“โคล” วอนแฟนสิงห์ ขอเวลาให้ “ไค ฮาแวร์ตซ์” ได้ปรับตัวก่อน

ฮาแวร์ตซ์

โจ โคล อดีตดาวเตะจอมเทคนิคของสโมสร เชลซี ออกมาอ้อนวอนให้สาวกสิงห์บลู ให้เวลา ไค ฮาแวร์ตซ์ ดาวดังทีมชาติเยอรมันปรับตัวอีกนิด เชื่อว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของทีมได้อย่างแน่นอน ไค ฮาแวร์ตซ์ ดาวเตะทีมชาติเยอรมัน ย้ายจาก เลเวอคูเซ่น ทีมดังจากเวทีบุนเดสลีก้ามาร่วมทีม เชลซี ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ด้วยค่าตัว 62 ล้านปอนด์ พร้อมๆกับ ทิโม แวเนอร์ ดาวเตะเพื่อนร่วมชาติ ซึ่งเขาได้รับโอกาสจาก แฟรงค์ แลมพาร์ด ให้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง แต่ยังทำผลงานได้ไม่น่าประทับใจเท่าไหร่ แต่ผลงานโดยรวมของทีมกำลังไปได้สวย เพราะหากนับถึงตอนนี้ พวกเขาไร้พ่าย 9 นัดในลีก ขึ้นมาเกาะที่ 3 ของตาราง เบียดแย่งบัลลังค์จ่าฝูงกับ ทอตแนมฮอต สเปอร์ และ ลิเวอร์พูล อย่างสนุก ซึ่งทาง โจ โคล ได้กล่าวว่า “การที่หลายคนออกมาวิจารณ์ ไค ฮาแวร์ตซ์ มันดูไม่แฟร์กับเขาเท่าไหร่ เขาพึ่งย้ายเข้ามาใหม่ เจอวัฒนธรรมความเป็นอยู่ อาหารการกินที่แตกต่าง รวมไปถึงเพื่อนร่วมทีมใหม่ๆ นั่นยังไม่รวมถึงแนวทางการเล่น และการฝึกซ้อมที่ต่างจากที่เขาเคยเจอ ถือเป็นเรื่องที่ยากพอสมควร แต่ถึงอย่างไรก็ตาม พรสวรรค์ยังมีอยู่ในตัวของเขาเสมอ เขาถูกยกให้เป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่ดีที่สุดของยุโรปในชั่วโมงนี้ เขาประสบปัญหาบาดเจ็บ ซ้ำยังมาเจอโควิดเล่นงานอีก แต่หากเป็นเพชรแม้นอยู่ในตมก็ยังเป็นเพชรอยู่วันยังค่ำ ทิโม แวเนอร์ ปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจุดนี้สามารถช่วยเขาได้ พวกเขามาจากสถานที่ที่แตกต่างกัน สิ่งแวดล้อมต่างกัน โชคดีที่ ทิโม แวเนอร์ ปรับตัวได้เร็วกว่า แต่ผมเชื่อมั่นว่า ไค ฮาแวร์ตซ์จะก้าวมาเป็นกำลังสำคัญของสิงห์บลูได้อย่างแน่นอน” สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ “คูตินโญ่” วอนแฟนบอล ต่างดาวกำลังสร้างทีม ทุกคนต้องอดทน“เนวิลล์” อดีตกองหลังผี สับแนวรุกทีมเก่า รอพึ่งแต่ “บรูโน”“สลาตั้น” ยอมรับ! เคยคิดเลิกเล่นหลังออกจากผีแดง แมนยูฯ

“มูรินโญ่” ขำ!? “แลมพาร์ด” ต่างหากที่กดดันหลังลงทุนกว่า 230 ลป.

"มูรินโญ่" ขำ!? "แลมพาร์ด"

