เชลซี ที่ต้องเผชิญหน้าความล้มเหลวในถ้วย เอฟเอคัพ จากเลสเตอร์

เชลซี

                เป็นผลการแข่งขันที่ผิดคาดไปเลยทีเดียว เมื่อทาง เชลซี ของ Thomas Tuchel ที่ทำผลงานได้อย่างร้อนแรงมาตลอดจะต้องมาสะดุดในเกมที่เจอกับอาร์เซน่อลและเลสเตอร์ซิตี้ รวมถึงในเกมหลังยังทำให้พวกเขาต้องชวดแชมป์เอฟเอคัพไปอย่างน่าเสียดายเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังเป็นความพ่ายแพ้ต่อหน้าแฟนบอลครั้งแรกในรอบปีอีกด้วย อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกที่นายใหญ่ชาวเยอรมันทำทีมแพ้สองเกมติดต่อกันจนทำให้หลายคนเริ่มกังวลถึงการแข่งขันในช่วงเกมที่เหลือแล้วเช่นกัน ความพ่ายของ เชลซี ในเกมเอฟเอคัพก็เกิดขึ้นมาจากลูกยิงของ "Youri Tielemans"                 ที่ช่วยให้เลสเตอร์ซิตี้สามารถคว้าแชมป์ถ้วยเก่าแก่ของเกาะอังกฤษได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร ส่วนทางด้านสิงโตน้ำเงินครามที่ครองบอลและสร้างสรรค์โอกาสได้มากกว่ากลับไม่เฉียบคมพอ รวมถึงลูกยิงตีเสมอในเกมก็ดันถูกจับล้ำหน้าไปแบบไม่มีข้อแก้ตัวแต่อย่างใด เช่นเดียวกับผลงานที่เข้าฝักของทางผู้รักษาประตูอย่าง Kasper Schmeichel ที่สามารถคว้าแชมป์ได้ตามตำนานผู้พ่อของตัวเองไปอีกรายการต่อจากพรีเมียร์ลีกนั่น อีกทั้งยังเป็นฝันร้ายของสิงห์น้ำเงินที่ต้องเป็นรองแชมป์สองปีติดต่อกัน ปัญหาของเชลซีก็คือพวกเขายังมีเป้าหมายที่ต้องเล่นทั้งในฟุตบอลพรีเมียร์ลีกและยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก หลังจากที่จบเกมเอฟเอคัพไปแล้ว ซึ่งทีมสิงโตน้ำเงินครามยังไม่รับประกันว่า ตัวเขาจะได้ไปเล่นในรายการใหญ่ของยุโรปในช่วงปีหน้าหรือไม่ เนื่องจากยังครองอันดับสี่ในตารางอยู่และห่างจากลิเวอร์พูลเพียงไม่กี่แต้มเท่านั้น หากพวกเขายังเกิดพลาดในเกมที่เหลือก็อาจทำให้ตัวเองตกลงไปอยู่ในอันดับห้าของตารางได้เลยเช่นกัน แม้ว่าทีมดังจากลอนดอนจะยังได้เปรียบคู่แข่งอื่น ๆ อยู่ก็ตาม สุดท้ายแล้วเรื่องที่น่าเป็นห่วงของเชลซีก็คือทาง Thomas Tuchel เองก็มีสถิติไม่ดีในการเล่นในรอบชิงชนะเลิศเท่าไหร่นัก ทั้งการพ่ายแพ่ต่อบาเยิร์นมิวนิคในแชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาลก่อนและเกมที่เจอกับเลสเตอร์ซิตี้ ซึ่งก็เป็นอาจลดความมั่นใจของทีมไปพอสมควร แม้ว่าพวกเขาจะได้เจอกับจิ้งจอกสีน้ำเงินอีกรอบในเกมพรีเมียร์ลีกนัดต่อมาเพื่อหาโอกาสล้างแค้นนั่เอง สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ และหากเพื่อนๆ อยากลงเดิมพัน หรือแทงบอลออนไลน์ สามารถเข้าร่วมสนุกได้ที่ ufabet1688 เว็บไซต์ที่กำลังมาแรงในเวลานี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พลิกสถานการณ์ถล่มโรม่า ยับเยิน 6 – 2“โซลชา” ที่บ้านเกิด พร้อมใจสร้างรูปเพื่อเป็นเกียรติที่สร้างชื่อเสียงให้เมือง“เนย์มาร์” ถูก “โปเซ็ตติโน่” เอ่ยปากชม คุมไม่ยากอย่างที่หลายคนคิด

