทำผลงานได้อย่างร้อนแรงมาตลอดจะต้องมาสะดุดในเกมที่เจอกับอาร์เซน่อลและเลสเตอร์ซิตี้ รวมถึงในเกมหลังยังทำให้พวกเขาต้องชวดแชมป์เอฟเอคัพไปอย่างน่าเสียดายเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังเป็นความพ่ายแพ้ต่อหน้าแฟนบอลครั้งแรกในรอบปีอีกด้วย อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกที่นายใหญ่ชาวเยอรมันทำทีมแพ้สองเกมติดต่อกันจนทำให้หลายคนเริ่มกังวลถึงการแข่งขันในช่วงเกมที่เหลือแล้วเช่นกัน ความพ่ายของ เชลซี ในเกมเอฟเอคัพก็เกิดขึ้นมาจากลูกยิงของ "Youri Tielemans"                 ที่ช่วยให้เลสเตอร์ซิตี้สามารถคว้าแชมป์ถ้วยเก่าแก่ของเกาะอังกฤษได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร ส่วนทางด้านสิงโตน้ำเงินครามที่ครองบอลและสร้างสรรค์โอกาสได้มากกว่ากลับไม่เฉียบคมพอ รวมถึงลูกยิงตีเสมอในเกมก็ดันถูกจับล้ำหน้าไปแบบไม่มีข้อแก้ตัวแต่อย่างใด เช่นเดียวกับผลงานที่เข้าฝักของทางผู้รักษาประตูอย่าง Kasper Schmeichel ที่สามารถคว้าแชมป์ได้ตามตำนานผู้พ่อของตัวเองไปอีกรายการต่อจากพรีเมียร์ลีกนั่น อีกทั้งยังเป็นฝันร้ายของสิงห์น้ำเงินที่ต้องเป็นรองแชมป์สองปีติดต่อกัน ปัญหาของเชลซีก็คือพวกเขายังมีเป้าหมายที่ต้องเล่นทั้งในฟุตบอลพรีเมียร์ลีกและยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก หลังจากที่จบเกมเอฟเอคัพไปแล้ว ซึ่งทีมสิงโตน้ำเงินครามยังไม่รับประกันว่า ตัวเขาจะได้ไปเล่นในรายการใหญ่ของยุโรปในช่วงปีหน้าหรือไม่ เนื่องจากยังครองอันดับสี่ในตารางอยู่และห่างจากลิเวอร์พูลเพียงไม่กี่แต้มเท่านั้น หากพวกเขายังเกิดพลาดในเกมที่เหลือก็อาจทำให้ตัวเองตกลงไปอยู่ในอันดับห้าของตารางได้เลยเช่นกัน แม้ว่าทีมดังจากลอนดอนจะยังได้เปรียบคู่แข่งอื่น ๆ อยู่ก็ตาม สุดท้ายแล้วเรื่องที่น่าเป็นห่วงของเชลซีก็คือทาง Thomas Tuchel เองก็มีสถิติไม่ดีในการเล่นในรอบชิงชนะเลิศเท่าไหร่นัก ทั้งการพ่ายแพ่ต่อบาเยิร์นมิวนิคในแชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาลก่อนและเกมที่เจอกับเลสเตอร์ซิตี้ ซึ่งก็เป็นอาจลดความมั่นใจของทีมไปพอสมควร แม้ว่าพวกเขาจะได้เจอกับจิ้งจอกสีน้ำเงินอีกรอบในเกมพรีเมียร์ลีกนัดต่อมาเพื่อหาโอกาสล้างแค้นนั่เอง สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ และหากเพื่อนๆ อยากลงเดิมพัน หรือแทงบอลออนไลน์ สามารถเข้าร่วมสนุกได้ที่ ufabet1688 เว็บไซต์ที่กำลังมาแรงในเวลานี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พลิกสถานการณ์ถล่มโรม่า ยับเยิน 6 – 2“โซลชา” ที่บ้านเกิด พร้อมใจสร้างรูปเพื่อเป็นเกียรติที่สร้างชื่อเสียงให้เมือง“เนย์มาร์” ถูก “โปเซ็ตติโน่” เอ่ยปากชม คุมไม่ยากอย่างที่หลายคนคิด

เชลซี กับ “โทมัส ทูเคิล” ที่บอก ทุกคนในทีม พูดถึงแต่ “อาซาร์”