โชเซ่ มูรินโญ่ เปิดตัวเกมในพรีเมียร์ลีกที่เชลซีจะเปิดสนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์รับการมาเยือนของแฟร้งค์ แลมพาร์ด โดยยืนยันว่าความกดดันในตำแหน่งควรอยู่ที่ผู้ใช้จ่ายรายใหญ่เช่นเชลซีไม่ใช่กับเขาที่สเปอร์ส มูรินโญ่กล่าวว่าเขารู้ดีว่าการทำงานภายใต้ความคาดหวังที่ยิ่งใหญ่นั้นรู้สึกอย่างไรหลังจากเล่นสองคาถากับโรมันอับราโมวิชและงานระดับสูงที่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด รีล มาดริดและอินเตอร์ มิลาน "เมื่อคุณเป็นคนโปรดคุณก็รู้ว่าทำไมคุณถึงเป็นทีมเต็ง" กุนซือของสเปอร์สกล่าวก่อนเกมดาร์บี้วันอาทิตย์ซึ่งเป็นการกลับมาที่สแตมฟอร์ดบริดจ์ครั้งล่าสุดของเขา ผมอยู่ที่สโมสรต่างๆสมมติว่า“ แชมป์ด้านการซื้อนักเตะ” เพราะการลงทุน ผมต้องรับมือกับความกดดันนั้น ตอนนี้มันไม่ใช่สำหรับผมที่จะรับมือกับความกดดันนั้น กดดันพวกเขาเล็กน้อย ปล่อยให้เราอยู่ในความสงบ เชลซีกลายเป็นทีมอังกฤษทีมแรกที่ใช้จ่ายเงิน 230 ล้านปอนด์ในกรอบการโอนเดียวในปีนี้ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตามคำสั่งห้ามโอนและการขายเอแด็ง อาซาร์ให้ รีล มาดริดในข้อตกลงมูลค่าสูงถึง 150 ล้านปอนด์ในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา "แลมพาร์ด" ตอบกลับ "มูรินโญ่" โดยกล่าวว่า 'ถ้าคุณดูการใช้จ่ายในช่วง 2-3 ฤดูกาลที่ผ่านมาท็อตแน่มทำอะไรในช่วงซัมเมอร์ที่ผมมาเชลซีและสิ่งที่พวกเขาทำในช่วงพักนี้เมื่อเทียบกับเราคุณจะเห็นว่ามันมี คล้ายกันมาก สิ่งเดียวที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จคือการทำงานหนัก ความกดดันก็มีมากอยู่ดี ความกดดันที่ท็อตแน่มจะยิ่งใหญ่เพราะโชเซ่สร้างทีมที่ยอดเยี่ยมและมีผู้เล่นที่เหลือเชื่อ มันเปรียบได้มากถ้าคุณมองไปที่การใช้จ่ายอย่างแน่นอนเนื่องจากผมอยู่ที่สโมสร' กุนซือโปรตุเกสกล่าวต่อว่า ผมเคยอยู่ที่เชลซีและผมรู้ถึงความแตกต่าง ผมสนุกกับตลาดแรกกับท็อตแน่ม ผมสนุกกับการตลาดที่ชาญฉลาดที่มีเงินน้อยลงคุณพยายามสร้างสมดุลให้กับทีมไม่ให้ผิดพลาดเลือกคนที่ใช่ และผมมีความสุขมากกับสิ่งที่เราได้รับ พวกเขาทุกคนตอบรับอย่างดีและทำให้ดีที่สุด สเปอร์ส ใช้เงินรวม 75 ล้านปอนด์กับ เซอร์จิโอ เรกูเลียน, แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้, โจ โรดอน และ ปิแอร์ เอมิล ฮอยเบิร์ก ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าสามารถต่อรองราคาได้ที่ 20 ล้านปอนด์จาก เซาแธมป์ตัน พวกเขายังเปลี่ยนสัญญายืมตัวจากโจวานนี่ โล เซลโซ่ให้เป็นสัญญาถาวร และเซ็นสัญญายืมตัว แกเร๊ธ เบล และคาร์ลอส วินิซิอุส สเปอร์สเริ่มต้นสุดสัปดาห์ในตำแหน่งจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกและหลังจากชัยชนะเหนือแมน ซิตี้เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาแฟนบอลต่างคาดหวังการเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกในรอบ 60 ปี สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ “อาร์เตต้า” ยันชัด “เปเป้” ยังมีอนาคตในทัพปืนใหญ่ อาเซน่อล!!วิเคราะห์เกมพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นัดที่ 8 พาเลซ ถล่มลีดส์ เละเทะ 4-1วงการฟุตบอลช็อค “มาราโดน่า” หัวใจวายเสียชีวิตกะทันหันปิดตำนานแข้งวัย 60 ปี