วิเคราะห์เกมพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นัดที่ 8 เลสเตอร์ เฉือน วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-0

เลสเตอร์ เฉือน วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-0

       เกมพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นัดที่ 8 คู่วันอาทิตย์ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่กำลังฟอร์มดีจนขึ้นมาเกาะกลุ่มหัวตารางได้สำเร็จ วันนี้ต้องเปิดรังคิงพาวเวอร์ สเตเดี้ยม รับเจ้าหมาป่า วูล์ฟแฮมป์ตัน ที่ฟอร์มร้อนแรงไม่แพ้กัน สำหรับผังการเล่น เจ้าบ้านมาในระบบ 3-4-2-1 ส่วนทีมเยือนวางผัง 5-4-1         ทั้งสองทีมพยายามจะลำเลียงบอลเพื่อบุกเข้าใส่กันแต่ยังไม่ทันไร วูล์ฟแฮมป์ตันก็มาเสียจุดโทษจากแฮนด์บอล ก่อนที่วาร์ดี้จะยิงเข้าไปอย่างเด็ดขาด ขึ้นนำ 1-0 ก่อนที่ช่วงท้ายครึ่งแรกจะมาได้จุดโทษที่ 2 โชคดีว่ายิงไม่เข้า มิเช่นนั้นจะเป็นงานที่งานลำบากของทีมเยือนในการกลับคืนสู่เกม แต่ก็เอื้อความได้เปรียบทางแท็กติกแก่เจ้าบ้านที่จะเล่นง่ายขึ้น         ครึ่งแรกวูล์ฟแฮมป์ตัน ไม่สามารถพาบอลเข้าไปในแดนเขตโทษของเลสเตอร์ได้เลย เพราะเจ้าบ้านวางแท็กติกยืนซ้อน 2 ชั้น ทำให้เจ้าหมาป่าไม่สามารถใช้จุดเด่นในลูกโต้กลับได้ อีกทั้งไม่มีความเชี่ยวชาญในการขึงบุก ภาพที่เห็นคือการถ่ายบอลไปมาจนเสียบอลคืนให้เจ้าบ้าน เลสเตอร์ ก็มีสไตล์เกมบุกไม่ต่างจากทีมเยือน         เพราะเมื่อใดที่ได้เซตบอลก็จะไม่มีประโยชน์ นอกเสียจากเปิดโด่งเข้ามา หรือฉวยโอกาสยิงเร็ว ส่วนช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้ายของเกม ทีมเยือนใช้วิธีการบุกด้วยการเปิดบอลโด่ง เพื่อให้แถว 2 ได้ยิงเก็บตก ซึ่งถือว่าได้ผลดี เพียงแต่ไม่เป็นประตูเท่านั้น         บทสรุปของเกม เลสเตอร์ ถือว่าโชคดีที่ได้จุดโทษช่วงต้นเกม ทำให้เป็นปัจจัยสำคัญในการคว้า 3 แต้มในวันนี้ แต่ส่วนที่ต้องปรับปรุงคือแท็กติกเกมรุก ที่การเซตเพลย์ใช้ไม่ได้ผลเลยในเกมนี้ แถมช่วงท้ายเกมจะโดนยิงตีเสมอหลายครั้ง ขณะที่วูล์ฟแฮมป์ตัน เสียลูกจุดโทษถึง 2 ลูกในเกมเดียว ซึ่งโชคดีที่โดนไปเพียงเม็ดเดียว ทำให้มีโอกาสกลับคืนสู่เกมได้ถ้ายิงตีเสมอ โดยในครึ่งหลังแท็กติกเกมบุกทำได้ดี แต่ไม่ใกล้เคียงนัก เพราะล้วนแต่เป็นลูกยิงนอกกรอบเขตโทษ ไม่ใช่การยิงเหน่งๆในระยะเผาขน สิ่งสำคัญของเจ้าหมาป่า คือการเพิ่มิติความหลากหลายในเกมรุกนับจากนี้     สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ “อาร์เตต้า” ยันชัด “เปเป้” ยังมีอนาคตในทัพปืนใหญ่ อาเซน่อล!!วิเคราะห์เกมพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นัดที่ 8 พาเลซ ถล่มลีดส์ เละเทะ 4-1วงการฟุตบอลช็อค “มาราโดน่า” หัวใจวายเสียชีวิตกะทันหันปิดตำนานแข้งวัย 60 ปี

“ร็อดเจอร์ส” ชี้ เร็วเกินไปจะหวังถึงแชมป์ เมิน ถูกวิจารณ์เล่นแผนรถบัส!

