เอซี มิลาน โดน ลาซิโอ ถลุงยับ ด้วยสกอร์ 3 – 0 ทำ ชปล.สั่นคลอน

เอซี มิลาน โดน ลาซิโอ ถลุงยับ

                โอกาสในการคว้าตั๋วไปแข่งขันฟุตบอลรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาลหน้าของ เอซี มิลาน เริ่มจะสั่นคลอนขึ้นทุกที หลังจากล่าสุดบุกไปเยือน ลาซิโอ ก่อนจะโดนถล่มพ่ายมายับเยินด้วยสกอร์ 3 – 0 ทำให้หล่นไปอยู่อันดับที่ 5 ของตารางคะแนนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว                 ศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 26 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา ลาซิโอ เปิดสนาม “สตาดิโอ โอลิมปิโก กรุงโรม” ต้อนรับการมาเยือนของเอซี มิลาน โดยระยะหลังๆ ฟอร์มของ “ปีศาจแดงดำ” แกว่งไปมาก และถูกอตาลันต้า เบียดตกจากรองจ่าฝูงเป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว เริ่มเกมมาได้แค่ 2 นาที เจ้าบ้านลาซิโอ ได้ประตูออกนำ เอซี มิลาน 1 – 0 อย่างรวดเร็ว                 ฆัวกิน กอร์เรอา ตัดบอลได้จากทางด้านซ้ายและอาศัยจังหวะที่กองหลังเอซี มิลาน ยังต่อกันไม่ติดทำชิ่งกับ ซิโร่ อิมโมบิเล่ ก่อนที่ กอร์เรอา จะหลุดเข้ามาในเขตโทษและแตะบอลหลบ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า และยิงเข้าไปง่ายๆ                 นาที 43 ลาซิโอ เกือบหนีห่างเป็น 2 – 0 จากจังหวะที่ ฆัวกิน กอร์เรอา แทงทะลุช่องให้กับ มานูเอล ลาซซารี่ หลุดยิงผ่านตัวของ ดอนนารุมม่า เข้าไป แต่เมื่อเช็คจากวีเออาร์พบว่า ลาซซารี่ อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าไปก่อนแล้ว จบ 45 นาทีแรก ลาซิโอ จึงนำเอซี มิลาน อยู่แค่ 1 – 0 เท่านั้น                 ครึ่งหลังเล่นมาได้ 6 นาที ลาซิโอ ได้เฮอีกครั้ง หลุยส์ อัลแบร์โต ผ่านบอลจังหวะเดียวมาถึง กอร์เรอา ก่อนที่ดาวยิงเชื้อสายอาร์เจนไตน์ จะแตะบอลหลบ ฟิกาโย่ โทโมริ และกดแสกหน้า ดอนนารุมม่า เข้าประตูสวยงาม แต่กรรมการก็ต้องมาเช็ควีเออาร์กับจังหวะก่อนหน้านี้ จากนั้นจึงตัดสินใจให้เป็นประตูของ ลาซิโอ                 เอซี มิลานยิ่งเล่นแย่ฟอร์มออกทะเล และมาโดนนำห่างเป็น 3 – 0 ในนาทีที่ 87

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังแกร่ง! บุกชนะกลัดบัคถึงถิ่น ในศึก ยูฟ่า

                แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังคงสร้างผลงานสุดยอดได้อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดบุกไปเอาชนะ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค 0 – 2 เก็บความได้เปรียบเอาไว้ได้ ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดแรก เมื่อคืนวันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา                 ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นัดแรก ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อคืนวันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา “สิงห์หนุ่ม” โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค ลงเล่นที่สนาม “ปุสกัส อารีน่า” ซึ่งเป็นสนามกลาง ต้อนรับการมาเยือนของ “เรือใบสีฟ้า”แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จ่าฝูงของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ณ เวลานี้ โดย “เรือใบสีฟ้า” ชนะมาแล้วติดต่อกันถึง 18 เกมด้วยกันจากการแข่งขันในทุกรายการ ครึ่งแรกเกมเป็นของ "แมนเชสเตอร์ ซิตี้" ซะส่วนใหญ่                 ก่อนที่จะมาได้ประตูขึ้นนำสมใจในนาที 29 จากจังหวะที่ เจา คันเซโล่ โยนยาวเข้ามาให้ แบร์นาโด ซิลวา โขกผ่านมือของ แยนน์ ซอมเมอร์ เข้าไปอย่างสวยงาม และจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้                 ครึ่งหลังในนาที 63 “สิงห์หนุ่ม” กลัดบัค เกือบจะได้ประตูตีเสมอจากจังหวะที่ เดนิส ซากาเรีย เปิดบอลเข้ามาแล้วเป็นทาง อลาสซาน ปเลอา ได้ดีดเน้นๆ ด้วยเท้าขวา แต่บอลกลับพุ่งเฉียดเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย ทำให้ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค ยังไม่ได้สามารถตามตีเสมอได้                 เมื่อ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค พลาดประตูตีเสมอ ก็เปิดโอกาสให้แมนเชสเตอร์ ซิตี ทำเกมบุกขึ้นมา เจา คันเซโล่ เจ้าเดิมเปิดบอลมาให้กับ แบร์นาโด ซิลวา อีกครั้งแต่คราวนี้ดาวเตะทีมชาติโปรตุเกสเลือกที่จะโหม่งเข้ามาตรงกลางและเป็น กาเบรียล เฆซุส ได้จิ้มผ่านมือของ ซอมเมอร์ เข้าไป                 จากนั้นแมนเชสเตอร์ ซิตี เริ่มผ่อนเกมให้ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค ได้บุกบ้าง แต่ “เรือใบสีฟ้า” ก็มีจังหวะสวนกลับเสียวๆ อยู่ จากนั้นทั้งสองทีมทำอะไรกันไม่ได้จบ 90 นาที โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาการหนัก!! อยู่กลุ่มเดียวกับ เปแอสเช