“ไรซ์” หวังย้ายสู่ สิงห์บลูส์ คว้าโทรฟี่เพื่อความสมบูรณ์แบบ

ไรซ์" หวังย้ายสู่ สิงห์บลูส์

หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงแผนใด ๆ ที่ไม่คาดคิดสัญญาณทั้งหมดชี้ไปที่เชลซีทำให้ ดีแคลน ไรซ์ เป็นเป้าหมายหลักในการย้ายทีมสำหรับซัมเมอร์หน้า ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เราต้องจับตาดูเขาในขณะที่เขาพยายามยึดตำแหน่งกองกลางของเวสต์แฮมในระหว่างนี้ ราวกับว่าความสัมพันธ์ก่อนหน้านี้ของเรากับเด็กอายุ 21 ปีมิตรภาพที่แน่นแฟ้นของเขากับ เมสัน เม้าท์ หรือทีมในปัจจุบันนั้นไม่เพียงพอที่จะกระตุ้นสิ่งต่าง ๆ ไปพร้อมกันความเป็นไปได้นั้น (ในที่สุด?) เหมาะกับความทะเยอทะยานของเด็กอายุ 21 ปีอย่างแน่นอน สำหรับอาชีพของเขา "ดีแคลน ไรซ์" กล่าวว่า ในฐานะนักฟุตบอลคุณมีอาชีพเดียวและมันผ่านไปเร็วมาก คุณต้องการประสบความสำเร็จสำหรับสโมสรและประเทศ ผมคิดว่าการคว้าถ้วยรางวัลเป็นสิ่งสำคัญ มีการพูดคุยเกี่ยวกับ แฮรี่ เคน ที่สเปอร์ส และสิ่งที่เขาควรทำเห็นได้ชัดว่าเขาสามารถทำอะไรก็ได้ที่ต้องการ เขาจะคว้าถ้วยรางวัลที่เราทุกคนรู้ดี ผมคิดว่านั่นเป็นสิ่งที่ผมต้องการตั้งเป้าหมายเช่นกัน ผมอายุแค่ 21 ปี แต่เพื่อให้ได้มาซึ่งจุดสูงสุดในอาชีพของคุณคุณต้องคว้าแชมป์และนั่นคือสิ่งที่ผมต้องการจะทำ เวสต์แฮมอาจจะออกสตาร์ทได้ดีในฤดูกาลนี้ แต่โอกาสในการคว้าถ้วยรางวัลของพวกเขายังค่อนข้างต่ำ นอกเหนือจากรอบตัดเชือกโปรโมชั่นแล้วการคว้าถ้วยรางวัลครั้งสุดท้ายในปี 1980 ในเอฟเอคัพแม้ว่าพวกเขาจะผ่านเข้ารอบสุดท้ายในปี 2006 เช่นกัน ไรซ์เป็นปัจจัยสำคัญในการเริ่มต้นของแฮมเมอร์สซึ่งทำให้พวกเขาอยู่ในอันดับที่ 8 ด้วยสถิติการป้องกันที่ดีที่สุดเป็นอันดับสองร่วมกันของแผนกโดยส่วนใหญ่เล่นเป็นกองกลางโฮลดิ้ง อย่างที่เราทราบกันดีว่าเขามีความสามารถมากกว่าตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คความเก่งกาจที่น่าจะทำให้เขาเป็นเป้าหมายในการย้ายทีมที่น่าสนใจยิ่งขึ้นสำหรับเชลซีหรือใครก็ตามสำหรับเรื่องนั้น ไรซ์ ตอบว่า ตอนนี้ผมเล่นตำแหน่งกองกลางในช่วงสามฤดูกาลที่ผ่านมา ผมคิดว่าผู้คนหลงไปกับสิ่งที่พวกเขาต้องการให้ผมทำ หน้าที่คือการเป็นกองกลาง ไม่มีไหวพริบในนั้นจริงๆ ผมสามารถแทงในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟได้ แต่ผมคิดว่าผมยังมีอะไรให้มากกว่านี้อีกมากมายและผมคิดว่าความมั่นใจของผมเพิ่มขึ้นในตำแหน่งกองกลาง ผมคิดว่ายิ่งผมเริ่มขับเคลื่อนไปข้างหน้ากับลูกบอลเหมือนที่ผมทำในเกมล่าสุด ผมได้ดูผู้เล่นชั้นนำอย่าง ปาทริค วิเอร่าและ ยาย่า ตูเร่ทุกครั้งที่พวกเขาเห็นพื้นที่เล็กน้อยที่พวกเขาขับเข้าไปพวกเขาดูมีพลังพวกเขาดูแข็งแกร่งและผมคิดว่าในฐานะกองกลางที่ถือได้ว่าหายากในทุกวันนี้ ถ้าผมสามารถเพิ่มสิ่งนั้นเข้าไปในเกมของผมได้เรื่อย ๆ ผมก็ยังคงดึงดูดสายตาได้ สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ วิเคราะห์เกมพรีเมียร์ลีก นัดที่ 8 ไบรท์ตัน เจ๊าจืด เบิร์นลีย์ 0-0“ออร์ต้า” ยกย่อง “ฟิลลิปส์” เป็นไอคอนของ ลีดส์ ยูไนเต็ด“โซลชา” ยืนยัน “เฮนเดอร์สัน” ต้องการอยู่กับทีมปีศาจแดงต่อ!!

วิเคราะห์เกมพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นัดเปิดฤดูกาล ไบรท์ตัน พ่ายคาบ้านต่อ เชลซี 1-3

ไบรท์ตัน พ่ายคาบ้านต่อ เชลซี 1-3

        เกมพรีเมียร์ลีกนักเปิดฤดูกาลในคู่วันจันทร์ ที่สนามฟัลเสมอร์ ไบรท์ตัน ทีมระดับกลางค่อนท้ายของตาราง ที่ต้องการอยู่รอดปลอดภัยในลีกสูงสุดไปอีกหนึ่งฤดูกาล เปิดบ้านพบกับ เชลซี ทีมที่ได้รับการจับตามองว่าจะเป็น 1 ในทีมที่มีลุ้นแชมป์ลีกซีซั่นนี้ ภายหลังการเสริมทัพผู้เล่นที่อุดมไปด้วยแข้งระดับซุปเปอร์สตาร์หลายราย         ไบรท์ตัน เล่นดีมีทรงจนดูเหนือกว่า เชลซี ตลอดทั้งเกมเลยก็ว่าได้ แต่จุดที่เห็นได้คือการเล่นในพื้นที่สุดท้ายกับการจบสกอร์ใช้โอกาสเปลื้อง จนทำให้ทั้งเกมนี้ยิงประตูได้ลูกเดียว เกมนี้ เชลซี คว้า 3 แต้ม ออกมาด้วยจังหวะฟุตบอลและโชคที่เข้าข้าง         เพราะตลอดเกมทั้งครึ่งแรกและครึ่งหลัง สิงห์บูลไม่ได้ขึงบุก หรือโต้กลับแบบสวยๆ ใส่ไบรท์ตัน ได้เลย ประตูที่เกิดขึ้นมาจากความผิดพลาดของผู้เล่นแนวรับกับผู้รักษาประตูอย่างแม็ท ไรอัน จนเชลซีได้จุดโทษ ส่วนลูกถัดมาได้จากลูกผีจับยัดที่หากให้ยิงใหม่ก็อาจไม่เข้า ส่วนลูกปิดท้ายบอลแฉลบเข้า         แม้ว่าเกมนี้แนวรับเชลซีจะต้องทำงานในรับมือกับแนวรุกไบรท์ตัน แต่ผู้รักษาประตูอย่าง เกปา ก็ไม่ต้องออกแรงเซฟ แต่มันก็เท่านั้นเมื่อเกมนี้เจ้าตัวแสดงความผิดพลาดออกมาอีกครั้ง จากจังหวะตีเสมอของไบรท์ตันที่บอลไม่มีอะไร กล่าวคือ ไม่ได้ยิงด้วยน้ำหนักที่รุนแรง บอลไม่ได้กระดอนหนีตัว และที่สำคัญอยู่ในวิสัยมองเห็นลูกบอลชัด แต่กลับปัดไม่โดนจนเข้าประตูไป         บทสรุปเกมนี้ ไบรท์ตัน เล่นดีมีทรงและมีอนาคตว่าจะไม่ต้องดิ้นรนหนีตกชั้น สำหรับวันนี้แพ้โชคและจังหวะฟุตบอลมากกว่า สำหรับส่วนที่ต้องไปปรับคือการจสกอร์ที่มีโอกาสต้องเฉียบคมกว่านี้ ส่วนเชลซี การซื้อผู้เล่นใหม่ยังไม่ได้เห็นผลลัพธ์ที่แตกต่างออกไปจากเดิม เพราะจากรูปเกมนัดนี้ที่ดันเป็นรองไบรท์ตัน ทีมรองบ่อน จนโอกาสยิงแทบไม่มี แต่โชคดีที่มีจังหวะกับดวงเข้ามาเกื้อหนุน   สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ ไขเหตุผล ทำไม? ฟุตบอลถ้วย FA Cup จึงเป็นทัวร์นาเมนต์แจ็คผู้ฆ่ายักษ์ ?“ซีดาน” ลั่น ลูกทีมยังเหนี่ยวแน่น ไม่สนกระแสดราม่า แต่อย่างใด“โรเมโร่” ชวดร่วมงาน “เบ็คแฮม” สื่อดังแฉสาเหตุเพราะ ดีลล่ม