"ร็อดเจอร์ส" ชี้ เร็วเกินไปจะหวังถึงแชมป์

            ร็อดเจอร์ส (Brendan Rodgers) กุนซือมากประสบการณ์ของ “จิ้งจอกสีน้ำเงิน” เลสเตอร์ ซิตี้ สโมสรดังแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยังคงสงวนท่าทีและไม่ออกตัวแรงเรื่องโอกาสในการลุ้นแชมป์ฤดูกาลนี้ของ เลสเตอร์  แม้ว่ากุนซือวัย 47 ปี จะพาต้นสังกัดออกสตาร์ทในซีซันนี้ได้อย่างน่าประทับใจด้วยการเก็บชัยชนะอย่างต่อเนื่องจนนำเป็นจ่าฝูง  โดย ร็อดเจอร์สมองว่ายังเร็วเกินไปที่จะพูดถึงเรื่องแชมป์ รวมถึงไม่สนเสียงวิจารณ์ว่าเล่นแผนรสบัสอีกด้วย "ร็อดเจอร์ส" เผย ขอมองไปทีละเกม มากกว่าฝันถึงแชมป์ตอนนี้             ทั้งนี้ ร็อดเจอร์สผู้จัดการทีมของ เลสเตอร์ ซิตี้ พาสโมสรทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการคว้าชัยชนะได้ถึง 6 จาก 8 เกมที่ลงสนาม โดยชัยชนะ 2 จาก 6 นัดที่เก็บได้ยังเป็นการบุกไปถล่ม “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คาบ้านถึง 5-2 และเชือนเอาชนะ “ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซนอล คาบ้าน 1-0  เก็บได้ถึง 18 แต้ม รั้งตำแหน่งจ่าฝูงของศึก พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ และยังถือเป็นการออกสตาร์ทที่ผลการแข่งขันยอดเยี่ยมกว่าในฤดูกาล 2015-2016 ที่ “จิ้งจอกสีน้ำเงิน” สร้างเทพนิยายคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก สมัยแรกซะอีก  อย่างไรก็ตาม ร็อดเจอร์สยังคงสงวนท่าทีที่จะพูดถึงการลุ้นแชมป์ในตอนนี้ โดยกุนซือชาวไอริชเผยว่า ตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะยกทีมของตนเป็นหนึ่งในทีมลุ้นแชมป์ฤดูกาลนี้ เพราะยังมีงานหนักอีกมาก โดยเฉพาะการเจอกับทีมใหญ่ในนัดที่เหลือ รวมถึงเสียงวิจารณ์สไตล์การเล่นแบบรถบัส ที่เจ้าตัวไม่มีความเห็น นอกจากนี้ ร็อดเจอร์สยังเผยว่า “เราเพิ่งแข่งไป 8 เกม ผมจึงยังไม่คิดถึงเรื่องแชมป์หรอก เราเริ่มต้นได้ดีก็จริง แต่สิ่งที่สำคัญคือความต่อเนื่อง เรายึดมั่นในแนวทางการเล่นของเรา เราต้องเตรียมความพร้อมให้ดีที่สุดในแต่ละเกม นั่นคือสิ่งที่เราคิด ไม่มีอย่างอื่น”             ทั้งนี้ ร็อดเจอร์สมีคิวพา เลสเตอร์ ซิตี้ บุกไปเยือน “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล อดีตต้นสังกัดเก่าที่เขาเคยทำเป็นผู้จัดการทีมระหว่างปี 2012-2015 ในเกม พรีเมียร์ลีก วันที่ 22 พฤศจิกายนนี้ สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ อยากให้ไปแขวนสตั๊ดทีมไหน! “เป๊ป” เผยฝันอยากร่วมงานกับดาวยิงอีกครั้ง“ดาบิด เดเคอา” รัก แมนฯยู เปรียบเหมือนเป็นบ้านอีกหลังหนึ่ง“ไวจ์นัลดุม” คิดหนัก! หลัง ลิเวอร์พูล ยื่นสัญญาฉบับใหม่พร้อมอัพค่าเหนื่อย

