5 นักเตะ “ราชันชุดขาว” ที่น่าจับตามองเกมเยือนถิ่นซานมาเมสของ “บิลเบา”

ราชันชุดขาว

5 นักเตะ "ราชันชุดขาว" เรอัลมาดริด ที่น่าจับตามองเกมเยือนถิ่นซานมาเมสของ "บิลเบา" ลองมาดูสิว่าจะมีใครกันบ้างและเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาไปดูกันเลย 5 นักเตะ "ราชันชุดขาว" ที่น่าจับตามอง 1.คาริม เบนเซม่า นักเตะกองหน้ารายนี้ต้องรับการพิสูจน์ว่าจะเล่นได้ดีเยี่ยมหรือไม่ เมื่อซาน มาเมสของบิลเบา ไม่ใช่สนามที่ทีมคู่แข่งจะยิงบอลเข้าประตูได้ง่ายๆ และเกมก่อนหน้าที่ทั้งสองทีมพบกันก็เสมอกันมาแล้ว 0-0 เมื่อเดือนธันวาคม เกมนี้เบนเซม่าต้องเอาชนะอูไน ซิมงต์กองหลังของบิลเบาเพื่อที่จะทะลุเข้าไปยิงประตูให้ได้ แต่อย่างที่เราเห็นในเกมที่พบเอสปันญอล เขาเป็นกองหน้าที่มีทักษะการทำประตูที่ยอดเยี่ยมจริงๆ 2.เซ็นเตอร์แบ็ก เอแดร์ มิลิเตา ราฟาเอล วารานไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่ซีเนอดีนซีดานน่าจะเลือกให้เอแดร์ มิลิเตาเป็นเซ็นเตอร์ ฮาล์ฟมากกว่าและคาดว่าเขาจะยืนเคียงข้างกับเซร์คิโอ รามอสในการรับมือกองหน้าบิลเบาเช่นเดียวกับเกมที่ชนะเกตาเฟ่มา 1-0 3.มิดฟิลด์ตัวกลาง โทนี่ โครส เป็นที่ยอมรับว่า โทนี่ โครสยังไม่ได้เล่นได้ดีกว่าที่เขาเคยเล่นกับ รีล มาดริด แต่ว่าเหมือนเขาเป็นนักเตะที่ปิดทองหลังพระเล่นได้อย่างมีระบบแบบแผนเกมที่พบเกตาเฟ่เขาได้ผ่านบอลแม่นยำมากกว่า 90% จากการเก็บสถิติของ whoscored เกมนี้ โครส จะต้องเป็นผู้นำในตำแหน่งกองกลาง นัดที่แข่งกับบิลเบา และพยายามพาบอลขึ้นหน้าให้ได้ โดยปีกซ้ายจะมีเอแด็ง อาซาร์คอยลากเลื้อยทำเกมให้ ไม่มีใครปฏิเสธเลยว่าเขาเป็นหนึ่งในกองกลางที่ดีที่สุดในโลก แต่เกมที่พบบิลเบาเขาต้องพิสูจน์ตัวเองให้แฟนบอลได้เห็นบ้าง 4.ปีกซ้าย เอแด็ง อาซาร์ เราจะเห็นได้ว่าอาซาร์เริ่มมีบทบาทต่อการเล่นของรีล มาดริดเพิ่มมากขึ้นแล้ว และซีดานชอบที่จะใช้การเล่นแบบ diamond กับคู่ต่อสู้ที่เข้าบีบบอลเร็ว เช่นเกมที่พบกับเกตาเฟ่ แต่ก็แสดงให้เห็นแล้วว่ามันไม่ได้ผลเท่าไหร่นัก อาซาร์เป็นตัวเรียกฟรีคิกให้กับทีมได้ดีมาก และเมื่อได้ฟรีคิกนักเตะอย่างเซร์คิโอ รามอสและโทนี่ โครสจะเข้าไปยิงฟรีคิกโดยตรงได้เลย ดูเหมือนว่าอาซาร์จะก้าวเข้ามาเป็นนักเตะผู้นำของทีมรีล มาดริดในชุดนี้ได้แล้ว เขามีความใจเย็นมากขึ้นและมีส่วนให้ทีมได้สามประตูจากเกมที่พบเออิบาร์และบาเลนเซีย 5.แบ๊กซ้าย มาร์เซโล่ ไม่แน่ใจว่ามาร์เซโล่หรือแฟร์กล็องด์ แมนดี้ใครจะได้ลงสนามเป็นผู้เล่นตัวจริงเกมที่แข่งกับบิลเบา ซึ่งเวลานี้เมนดี้อายุน้อยกว่ามีความสดมากกว่า แต่ผู้สันทัดกรณีหลายคนก็ยังมองว่ามาร์เซโลเป็นนักเตะที่เล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมักจะเล่นเกมใหญ่ได้ดี สามารถติดตามข่าวกีฬา ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น มากมายในเว็ปไซต์ได้เพิ่มเติม ดีพอแล้ว! “คล็อปป์” ยันลิเวอร์พูลไม่ทุ่มเงินเสริมทัพมหาศาลตลาดนักเตะซัมเมอร์นี้หนาหู!! กระแสข่าวลือ สาลิกาดง เตรียมดึง “พอช” คุมทีม“สเตอร์ลิ่ง”กำลังคึก บอกฤดูกาลใหม่ กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว!!