เชลซี อาซาร์

“สิงห์ไฮโซ” เชลซี มีคิวลงสนาม พบกับ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ในฟุตบอล ยูฟ่า แชมป์เปียนลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรก ที่สนามซานติอาโก้ เบอร์นาบิว เดิม โดยสิ่งที่หน้าจับตามองที่สุดในเกมนี้คือ การกลับมาดวลกับทีมเก่าของ เอเดน อาซาร์ อดีตดาวเตะหมายเลข 1 ของเชลซี ที่พาทีมประสบความสำเร็จอย่างมากมายในสมัยที่เขาอยู่กับทีม "อาซาร์" เขาเคยมาค้าแข้งที่ เชลซี และเป็นผู้เล่นคนสำคัญ ซึ่งทาง โทมัส ทูเคิล ได้กล่าวว่า “เอเด็น อาซาร์ เป็นดาวเตะระดับโลก เขาเคยมาค้าแข้งที่เชลซี และเป็นผู้เล่นคนสำคัญของที่นี่มาก่อน ฝีเท้าของเขาสามารถตัดสินเกมได้เลย กับเกมที่หนักหนาสาหัสของพรีเมียร์ลีก เขาเพียงคนเดียว สามารถสร้างความแตกต่างให้กับเกมได้ คิดดูแล้วกันว่าเขาสุดยอดแค่ไหน ผมเคารพในความเก่งกาจของเขา ชื่นชมในความยอดเยี่ยมของเขา พวกเราทุกคนพูดถึงเขากันเยอะมาก ซึ่งมันแน่นอนอยู่แล้ว เพราะเขาอยู่เป็นกำลังสำคัญของที่นี่มาหลายขวบปี นักเตะและทีมงานหลายคน รู้จักเขาเป็นอย่างดี ใช่ เขาเคยเป็นคนสำคัญของสโมสรแห่งนี้ แต่ตอนนี้เขาคือ ดาวเตะของ เรอัล มาดริด และตอนนี้เขามีสภาพร่างกายที่สมบูรณ์พอที่จะมาดวลกับเรา และผมเชื่อว่าเขาจะได้ลงสนามในนัดนี้แน่ และเขาอยากจะพิสูจณ์ให้ทุกคนเห็นว่า เขายังสุดยอดเหมือนเดิม แล้วเรามาคอยดูกัน ว่ามันจะออกมาแบบไหน” ทางด้าน อันโตนิโอ รูดิเกอร์ กองหลังตัวแกร่งของ เชลซี ได้กล่าวว่า “ตอนที่เขาอยู่เชลซี ผมกับอาซาร์ ค่อนข้างสนิทกันนะ เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน และผมอยากให้เขาลงสนามในเกมนี้ หากต้องการที่จะเป็นแชมป์ เราต้องผ่านคนที่เก่งที่สุด และ เอเดน อาซาร์ คือหนึ่งในนักเตะที่เก่งที่สุดในปัจจุบัน” เอเดน อาซาร์ ดาวเตะทีมชาติเบลเยี่ยม เคยค้าแข้งอยู่ในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ 7 ปี พาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย แชมป์เอฟเอคัพ 1 สมัย แชมป์ลีกคัพ 1 สมัย ลงสนามให้ “ทัพสิงห์ไฮโซ” 352 นัด อยู่ในสนาม 26,967 นาที ยิงได้ 110 ประตู และจ่าย 92 แอสซิสต์ สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ และหากเพื่อนๆ อยากลงเดิมพัน หรือแทงบอลออนไลน์ สามารถเข้าร่วมสนุกได้ที่ ทางเข้าจีคลับ เว็บไซต์ที่กำลังมาแรงในเวลานี้ สเปอร์ส กับ “Harry Kane” ผู้ไม่เชื่อว่า “Jose Mourinho” จะโดนไล่ออกแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ดีลแห่งอนาคต ! เซ็นสัญญา Kayky วัย 17 ปี“อลาบา” เก็บกระเป๋า ย้ายซบ

“เชลซี” กับสถิติใหม่ ที่เหล่าแฟนๆ สิงค์บูลไม่ได้อยากฟัง!!