Top10!! พรีเมียร์ลีก 2019-2020 ที่มีนักเตะอายุน้อยที่สุด

พรีเมียร์ลีก

Top10 ทีมที่มีอายุเฉลี่ยน้อยที่สุดใน พรีเมียร์ลีก 2019/2020 พรีเมียร์ลีก ถือเป็นลีกฟุตบอลที่มีการซื้อขายนักเตะ เป็นมูลค่าสูง และฤดูกาลที่ผ่านมาเหล่าผู้เล่นระดับสตาร์ถูกซื้อเข้ามาเล่นในพรีเมียร์ลีกเป็นจำนวนมาก เรามาดูกันว่าในปัจจุบันอายุเฉลี่ยนักเตะของทีมในพรีเมียร์ลีกอยู่ในระดับไหน ทีมใดมีอายุเฉลี่ยน้อยที่สุด อันดับ 10 เลสเตอร์ ซิตี้ เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมจิ้งจอกสยาม ที่มีเจ้าของเป็นคนไทย ยืนหยัดอยู่ในพรีเมียร์ลีกอย่างมั่นคง พวกเขาเป็นทีมกลางตารางที่ฟอร์มการเล่น พอฟัดพอเหวี่ยงกับทีมหัวแถวได้อย่างไม่เป็นรอง โดยในฤดูกาล 2019/2020  พวกเขามีอายุเฉลี่ยของนักเตะอยู่ที่ 27.3 ปี อันดับ9 แอสตัล วิลล่า แอสตัล วิลล่า ทีมที่โลดแล่นอยู่ในพรีเมียร์ลีกมาหลายขวบปี แต่3 ปีก่อนตกชั้นไปเล่นเดอะแชมป์เปียนชีพ ฤดูกาลนี้มาในฐานะน้องใหม่ มีอายุเฉลี่ยของนักเตะ 27.2 ปี อันดับ8 ไบรจ์ตัน ไบรจ์ตัน ทีมเล็กๆที่อยู่ในพรีเมียร์ลีกมาตั้งแต่ปี 2016/2017  ฤดูกาลนี้พวกเขามีโอกาสที่จะตกชั้นค่อนข้างสูง มีแต้มห่างจากโซนปลอดภัยแค่ 2 คะแนน แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้พวกเขามีอายุเฉลี่ยของนักเตะอยู่ที่ 27.2 ปี อันดับ7 บอร์นมัธ บอร์นมัธ ทีมในโซนแดง พวกเขาอยู่อันดับ18 ของพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ โอกาสกลับลงไปเล่นเดอะแชมป์เปียนชิพเปิดกว้างสำหรับพวกเขาเป็นอย่างมาก โดยฤดูกาลนี้ พวกเขามีค่าเฉลี่ยอายุของนักเตะอยู่ที่ 26.3 ปี อันดับ6 เชลซี เชลซี แฟรงค์ แลมพาร์ด นิยมใช้นักเตะอายุน้อยในการลงสนาม และก็ทำผลงานได้ดี  พวกเขาอยู่อันดับที่4 ของตารางได้ลุ้นไปเล่นยูฟ่าแชมป์เปียนลีกอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 26.3 ปี อันดับ5 ทอตแนมฮอต สเปอร์ ทอตแนมฮอต สเปอร์ ลูกทีมของ โจเซ่ มูรินโญ่ ฟอร์มไม่ค่อยคงเส้นคงวาเท่าไหร่ ฟอร์มหลุดไปจาก ฤดูกาล 2018/2019 อย่างมาก โดยพวกเขาอยู่อันดับ8 ของตาราง มีแต้มห่างจากโซนลุ้นไปเล่นยูฟ่าแชมป์เปียนลีกถึง 7  คะแนน อายุเฉลี่ยนักเตะ 26.1 ปี อันดับ4 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โอเลย์ กุนนาร์ โซลชาเน้นหนักเรื่องการเสริมทัพด้วยนักเตะอายุน้อย และ 11 ตัวจริงของพวกเขาก็เต็มไปด้วยนักเตะวัยรุ่น ไล่ตั้งแต่ มาคัส แรชฟอร์ด ,ดาเนี่ยล เจมส์ ,อองโทนี่ มาร์กซิยาล ,สกอต แมคโทมิเนย์  แม้ผลงานช่วงแรกจะน่าใจหาย แต่ 9 นัดหลังพวกเขากลับมาได้ มีแต้มห่างพื้นที่ยูฟ่าแชมป์เปียนลีก 3 แต้ม