“เอเมอร์สัน พัลมิเอรี่” นักเตะกองหลังที่โลกลืมของเชลซี

พัลมิเอรี่ โลกลืม

                แฟนบอลพรีเมียร์ลีกอาจจะรู้จักเคิร์ท ซูม่าหรืออัลโตนิโอ รูดิเกอร์ในฐานะกองหลังของเชลซี แต่ทว่าในบรรดาผู้เล่นเกมรับนั้นก็ยังมี เอเมอร์สัน พัลมิเอรี่ นักเตะชาวบราซิลที่มีโอกาสลงเล่นให้กับทีมแค่ 30 นัดจากสามฤดูกาลเต็ม โดยเจ้าตัวได้เพียงแค่รับหน้าที่เป็นตัวสำรองให้กับมาร์กอส อลองโซ่รุ่นชาวสเปนที่ยึดตำแหน่งนี้อย่างถาวรนั่น จนกระทั่งกองหลังโลกลืมคนนี้ต้องการจะย้ายไปร่วมทีมกับยูเวนตุสในอิตาลีแต่ทว่าการเจรจากลับไม่สำเร็จอย่างที่หวัง                 แม้ว่าเอเมอร์สัน พัลมิเอรี่จะเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับตำแหน่งกองหลังฝั่งซ้ายที่มาร์กอส อลอนโซ่เริ่มแสดงผลงานที่ไม่น่าไว้ใจมาหลายฤดูกาลแล้ว แต่ทว่าเจ้าตัวกลับได้ลงเล่นตั้งแต่เริ่มเกมเพียง 20 นัดเท่านั้น แม้ว่าเขาจะสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมทำประตูได้ 3 ครั้งจากจำนวนไม่กี่เกม ทว่าผู้จัดการทีมอย่างแฟรงค์ แลมพ์พาร์ดก็เลือกที่จะซื้อเบล ชิลเวลล์เข้ามาร่วมทีมแทน หลังจากที่เชลซีได้กองหลังฝั่งซ้ายคนใหม่มาแล้ว ทาง "เอเมอร์สัน พัลมิเอรี่" ก็กลายเป็นกองหลังโลกลืมทันที                 เพราะเจ้าตัวต้องตกไปเป็นตัวเลือกอันดับที่สามของทีม จนกระทั่งเจ้าตัวได้รับความสนใจจากยูเวนตุสและอินเตอร์ มิลานที่รู้จักผลงานของเขาดีสมัยที่ยังลงเล่นให้กับโรม่าในลีกกัลโช่ ซีรีย์อานั่นเอง ก่อนที่ทางสโมสรต้นสังกัดจะไม่ยอมปล่อยนักเตะคนนี้ออกไปเนื่องจากพวกเขาอาจต้องเสียมาร์กอส ลอนโซ่ไปนั่นเอง                 ทว่าสุดท้ายแล้วนักเตะฝั่งซ้ายทั้งสามคนก็ยังอยู่กับทีมตามเดิม แต่ทางพัลมิเอรี่อาจได้รับโอกาสมากขึ้น หลังจากที่มาร์กอส อลอนโซ่ถูกผู้จัดการทีมวิจารณ์ถึงผลงานอย่างหนักจนมีข่าวลือย้ายทีมออกไปทันที ซึ่งในปี 2020 นั้นทางเบน ชิลเวลล์คงเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งแทน ส่วนอลอนโซ่กับเอเมอร์สันอาจต้องขับเคี่ยวกันไม่ให้เป็นกองหลังโลกลืมของทีมในฤดูกาลนี้ สามารถติดตามข่าวกีฬา ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น มากมายในเว็ปไซต์ได้เพิ่มเติม “โรเมโร่” ผู้รักษาประตูอดทน ที่อดย้ายออกจากรังปีศาจแดงเอฟเวอร์ตัน เสริมทัพต่อเนื่อง คว้ากองหลังดาวรุ่งก่อนตลาดวายลิเวอร์พูล ดวงแตกจนพ่ายแพ้ แอสตัน วิลล่า ยับด้วยสกอร์ 7-2