เชลซี

                หลังจากที่พลาดท่าแพ้ให้กับทีมหนีตกชั้นไปแล้วนั้น ทาง เชลซี ก็ได้สร้างสถิติที่ไม่น่าจดจำของพวกเขาไปเป็นที่เรียบร้อย เมื่อพวกเขาที่ไม่แพ้ใครมาก่อนหน้าถึง 14 เกม ก่อนที่ในเกมกับเวสต์บรอมวิชอัลเบี้ยน ทาง Christian Pulisic จะพาทีมนำได้อย่างรวดเร็วตั้งแต่นาที่ 27 แต่จุดเปลี่ยนจากการโดนไล่ออกของ Thiago Silva ได้ทำให้ทีมเหลือสิบคนก่อนจะโดนน้องใหม่ประจำพรีเมียร์ลีกปีนี้ไล่บี้จนแพ้ไปถึง 2-5 ซึ่งเป็นสถิติใหม่ทั้งเรื่องการเสียประตูและอายุของนักเตะที่โดนไล่ออกจากสนามเลยนั่นเอง สถิติแรกที่แฟน"เชลซี"ต้องการจะลืมก็คือ                 ทีมเวสต์บรอมวิชกลายเป็นสโมสรแรกที่สามารถยิงประตูไล่สิงโตน้ำเงินครามได้มากถึงแปดลูกภายในหนึ่งฤดูกาลและไม่เคยมีทีมใดทำได้มาก่อน ไม่ว่าจะเป็นแมนเชสเตอร์ซิตี้และยูไนเต็ด รวมไปถึงลิเวอร์พูลหรืออาร์เซน่อลก็ตาม โดยสิ่งที่น่าแปลกใจที่สุดก็คือทีมมวยโลกในฤดูกาลนี้กลับเป็นทีมจอมฝืดที่ไม่ค่อยทำประตูได้บ่อยเท่าไหร่นัก แต่กลับสามารถมายิงประตูได้ถึงถิ่นสแตมฟอร์ดบริดจ์ที่นำโดย Thomas Tuchel ผู้แข็งแกร่งจนแฟนบอลไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง                 นอกจากนี้ทาง Thiago Silva ก็เป็นนักเตะอายุมากที่สุดของเชลซีที่โดนไล่ออกจากสนามไปในวัย 36 ปี ส่วนทางด้านผู้จัดการทีมของเวสต์บรอมวิชอย่าง Sam Allardyce  ก็กลายเป็นกุนซือคนแรกที่สามารถพาทีมในพรีเมียร์ลีกถึงสามสโมสรมาชนะสิงโตน้ำเงินครามได้ถึงถิ่นสแตมฟอร์ดบริดจ์จากผลงานในทีมโบลตันวันเดอเรอส์และคริสตัลพาเลซนั่นเอง โดยทาง Tuchel ก็ออกมายอมรับว่า การลงเล่นเพียงสิบคนเป็นเรื่องที่แตกต่างจากปกติ แต่เขาก็ไม่คาดคิดเช่นกันว่าทีมจะโดนยิงไปถึงห้าประตูเลยทีเดียว                 จะบอกว่าเชลซีโชคร้ายก็ว่าได้ เมื่อ Silva เองก็มีเจตนาบังบอลเท่านั้น แต่สุดท้ายกลับโดนผู้เล่นของทีมเยือนจนกลายเป็นใบเหลืองที่สองอย่างรวดเร็วและจังหวะการทำประตูของทีมมวยโลกที่วางบอลได้แม่นยำจนกลายเป็นประตูตีเสมอและเปลี่ยนเกมให้อยู่ในมือของพวกเขานั่นเอง สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ และหากเพื่อนๆ อยากลงเดิมพัน หรือแทงบอลออนไลน์ สามารถเข้าร่วมสนุกได้ที่ gclub casino กับเว็บไซต์ที่กำลังมาแรงในเวลานี้ ดอลเบิร์ก และ ดัมสการ์ด ซัดประตูให้ เดนมาร์ก งัดฟอร์มโหดยำ มอลโดวา เละเทะ!“แฮร์รี่ เคน” แบก! ทั้งยิงทั้งจ่ายพาทีมชาติ อังกฤษ เฮ 2 เกมติดแฟนหงส์ปลื้ม! ซาดิโอ มาเน่ ปลุกแข้ง “ลิเวอร์พูล” รวมพลังพาทีมผ่านวิกฤติ