“ซีดาน”เป่าปาก มาดริด เชือด เกตาเฟ่ เกมยากสุดของซีซั่น

มาดริด

ซีเนอดีน ซีดาน กุนซือชาวฝรั่งเศสของสโมสร เรอัล มาดริด ออกอาการโล่งใจที่ลูกทีมราชันชุดขาว เอาชนะ เกตาเฟ่ ในฟุตบอลลาลีก้าสเปนนัดล่าสุดได้ ชมลูกทีมเล่นอย่างอดทน  ซึ่งแม้จะนำห่าง 4 คะแนน แต่ก็ยังไม่ประมาท บาร์เซโลน่า เรอัล มาดริดลงสนามในฟุตบอลลาลก้า ฤดูกาล 2019/2020 นัดที่ 33  ซึ่งพวกเขาเป็นฝ่ายเบียดชนะ เกตาเฟ่ ไปอย่างน้ำลายเหนียว 1-0 จากจุดโทษของ เซอร์คิโอ รามอส กัปตันทีม ในนาที่ 79 ทำให้ตอนนี้ หลังจากผ่านไป 33 นัด ราชันชุดขาว มี 74 คะแนน ทางฝั่งของ บาร์เซโลน่า มี 70 คะแนน เหลือการแข่งขันอีกเพียง 5 นัดเท่านั้น ทำให้โอกาสที่ เรอัล มาดริด จะคว้าแชมป์ไปครองมีความเป็นไปได้สูงเลยทีเดียว ซึ่งทาง ซีเนอดีน ซีดาน ได้กล่าวว่า “เกมนัดนี้มันยากสุดๆ เราคิดเอาไว้แล้วว่ามันจะไม่ใช่เกมที่ง่าย แต่ลูกทีมของผม ก็เล่นกันอย่างมีระเบียบและอดทน และเราคิดอยู่เสมอว่าท้ายที่สุดแล้วพวกเราจะยิงประตูได้ และสุดท้ายมันก็มาจริงๆ  แต่มันไม่ง่ายเลยจริงๆ ผมบอกเลยว่าเกมนัดนี้ เป็นเกมที่ยากที่สุดของฤดูกาลนี้ เราพยายามเล่นกันเป็นทีม ให้ทุกคนมีส่วนร่วมกับทีม และช่วยกันแย่งบอลมาเวลาที่เราเสียบอล และผลก็ออกมาดี และผมหวังว่าทีมเราจะรักษาการเล่นแบบนี้เอาไว้ เรายังไม่เป็นแชมป์หรอกนะ เกมมันยังไม่จบ แต่เรากำลังเดินมาถูกทางแล้ว และมันเป็นอะไรที่หนักเอาการ ที่ต้องลงสนามทุกๆ 3 วัน” ฟุตบอลลาลีก้านัดต่อไป เรอัล มาดริด ฟุตบอลลาลีก้านัดต่อไป เรอัล มาดริดจะต้องออกไปเยือนทีมแกร่งอย่าง แอทเธเลติก บิลเบา ในวันที่ 5 มิถุนายน ขณะที่ บาเซโลน่า เจอกันหนักไม่พ้กัน ต้องออกไปเยือน บีญาเรอัล ในวันที่ 6 มิถุนายน สามารถติดตามข่าวกีฬา ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น มากมายในเว็ปไซต์ได้เพิ่มเติม หลังซดประตู”กรีนวู้ด”แสดงสัญลักษณ์นิ้ว A สื่อถึง “โกเมส”เสือใต้เซ็นสัญญา 5 ปี 55 ลป.ซิว “ซาเน่”จากเรือใบสีฟ้าสมใจหงส์แดงได้แชมป์ PL แล้ว แต่หวังทุบ “สถิติ” ของพรีเมียร์ลีก