“คาร์โล คูดิชินี่” ผู้รักษาประตู ตัวสำรอง มากความอดทนของเชลซี

ผู้รักษาประตู คาร์โล คูดิชินี่

ในช่วงเวลาที่สโมสรเชลซีมีผู้เล่นอย่างปีเตอร์ เช็คทำหน้าที่เป็น ผู้รักษาประตู หลักอย่างยาวนานนั้น ยังมีนักเตะที่ทำหน้าที่ในตำแหน่งเดียวกันอยู่คนหนึ่งที่เรียกได้ว่าเป็นสำรองอดทนของผู้รักษาประตูชาวกรีซทั้งๆ ที่เขามีฝีมือมากพอจะยืนเป็นตัวจริงให้กับทีมอื่นๆ ในพรีเมียร์ลีกแต่ทว่าเจ้าตัวกลับเลือกที่จะสู้ในทีมสิงโตน้ำเงินครามต่อไป จนกระทั่งยอมย้ายออกไปเป็นสำรองในทีมอื่นอยู่ดี หลังจากที่คาร์โล คูดิชินี่ได้ย้ายทีมมาอยู่กับเชลซีในปี 1999 ก่อนที่จะยืดตัวจริงได้ต่อจากผู้รักษาประตูอย่างเอ็ด เดอ โก จากนั้นไม่นานจุดสูงสุดของคูดิชินี่ก็มาถึงเมื่อเขาได้รับรางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล 2002/2003 อีกด้วย จนกระทั่งในฤดูกาล 2003/2004 ที่เจ้าตัวได้รับอาการบาดเจ็บหนักจนเมื่อการมาถึงของโชเซ่ มูรินโญ่ผู้จัดการทีมชาวโปรตุเกส ทีมสิงโตน้ำเงินครามจึงได้ซื้อผู้รักษาประตูคนใหม่อย่างปีเตอร์ เช็คเข้ามาแทนที่คูดิชินี่ นับจากฤดูกาล 2004 ถึง 2009 นั้นทาง ผู้รักษาประตู ชาวอิตาลี ได้ตกเป็นสำรองอย่างถาวรให้แก่ปีเตอร์ เช็คจนกระทั่งในแมตช์ระหว่างเชลซีกับเรดดิ้งที่ทางเช็คได้รับอาการบาดเจ็บจนกะโหลกร้าว ส่วนคูดิชินี่ก็ถูกเล่นงานในเกมเช่นกันจนเจ้าตัวหมดสติและต้องพักการเล่นไปจนถึงปีใหม่เลยทีเดียว ก่อนที่ต่อมาคูดิชินี่จะย้ายออกจากรังสแตมป์ฟอร์ดบริดจ์ไปอยู่กับสเปอร์สแต่สุดท้ายเขาก็ยังคงเป็นผู้รักษาประตูคนสำรองต่อจากเฮเรโล่ โกเมซอยู่ดี น่าเสียดายที่คูดิชินี่มีโอกาสโชว์ในฐานะผู้รักษาประตูได้น้อยมาก โดยเขามีฤดูกาลที่ดีกับเชลซีเพียง 4 ฤดูกาลเท่านั้น ก่อนที่จะย้ายไปเล่นกับสเปอร์สอีกถึง 5 ฤดูกาล จนกระทั่งย้ายไปปิดอาชีพค้าแข้งกับทีมดังในสหรัฐอเมริกาอย่างแอลเอ กาแล็คซี่ในปี 2014 ที่เรียกได้ว่าถ้วยรางวัลของเขานั้นสวนทางกับฝีมืออย่างมากเลยทีเดียว สามารถติดตามข่าวกีฬา ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น มากมายในเว็ปไซต์ได้เพิ่มเติม ไก่สน เบล ไหม? ราชันชุดขาวยื่นข้อเสนอยืมแข้งพร้อมช่วยค่าเหนื่อย“แกเร็ธ เบล” ลุ้นคืนถิ่น หลังเอเย่นต์เผยนักเตะยังคงรัก “สเปอร์ส” สุดหัวใจไม่ต้องติดต่อมาละนะ “แจ๊ค กรีลิช ” ต่อสัญญากับวิลล่า ออกไปถึงปี 2025