เอเยนต์ของ “Jorginho” แข้ง เชลซี ที่ออกมายืนยันว่า จะอยู่กับทีมต่อไป

Jorginho

                กลายเป็นนักเตะที่มีข่าวอยากกลับบ้านไปอีกคน สำหรับทาง Jorginho กองกลางชาวอิตาลีของสโมสร เชลซี ที่อาจไม่ได้ต้องการอาศัยอยู่ในประเทศอังกฤษอีกต่อไปแล้ว เนื่องจากสภาพอากาศที่ย่ำแย่เกือบทั้งปีและอากาศที่ประเทศบ้านเกิดยังดีกว่านั่นเอง แต่ทว่าทางเอเยนต์ส่วนตัวของเขาได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือและยืนยันว่า ลูกค้าของเขาจะอยู่กับทีมสิงโตน้ำเงินครามต่อไปอย่างแน่นอน แม้ว่าจะมีข่าวลือว่านาโปลีเตรียมจะมาทาบทามกองกลางรายนี้กลับไปยังเล่นในลีกกัลโช่ซีรีย์อาก็ตาม สิ่งที่เอเยนต์ของกองกลางตัวทำเกมอย่าง "Jorginho" ก็คือ                 มิดฟิลด์คนนี้ยังมีสัญญาอยู่กับเชลซีอยู่อีกสองปีด้วยกัน ซึ่งเขาก็สนใจเพียงแค่การลงเล่นในฟุตบอลยูโรและฟุตบอลโลกที่ประเทศกาตาร์เท่านั้นและเขาจะยังอยู่กับทีมต้นสังกัดต่อไปอย่างแน่นอน ส่วนเรื่องการขยายสัญญาของดาวเตะวัย 29 ปีนั้น ทางเอเยนต์ก็ออกมาเปิดเผยเพิ่มอีกว่า เขาน่าจะเริ่มเจรจากับสโมสรในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้าอีกด้วย แม้ว่าจะมีข่าวถึงการกลับไปยังทีมเก่าอย่างนาโปลีที่เจ้าตัวก็คงไม่ปิดโอกาสจะกลับไปอดีตต้นสังกัดเช่นกัน                 ทาง Jorginho นั้นได้ย้ายมาสู่เชลซีพร้อมกับอดีตผู้จัดการทีมอย่าง Maurizio Sarri ซึ่งก็ทำให้ทีมสิงโตน้ำเงินครามในเวลานั้นเล่นแผนซาร์รี่บอลไม่ต่างจากนาโปลีเช่นกัน ก่อนที่ Sarri จะถูกไล่ออกจากสโมสรหลังจากอยู่กับทีมได้เพียงปีเดียวเท่านั้น แต่ทว่ากองกลางคนนี้ยังคงอยู่กับทีมต่อไปพร้อมกับเป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีม แม้ว่าทีมดังจากลอนดอนจะเปลี่ยนตัวผู้จัดการทีมมาเป็น Frank Lampard และ Thomas Tuchel ในปัจจุบัน โดยเจ้าตัวสามารถยิงไปได้ถึง 16 ประตูหลังจากรับหน้ที่ลูกตั้งเตะมานานนั่นเอง                 เชื่อว่าชื่อของ Jorginho ก็คงจะเนื้อหอมสำหรับทีมในกัลโช่ซีรีย์อาต่อไป แม้ว่ากองกลางคนสำคัญของเชลซีน่าจะอยู่กับทีมต่อไปในระยะยาวก็ตาม โดยผลงานของทีมในเวลานี้ก็ถือว่าแข็งแกร่งอย่างมากและน่าจะมีโอกาสประสบความสำเร็จในเวลาไม่นานอีกด้วย สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ และหากเพื่อนๆ อยากลงเดิมพัน หรือแทงบอลออนไลน์ สามารถเข้าร่วมสนุกเดิมพันกันมันส์มือได้ที่ทางเข้าจีคลับของเรา กับเว็บไซต์ที่กำลังมาแรงในเวลานี้ ดอลเบิร์ก และ ดัมสการ์ด ซัดประตูให้ เดนมาร์ก งัดฟอร์มโหดยำ มอลโดวา เละเทะ!“แฮร์รี่ เคน” แบก! ทั้งยิงทั้งจ่ายพาทีมชาติ อังกฤษ เฮ 2 เกมติดแฟนหงส์ปลื้ม! ซาดิโอ มาเน่ ปลุกแข้ง “ลิเวอร์พูล” รวมพลังพาทีมผ่านวิกฤติ

“Michy Batshuayi” ที่ไม่ได้รับความเชื่อใจในสโมสร เชลซี

Michy Batshuayi

                 อาจจะเป็นกองหน้าที่ยังไม่ได้พิสูจน์ตัวเองมากนัก สำหรับ Michy Batshuayi ผู้เล่นตัวยืมของเชลซีที่ถูกส่งมายังสโมสรใกล้เคียงอย่างคริสตัลพาเลซ ซึ่งเจ้าตัวก็ออกมาเปิดเผยความในใจว่า ตัวเขายังรู้สึกว่าทีมชาติเบลเยี่ยมไว้ใจตัวเขามากกว่าการลงเล่นอยู่ในสโมสรอีกด้วย โดยทาง Batshuayi เป็นคนทำประตูแรกให้กับบ้านเกิดในเกมที่เจอกับทีมชาติเบลารุส พร้อมกับจบเกมไปด้วยสกอร์ 8-0 เลยทีเดียว แต่ทว่าแปดประตูก็เป็นตัวเลขที่ศูนย์คนนี้ทำไปได้ตลอดฤดูกาลที่ผ่านมาเช่นกัน ทาง "Michy Batshuayi" มองว่า ตัวเขาไม่ได้รับความเชื่อใจจากผู้จัดการทีม                 อย่าง Roy Hodgson มากนัก โดยกองหน้าทีมชาติเบลเยี่ยมได้ออกมาพูดว่า การมาลงเล่นให้กับทีมชาติเบลเยี่ยมนั้นเป็นการเติมพลังในชีวิตของเขาอย่างมาก เนื่องจากการลงเล่นในนามสโมสรไม่ได้เป็นสิ่งที่น่าพอใจสำหรับเขานัก เพราะทีมงาน ผู้เล่นและระบบของทั้งสองทีมมีความแตกต่างกัน รวมถึงคนในทีมยังมีความเชื่อใจในตัวของเขามากกว่า เนื่องจากกุนซือเบลเยี่ยมอย่าง Roberto Martinez ก็มักจะพูดคุยกับเขาอยู่เป็นประจำอีกด้วย                 ตามสถิติที่กองหน้าคนนี้ทำไว้กับทีมชาตินั้นถือว่า น่าประทับใจอย่างมากจากการลงเล่นไปทั้งสิ้น 33 เกมและทำไปได้ถึง 22 ประตู แต่ทว่าในนามสโมสรนั้น เขาไม่ได้มีช่วงเวลาที่ดีนับตั้งแต่ออกมาจากทีมโอลิมปิคมาร์กเซย โดยการลงเล่นให้กับเชลซีส่วนใหญ่ก็เริ่มต้นมาจากม้านั่งสำรองทั้งนั้น ก่อนที่ต่อมาเขาจะถูกส่งต่อไปยังต่างแดนทั้งโบรุสเซียดอร์ทมุนด์หรือบาเลนเซีย จนกระทั่งย้ายไปสู่คริสตัลพาเลซในฤดูกาลนี้ ซึ่งเจ้าตัวก็ทำไปได้เพียงหนึ่งประตูจากการลงเล่นถึง 18 นัด จนเป็นเรื่องน่าผิดหวังไม่น้อยเช่นกัน                 ด้านอนาคตของกองหน้าชาวเบลเยี่ยมก็คงจะต้องติดตามต่อไป เนื่องจากสัญญายืมตัวกับคริสตัลพาเลซก็จะหมดลงหลังจากจบฤดูกาลนี้เช่นเดียวกับทางเชลซีต้นสังกัดที่แท้จริงก็จะหมดสัญญาเช่นกัน ซึ่งเจ้าตัวก็คงจะต้องหาทางออกไปลงสนามเป็นประจำเพื่อโอกาสในการลงเล่นทีมชาติต่อไปนั่นเอง สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ และหากเพื่อนๆ อยากลงเดิมพัน หรือแทงบอลออนไลน์ สามารถเข้าร่วมสนุกได้ กับเว็บไซต์ที่กำลังมาแรงในเวลานี้ ดอลเบิร์ก และ ดัมสการ์ด ซัดประตูให้ เดนมาร์ก งัดฟอร์มโหดยำ มอลโดวา เละเทะ!“แฮร์รี่ เคน” แบก! ทั้งยิงทั้งจ่ายพาทีมชาติ อังกฤษ เฮ 2 เกมติดแฟนหงส์ปลื้ม! ซาดิโอ มาเน่ ปลุกแข้ง “ลิเวอร์พูล” รวมพลังพาทีมผ่านวิกฤติ

ผู้จัดการทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” คุยลั่นทีมของเขาน่าจะชนะเอฟเวอร์ตันมากกว่านี้