หลายคนไม่รู้จัก! “อาร์ดูอาร์ เมนดี้ ” เป็นใคร ทำไม “แลมพาร์ด” ถึงต้องการตัว

พลพรรคสิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ภายใต้การคุมทัพของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ได้เสริมทัพนักเตะใหม่เข้ามาได้อย่างน่ากลัวในตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์นี้ แต่ทว่าอีก 1 ตำแหน่งที่ แฟรงค์ แลมพาร์ด ต้องการอย่างหนักนั่นก็คือตำแหน่งผู้รักษาประตูนั่นเอง เพราะว่า เกป้า อาร์ริซาบาลากา นายทวารมือ 1 ของทีม ฟอร์มตกลงอย่างน่าใจหาย ซึ่งที่ผ่านมาเชลซี ก็มีข่าวกับผู้รักษาประตูหลายคน ไม่ว่าจะเป็น ยาน โอบลัค , ดีน เฮนเดอร์สัน แต่สุดท้ายแล้วหวยดันมาออกที่ อาร์ดูอาร์ เมนดี้ ผู้รักษาประตูจากสโมสรแรนส์ ซะอย่างงั้น และวันนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักเขา ให้มากขึ้นกันครับ "อาร์ดูอาร์ เมนดี้" มีชื่อเต็มว่า "อาร์ดูอาร์ โอโซเก้ เมนดี้" เกิดเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 1992 ปัจจุบันเจ้าตัวมีอายุ 28 ปี ส่วนสูง 198 เซนติเมตร สังกัดอยู่สโมสรแรนส์ สโมสรชื่อดังในลีกเอิง ลีกสูงสุดของวงการฟุตบอลฝรั่งเศส และได้ก้าวขึ้นไปติดทีมชาติเซเนกัล เป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย ซึ่งชื่อของ อาร์อูอาร์ เมนดี้ อาจจะไม่ได้คุ้นหูแฟนบอลซักเท่าไรนัก เพราะเจ้าตัวเพิ่งจะเริ่มเล่นฟุตบอลเมื่ออายุ 19 ปีเข้าไปแล้ว กับสโมสรเชอร์บูร์ก สโมสรระดับดิวิชัน 3 ของฝรั่งเศส เมื่อปี 2011 ก่อนจะมีโอกาสได้ย้ายเข้ามาอยู่กับโอลิมปิก มาร์กเซย สโมสรชื่อดังของฝรั่งเศส เมื่อปี 2015 แต่ก็ได้อยู่เพียงแค่ทีมสำรองเท่านั้น และแทบจะไม่ได้รับโอกาสลงสนามเลย แต่เพรชอยู่ที่ไหนก็คือเพรช เพราะในปี 2017 สโมสรแร็งส์ ที่ในเวลานั้นอยู่ในลีกรองของวงการฟุตบอลฝรั่งเศส เห็นแววของ เอดูอาร์ เมนดี้ จึงดึงตัวไปร่วมทีม ซึ่งที่นี่แหละทำให้นายทวารชาวเซเนกัล ได้โชว์ฟอร์มอย่างเต็มที่ โดยตัวเขาได้ลงเล่นไปทั้งสิ้น 34 เกม และเก็บคลีนชีตไปได้มากถึง 18 ครั้ง ช่วยให้แร็งส์ สามารถคว้าแชมป์และเลื่อนชั้นขึ้นไปสู่ลีกสูงสุดได้สำเร็จ ซึ่ง เอดูอาร์ เมนดี้ ก็ยังสามารถรักษาฟอร์มเก่งได้อย่างต่อเนื่อง นถูกสโมสรแรนส์ สโมสรชื่อดังของวงการฟุตบอลฝรั่งเศส คว้าตัวไปร่วมทีม ในช่วงซัมเมอร์ของฤดูกาล 2019-2020 ด้วยค่าตัวสุดถูก เพียงแค่ 3.5 ล้านปอนด์ เท่านั้น การย้ายมาอยู่กับแรนส์ เป็นเหมือนกับการแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวของ อาร์ดูอาร์ เมนดี้เพราะว่าเขาโชว์ฟอร์มได้อย่างเหนียวหนึบ มีค่าเฉลี่ยเสียประตูต่อเกมอยู่ที่ 0.79 เท่านั้น น้อยที่สุดเป็นอันดับ 2 ของลีกเอิง แถมยังมีเปอร์เซ็นต์การป้องกันประตูสูงถึง 78.4 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของลีกเอิง

ไม่รู้ว่าลีลาดี “มอยส์” เผย!สมัยคุมแมนยูเมินสัญญาทาบทามติอาโก้

มอยส์

เดวิด มอยส์ ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อชื่อดังว่าในสมัยที่เขายังคงคุมทัพแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่มีความคิดที่จะกระชากตัว ติอาโก้ อัลกันตาร่า แข้งกองกลางตัวเก่งของทีมบาเยิร์น มิวนิค เข้ามาร่วมทัพเลยสักนิด ยอมรับว่าในตอนนั้นไม่ทราบว่านักเตะลีลาสไตล์การเล่นเป็นแบบไหน หากเปรียบเทียบความสนใจโดยส่วนตัวแล้วเขาพุ่งเป้าไปที่ เชส ฟาเบรกาส ที่สมัยนั้นเป็นนักเตะภายใต้สังกัดทีมคู่ปรับร่วมลีกทีมสิงโตน้ำเงินคราม  "เดวิด มอยส์" ผู้จัดการทีมประสบการณ์สูงทีม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เวสต์แฮม ยูไนเต็ด สโมสรที่มีชื่อเสียงในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยอมรับว่าในตอนนั้นเขาได้ปฏิเสธที่จะคว้าตัว ติอาโก้ แข้งกองกลางฝีเท้าดี ให้มาอยู่ค้าแข้งกับทีมปีศาจแดงเพราะไม่ได้มีความสนใจและไม่มีความรู้เรื่องสไตล์การเล่นของนักเตะ ทั้ง ๆ ที่ในเวลานั้นนักเตะให้ความสนใจที่อยากจะมาอยู่กับทีมเพราะต้องการย้ายออกจากทีมต้นสังกัด ซึ่งค่าหัวของนักเตะในเวลานั้นอยู่ที่ 17 ล้านปอนด์หรือประมาณ 680 ล้านบาท ซึ่งคนที่พยายามผลักดันให้สัญญาการคว้าตัวแข้งกองกลางรายนี้สำเร็จนั่นก็คือ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือระดับตำนานของทีมนั่นเองแต่เขาก็กลับมองข้ามสัญญาไปอย่างน่าเสียดาย  “ตอนนั้นผมยังจำได้ดีทุกอย่างเป็นไปได้สวยเหลือแค่ผมเซ็นอนุมัติเท่านั้น แต่ผมกลับไม่สนใจสัญญาฉบับนี้เลยสักนิดเพราะผมไม่รู้จริง ๆ ว่าเขาเป็นนักเตะที่มีลีลาการเล่นเป็นแบบไหนและจะเข้ากับทีมของเราได้หรือไม่ จนในที่สุดเขาก็ได้ย้ายไปค้าแข้งกับทีมเสือเหลืองและอยู่เป็นกำลังสำคัญหลักจนทำผลงานให้ทีมคว้าแชมป์ได้สำเร็จ ตอนนั้นผมยอมรับว่าในหัวของผมคิดแต่จะคว้าตัวกองกลางของทีมเชลซีเข้ามาร่วมทัพให้ได้” เดวิด มอยส์ กล่าว สามารถติดตามข่าวกีฬา ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น มากมายในเว็ปไซต์ได้เพิ่มเติม และขอบคุณที่มาของแหล่งข้อมูล Ufaone เว็บไซต์ที่ดีที่สุดตลอดกาล สื่อเผย! “แวร์เนอร์” ถูกทาบทามจากทีมใหญ่ก่อนโดนเชลซีสอยตัวราชันชุดขาว หวังปล่อย “แกเร็ธ เบล” เซฟค่าเหนื่อย 30 ล้านปอนด์“ตราโอเร่” ตัดสินใจถอนตัวจากสเปน หลังติดเชื้อโควิด-19