สิงโตน้ำเงินคราม

ทีม สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ถือเป็นทีมฟุตบอลทีม 1 ทีมที่ทำผลงานได้โดดเด่นในช่วงระยะ 10 ปี ที่ผ่านมานี้ มีทั้งโอกาสที่ได้คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษ รวมทั้งเกาะกลุ่มอยู่ในอันดับบนของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกอังกฤษเมื่อสิ้นสุดฤดูกาลอยู่บ่อยครั้ง ที่ผ่านมาผลงานของทีมสิงโตน้ำเงินครามกลับออกมาไม่เข้าตาฝ่ายบริหารของทีมที่ตั้งเอาไว้สักเท่าไหร่ จนกระทั่งฝ่ายบริหารตัดสินใจลงดาบสั่งปลด แฟรงค์ แลมพาร์ด อดีตสุดยอดนักเตะขวัญใจแฟนบอลสิงโตน้ำเงินครามที่กลับมารับหน้าที่ผู้จัดการทีมฟุตบอลทีมนี้ในช่วงปี 2019 ออกไป จากนั้นก็ไปทำการอัญเชิญ โธมัส ทูเคิ่ล อดีตผู้จัดการทีมปารีส แซงต์ แชร์กแมง ที่มีปัญหากับฝ่ายบริหารของทีมเก่าจนต้องตัดสินใจลาออกมา ให้ย้ายมาคุมทีมสิงโตน้ำเงินครามแทน หลังจาก "โธมัส ทูเคิ่ล" มาคุมทีมก็ถือว่าทำผลงานกับทีม "สิงโตน้ำเงินคราม" ได้ดีมากอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะแต่เดิมที่ทีมวนเวียนอยู่อันดับ 6 ถึงอันดับ 10 ของตาราง แต่ในช่วงเวลานี้กลับกระโดดขึ้นมายึดตำแหน่งอันดับ 4 ของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกอังกฤษได้สำเร็จ โดยการแข่งขันนัดล่าสุดซึ่งถือเป็นนัดที่ 28 ของทีมสิงโตน้ำเงินครามในรายการแข่งขันพรีเมียร์ลีกอังกฤษฤดูกาล 2020-2021 นี้ เป็นการเปิดบ้านต้อนรับการบุกมาของทีมขนมหวาน เอฟเวอร์ตัน ในวันที่ 7 มีนาคม 2021 นี้เอง ซึ่งทีมเจ้าบ้านสามารถจัดการยิงประตูฝ่ายผู้มาเยือนไปได้ตั้งแต่นาทีที่ 31 โดยเป็นผลมาจากการสกัดผิดพลาดของ เบน ก็อดฟรีย์ ในเกมการแข่งขันนัดนี้ และทีมสิงโตน้ำเงินครามก็ยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น เพราะสามารถยิงประตูที่ 2 และเป็นประตูตอกฝาโลงได้สำเร็จในนาทีที่ 65 จากการยิงจุดโทษได้สำเร็จของ จอร์จินโญ่ ซึ่งหลังจบเกมการแข่งขันในครั้งนี้ โธมัส ทูเคิ่ล ผู้ทำหน้าที่ผู้จัดการทีมสิงโตน้ำเงินครามคนปัจจุบันก็ได้ออกมาให้ความเห็นเป็นเชิงวิเคราะห์หลังเกมส์การแข่งขันว่า ชัยชนะของทีมตนเองในเกมการแข่งขันนัดที่ผ่านมานี้เป็นสิ่งที่สมควรอย่างมากที่ทีมของตนเองนั้นจะต้องได้รับชัยชนะ และในความจริงแล้วก็ควรจะยิงทำประตูให้ได้เป็นจำนวนมากกว่านี้อีกด้วย เพราะทีมสิงโตน้ำเงินครามสามารถมองหาช่องว่างแล้วบุกทะลวงเข้าไปยังทีมฝ่ายตรงข้ามได้สำเร็จรวมทั้งควบคุมเกมการแข่งขันไว้ได้ตลอดการแข่งขันนัดนี้ ทำให้เขาก็เป็นผู้จัดการทีมสุขใจอย่างมากกับฟอร์มการเล่นของลูกทีม และผู้จัดการทีมสิงโตน้ำเงินครามยังได้เอ่ยถึงผลงานของ ไค ฮาแวร์ตซ์ นักเตะกองกลางชาวเยอรมันว่าเขาเป็นนักเตะที่มีความสามารถเป็นอย่างมาก หากแต่ในช่วงเวลานี้จำเป็นที่จะต้องใช้เวลาในการฝึกฝนเพื่อปรับตัวให้เข้ากับรูปแบบการแข่งขันของพรีเมียร์ลีกสักพักถึงจะเข้าที่ สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ และหากเพื่อนๆ อยากลงเดิมพัน หรือแทงบอลออนไลน์ สามารถเข้าร่วมสนุกได้ที่ joker168 เว็บไซต์ที่กำลังมาแรงในเวลานี้ บาร์เซโลน่า โชว์ฟอร์มเฉียบถล่ม เอลเช่ กระจุย ในศึกลาลีกาแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังแกร่ง! บุกชนะกลัดบัคถึงถิ่น ในศึก ยูฟ่าหยามเกินไป! “หลุยส์ ซัวเรซ” เผย คำพูดสุดช้ำที่ได้ยินก่อนย้ายออกจากบาร์ซ่า

บ่อน้ำมัน! “เรดแน็ปป์” ชี้ หนึ่งแข้งสุดห่วยทำ ลิเวอร์พูล แพ้ เชลซี

ลิเวอร์พูล แพ้ เชลซี

            ลิเวอร์พูล ยอดทีมประจำเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทำผลงานได้อย่างย่ำแย่หลังรัง แอนฟิลด์ พ่าย “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี 0 – 1 ในเกม พรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม ที่ผ่านมา โดย “เจมี่ เร้ดแน็ปป์” อดีตมิดฟิลด์คนดังของ “หงส์แดง” ได้ออกมาจวกฟอร์มการเล่นของหนึ่งแข้งรุ่นน้องที่มีส่วนทำให้อดีตต้นสังกัดต้องแพ้คาบ้านในเกมนี้ ลิเวอร์พูล แพ้คาบ้าน 5 เกมติดต่อกันเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร             “เจมี่ เร้ดแน็ปป์” อดีตกองกลางคนดังของสโมสร ลิเวอร์พูล ที่ปัจจุบันผันตัวมาเป็นกูรูฟุตบอลให้กับช่องข่าวกีฬาชื่อดังของเมืองผู้ดีออกโรงจวก “เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์” แบ็กขวาตัวเก่งของ “หงส์แดง” ว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้อดีตต้นสังกัดต้องแพ้คาบ้านให้กับ เชลซี ด้วยสกอร์ 1 – 0 ในเกม พรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม ที่ผ่านมา  โดย เรดแน็ปป์ ระบุว่า “แน่นอนมันเป็นการจบสกอร์ที่สุดยอดมาก เป็นการขึ้นนำที่น่าประทับใจ เมื่อมีโอกาสทองแบบนั้นมาอยู่ตรงหน้าคุณก็ต้องคว้าไว้อยู่แล้ว แต่ผมคิดว่าถ้าคุณได้เปรียบอีกฝ่ายแบบ 2 รุม 1 คุณก็ควรจะบีบให้อีกฝ่ายไปถึงเส้นหลังให้ได้ ต่อให้เขาจะหุบเข้ามาด้านใน แต่ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ก็ควรต้องรีบเข้าไปหาอีกฝ่ายให้เร็วที่สุด เขาต้องเคลื่อนที่เร็วกว่านี้ ต้องเข้าไปขวางให้ได้ ตอนแรกผมคิดว่าเขาคงจะบีบให้อีกฝ่ายออกหลังไปได้ แต่ถ้าอีกฝ่ายตัดมาด้านใน คุณก็ควรจะขวางเขาให้ได้ สำหรับผม เทรนท์ ยังทำได้ไม่ดีพอ เขาต้องตอบสนองเร็วกว่านี้และบล็อกมันให้ได้”             ทั้งนี้ ลิเวอร์พูลยังไม่สามารถเก็บแต้มจากการลงเล่นเกมลีกในบ้านได้เลยตลอด 5 นัดหลังสุด และจากการถูก “สิงโตน้ำเงินคราม” บุกมาเชือดถึงถิ่น แอนฟิลด์ ทำให้นี่เป็นการแพ้คาบ้าน 5 เกมติดต่อกันเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร โดยปัจจุบัน ลิเวอร์พูลหล่นมารั้งอันดับ 7 ของตารางคะแนน พรีเมียร์ลีก เก็บได้เพียง 43 แต้ม จากการลงเล่น 27 นัด สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ และหากเพื่อนๆ อยากลงเดิมพัน หรือแทงบอลออนไลน์ สามารถเข้าร่วมสนุกได้ที่ ทางเข้า ufabet168 เว็บไซต์ที่กำลังมาแรงในเวลานี้ บาร์เซโลน่า โชว์ฟอร์มเฉียบถล่ม เอลเช่ กระจุย ในศึกลาลีกาแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังแกร่ง! บุกชนะกลัดบัคถึงถิ่น ในศึก ยูฟ่าหยามเกินไป! “หลุยส์ ซัวเรซ” เผย คำพูดสุดช้ำที่ได้ยินก่อนย้ายออกจากบาร์ซ่า

“แลมพาร์ด” อำลาสิงห์ รับเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้คุมทีม