สื่อเผย! “แวร์เนอร์” ถูกทาบทามจากทีมใหญ่ก่อนโดนเชลซีสอยตัว

แวร์เนอร์

สื่อข่าวชื่อดังเมืองเบียร์ตีข่าว ก่อนที่ทีมสิงโตน้ำเงินครามจะปิดดีนสำเร็จคว้าตัว ติโม แวร์เนอร์ สุดยอดกองหน้าอนาคตไกลมาร่วมทำศึก มีอีกหนึ่งทีมยักษ์ใหญ่ที่ส่งตัวแทนมาขายขนมจีบแล้วเปิดโต๊ะพูดคุยถึงเรื่องสัญญาของนักเตะอย่างจริงจัง นั่นก็คือทีมเรือใบสีฟ้า โดยมีกุนซือใหญ่ของทีมเป็นคนต่อสายตรงยกหูโทรศัพท์หาตัวนักเตะด้วยตัวเองไม่ใช่ทีมลิเวอร์พูลแบบที่ทุกคนเข้าใจกันเลยสักนิด  "ติโม แวร์เนอร์" สุดยอดกองหน้าอนาคตไกล แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรมหาเศรษฐีแห่งวงการพรีเมียร์ลีกอังกฤษ มีความพยายามเป็นอย่างมากที่จะเปิดศึกชิงตัว ติโม แวร์เนอร์สุดยอดกองหน้าอนาคตไกลเข้ามาร่วมทีมให้ได้ หลังจากที่นักเตะตกเป็นเป้าหมายหัวของ โจเซป กวาร์ดิโอล่า แถมกุนซือรายนี้เยี่ยมเป็นคนยกหูโทรศัพท์เพื่อพูดคุยและโน้มน้าวจิตใจนักเตะเกี่ยวกับเรื่องสัญญาฉบับใหม่ที่เขาจะได้รับหากตกลงรับข้อเสนอในการเป็นนักเตะภายใต้สังกัด แต่สุดท้ายแล้วแข้งวัย 24 ปีก็เลือกที่จะปฏิเสธไปในที่สุดและย้ายมาค้าแข้งกับทีมเชลซีแทน เพราะกุนซือใหญ่ของการันตีพื้นที่ในสนามการเป็นนักเตะตัวจริงที่เขาจะได้รับหากเลือกค้าแข้งด้วยกัน ศึกพรีเมียร์ลีกหนังใหม่ที่จะเปิดฤดูกาลกันอีกครั้งในวันที่ 12 กันยายนที่จะถึงนี้ แน่นอนว่าเราจะได้เห็นโฉมลีลาการเล่นของ ติโม แวร์เนอร์ กองหน้าไฟแรงอย่างแน่นอนหลังจากที่เขาได้ถูกวางตัวให้เป็นหนึ่งในผู้เล่นตัวจริง และกุนซือใหญ่จะเลือกใช้งานเขาให้กลายเป็นผู้เล่นหลักในการไล่ล่าคว้าถ้วยแชมป์ของศึกครั้งนี้ทุกเกม ก่อนหน้านี้ทีมได้เจรจาคว้าตัวนักเตะด้วยสัญญาที่ 53 ล้านปอนด์หรือประมาณ 2,100 ล้านบาท และมอบสัญญาอายุการทำงานระยะยาวถึง 5 ปีเต็ม บวกกับออฟชั่นที่นักเตะจะได้รับค่าเหนื่อยจากสโมสรถึงสัปดาห์ 7 ล้านบาท สามารถติดตามข่าวกีฬา ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น มากมายในเว็ปไซต์ได้เพิ่มเติม ราชันชุดขาว หวังปล่อย “แกเร็ธ เบล” เซฟค่าเหนื่อย 30 ล้านปอนด์“ตราโอเร่” ตัดสินใจถอนตัวจากสเปน หลังติดเชื้อโควิด-19“เมมฟิส เดอปาย” ประกาศชัด แค่มีสมาธิให้กับ ลียง เท่านั้น