แลมพาร์ด

แฟรงค์ แลมพาร์ด อดีตดาวเตะจอมยิงไกล ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นอดีตกุนซือของ เชลซี ไปด้วยแล้ว หลังถูกบอร์ดบริหาร ปลดออกจากตำแหน่งเซ่นผลงานที่ตกต่ำ แล้วแทนที่โดย โทมัส ทูเคิ่ล ยอดกุนซือชาวเยอรมัน เชลซี ภายใต้การคุมทีมของ แฟรงค์ แลมพาร์ดลงสนาม 8 เกมล่าสุดในพรีเมียร์ พบกับความพ่ายแพ้ไปถึง 5 นัด หลังจากช่วงต้นฤดูกาลเกาะกลุ่มนำอยู่ดีๆ ปัจจุบันหล่นมาอยู่อันดับ 9 ตามหลังทีมจ่าฝูง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 11 คะแนน จากผลงานดังกล่าว ทำให้บอร์ดบริหารสโมสรตัดสินใจปลด แฟรงค์ แลมพาร์ดออกจากตำแหน่ง หลังรับงานมา 18 เดือนเต็ม แล้วแต่งตั้ง โทมัส ทูเคิ่ล กุนซือผู้พา ปารีส แซงแชร์กแมง คว้าแชมป์ลีกเอิง 2 สมัยซ้อน และพาทีมเข้าชิงฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปียนลีกเมื่อปีที่แล้ว "แลมพาร์ด" ได้โพสต์ในอินสตราแกรมอย่างเป็นทางการ ซึ่งทาง แฟรงค์ แลมพาร์ดได้โพสต์ในอินสตราแกรมอย่างเป็นทางการของเขาใจความว่า “ผมขอบขอบคุณแฟนบอลทุกคน ที่สนับสนุนผมเป็นอย่างดี ตลอด 18 เดือนที่ผมคุมทีม สิ่งนี้มีค่ากับผมเป็นอย่างมาก ตอนที่ผมมารับงานในช่วงแรก ผมทราบดีถึงความกดดันต่างๆ เพราะสโมสรต้องการประสบความสำเร็จหลังจากที่ห่างหายไปนานพอสมควร ผมรู้สึกภูมิใจกับความสำเร็จต่างๆ ที่เข้ามาในสโมสรในช่วงที่ผมคุมทีม ปลื้มใจที่ได้เห็นบรรดาดาวรุ่งจากศูนย์ฝึกของสโมสรพาเหรดขึ้นมามีส่วนร่วมกับทีมชุดใหญ่ และหลายคนก็โชว์เพลงแข้งได้อย่างยอดเยี่ยม พวกเขานี่แหละจะกลายเป็นกำลังสำคัญของทีมในอนาคตข้างหน้า ผมรู้สึกเสียใจที่มีเวลาน้อยเกินไป ไม่อาจยกระดับของทีมขึ้นมาได้ สุดท้ายผมอยากขอบคุณ โรมัน อบราโมวิช เจ้าของสโมสร ทีมผู้บริหารทุกคน รวมไปถึงเหล่าสตาฟโค้ช และนักเตะทุกคนในสโมสร กับการร่วมกันทำงานอย่างหนัก เพื่อนำความสำเร็จ มาสู่สโมสรแห่งนี้ และสุดท้ายแล้วจริงๆ ผมขอให้เชลซี ประสบความสำเร็จกับทุกสิ่งทุกอย่างที่หวังเอาไว้ในอนาคต” แฟรงค์ แลมพาร์ดกุนซือวัย 42 ปี เข้ารับตำแหน่งกุนซือทัพสิงห์บลู ในเดือนกรกฎาคม ปี 2019 คุมทีมลงสนาม 84 นัด ชนะ 44 เสมอ 17 แพ้ 23 นัด สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ และหากเพื่อนๆ อยากลงเดิมพัน หรือแทงบอลออนไลน์ สามารถเข้าร่วมสนุกได้ที่ ufa369 เว็บไซต์ที่กำลังมาแรงในเวลานี้ “เป๊ป กวาดิโอล่า” ชม แชลแนมท์ เล่นลูกโด่งได้ดี แต่ลูกทีมของเขาก็จัดการได้เยี่ยม“โซลชา” เผย บรูโนหลังซ้อมเสร็จ อยู่ซ้อมปั่นฟรีคิกอีกเป็นชั่วโมง“คล็อปป์” ยอมรับ หงส์เจอเกมสวนกลับของผี ทำหงส์ร่วงเอฟเอ