สิงห์บลูส์ เชลซี เซ็น “มาแลง ซาร์” แบ๊กซ้าย จากนีซแบบฟรีๆ

เชลซี

มาแลง ซาร์ เซ็นสัญญา 5 ปีกับ เชลซี นับเป็นการเซ็นสัญญานักเตะรายที่สี่ในสัปดาห์นี้ ซาร์ เซ็นเตอร์แบ๊กวัย 21 ปี นักเตะฝั่งซ้ายย้ายจากนีซสู่ถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์โดยที่สัญญาของเขาหมดลงเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เขาลงสนามมากว่า 100 เกมให้สโมสรในลีกเอิง และย้ายออกมาเพื่อหาความท้าทายใหม่ และนักเตะรายนี้ใช้เวลาเตรียมตัวเพียง 2-3 เดือนในการย้ายทีม อาร์เซนอลก็มองไปที่กองหลังสารพัดประโยชน์รายนี้ ขณะที่บาร์เซโลน่ามีข่าวลือกับนักเตะเมื่อช่วงต้นเดือน อย่างไรก็ตาม เป็นเชลซีที่ได้ซาร์ไปร่วมทีม โดยมีการเซ็นสัญญา 5 ปี จากการรายงานของเทเลฟุต ฝรั่งเศสกล่าวว่ามาแลง ซาร์ย้ายไปสิงห์บลูส์แบบยืมตัว เพื่อไปเล่นลีกท๊อปไฟว์ของยุโรป การย้ายตัวของซาร์เป็นแบบฟรี ทรานสเฟอร์และจะมีการเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการระหว่างสองสโมสรและนักเตะในอีก 2-3 วันข้างหน้า และเขากำลังจะกลายเป็นนักเตะคนที่สี่ที่ย้ายเข้าสู่ทีมสิงห์บลูส์ในสัปดาห์นี้ ติอาโก้ ซิลวาอดีตนักเตะของเปแอสเช ที่หมดสัญญากับทีมก็ต้องสู่ถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์แบบฟรี ทรานเฟอร์ส โดยเป็นสัญญา 1 ปี ส่วนนักเตะที่คาดว่าจะย้ายมาเชลซีอีกสองรายคือ ไค ฮาแวร์ตซ์และเบน ชิลเวลล์มีค่าตัว 90 และ 50 ล้านปอนด์ตามลำดับ โดยเป็นการเซ็นสัญญาสองนักเตะรายใหม่ต่อจากฮาคิม ซิเยชและติโม แวร์เนอร์ที่ทั้งคู่ย้ายสู่สิงห์บลูส์เมื่อต้นปี เชลซี ตกลงข้อเสนอ 50 ล้านปอนด์กับเลสเตอร์ซิตี้ เบน ชิลเวลล์จะเข้ารับการตรวจร่างกายก่อนเซ็นสัญญา 5 ปีมูลค่า 190,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์หลังจากเชลซีตกลงข้อเสนอ 50 ล้านปอนด์กับเลสเตอร์ซิตี้ แฟร้งค์ แลมพาร์ดมองหาแบ๊กซ้ายรายใหม่เนื่องจากเขายังไม่เชื่อมั่นจากมาร์กอส อลอนโซ่ในขณะที่เอเมอร์สัน ปาลมิเอรี่คาดว่าจะย้ายกลับไปอิตาลีหลังจากที่ย้ายมาเล่นที่อังกฤษในถิ่นลอนดอนตะวันตก ชิลเวลล์ได้รับการยกย่องอย่างแพร่หลายว่าเป็นเป้าหมายหลักของแลมพาร์ดและ เดอะ แอธเลติกอ้างว่าในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเชลซีบรรลุข้อตกลงกับเลสเตอร์ในการเซ็นสัญญากับแบ๊กซ้ายวัย 23 ปีในราคา 50 ล้านปอนด์ การตรวจทางการแพทย์เบื้องต้นได้ดำเนินการเพื่อประเมินส้นเท้าของชิลเวลล์เนื่องจากได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย แต่จอห์น เพอร์ซีนักข่าวของ Telegraph กล่าวว่าเชลซีจะผลักดันข้อตกลงดังกล่าวต่อไปเนื่องสิงห์บลูส์ไม่มีการวิตกเกี่ยวกับปัญหาการบาดเจ็บแบบนี้ รายงานของ Telegraph ระบุว่า Chilwell จะเข้ารับการตรวจร่างกายเต็มรูปแบบภายใน 48 ชั่วโมงข้างหน้าก่อนที่จะเซ็นสัญญา 5 ปีมูลค่าประมาณ 190,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์และคาดว่าข้อตกลงจะประกาศภายในสิ้นสัปดาห์นี้ สามารถติดตามข่าวกีฬา ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น มากมายในเว็ปไซต์ได้เพิ่มเติม “คูมัน” เตรียมดึงตัว “คูตินโญ่” กลับมาฉายแสงในถิ่น คัมป์นูสงครามกุหลาบ – ตำนานเล่าขานของ ปีศาจแดง กับ ลีดส์ ยูไนเต็ด (ตอน 2)สงครามกุหลาบ – ตำนานเล่าขานของ ปีศาจแดง กับ ลีดส์ ยูไนเต็ด (ตอน 1)