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาการหนัก ยูฟ่า

                แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมดังแห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เจอกับงานหนักเมื่อถูกจับให้อยู่สายเดียวกันกับ ปารีส แซงก์-แชร์กแมงค์ คู่ปรับเก่าจากฝรั่งเศส แถมต้องเจอกับ แอร์เบ ไลป์ซิก ทีมฟอร์มแรงจากเยอรมนี ส่วนอีกทีมเป็นน้องใหม่คือ อิสตันบูล บาซัคเซเอียร์ จากตุรกี ในการจับสลากแบ่งสายฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาล 2020 – 2021 ณ กรุงเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เมื่อวันพุธที่ 1 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา                 โดยในจับสลากแบ่งสาย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในครั้งนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเป็นทีมที่อยู่ในโถที่ 2 และผลการจับสลากออกมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอยู่ในกลุ่มเอช ร่วมกับ เปแอสเช, ไลป์ซิก และอิสตันบูล บาซัคเซเอียร์ จากผลดังกล่าวทำให้นักวิจารณ์รวมถึงกูรูหลายๆ ท่านต่างเห็นพ้องต้องกันว่ากลุ่มนี้นั้นคือ “กรุ๊ป ออฟ เดธ” อย่างแท้จริง และเป็นการพบกันอีกครั้งของคู่ปรับอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและ เปแอสเช หากใครจำได้ใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาล 2018 – 2019 รอบ 16 ทีมสุดท้าย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด                 โคจรมาพบกับ เปแอสเช โดยเกมแรกนั้น เปแอสเช บุกมาเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้ถึง “โอลด์ แทรฟฟอร์ด” ด้วยสกอร์ 2 – 0 ทำให้หลายๆ คนคิดว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดตกรอบ 100% แต่ในเกมที่ 2 ที่สนาม “ปาร์ค เดส แปร๊งซ์” กลายเป็น “ปีศาจแดง” ที่พลิกสถานการณ์เอาชนะได้ 3 – 1 สกอร์รวมเสมอกัน 3 – 3 แต่เป็นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ผ่านเข้าด้วยกฎประตูทีมเยือน ครั้งนั้นทำให้นักเตะและแฟนบอล เปแอสเช ถึงกับช็อคเป็นอย่างมาก                 ส่วนการแบ่งกลุ่ม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก สายอื่นๆ ที่น่าสนใจนอกจากสายของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็ยังมีสายจี ที่จะเป็นการเจอกันของ 2 ดาวเตะหมายเลข 1 ของโลกอย่าง

ก่อนเกมศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ระหว่าง ลิเวอร์พูล ปะทะ แอตเลติโก มาดริด วันพุธที่ 11 มีนาคม 2563

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีม เลก 2 ลิเวอร์พูล ปะทะ แอตเลติโก มาดริด วันพุธที่ 11 มีนาคม 2563 เวลา 03:00 นาที สนาม แอนฟิลด์   11รายชื่อนักเตะที่คาดการณ์ ลิเวอร์พูล  : อาเดรียน - เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน - จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่, จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม - โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่, ซาดิโอ มาเน่ แอตเลติโก มาดริด  : ยาน โอบลัค - คีแรน ทริพเพียร์, สเตฟาน ซาวิช, เฟลิเป้, เรนาน โลดี้ - ซาอูล ญีเกซ, โธมัส ปาร์เตย์, โกเก้, ชูเอา เฟลิกซ์ - อังเคล กอร์เรอา, อัลบาโร่ โมราต้า   สกอล์ 5 นัดล่าสุดของ พอร์ทสมัธ ลิเวอร์พูล 2 - 1 บอร์นมัธ , ชนะ เชลซี 2 - 0 ลิเวอร์พูล , แพ้ วัตฟอร์ด 3 - 0 ลิเวอร์พูล , แพ้ ลิเวอร์พูล 3 - 2 เวสต์แฮม , ชนะ แอตเลติโก มาดริด 1 - 0 ลิเวอร์พูล , แพ้   สกอล์ 5 นัดล่าสุดของ อาร์เซนอล แอตเลติโก มาดริด 2 - 2 เซบีย่า , เสมอ แอร์ราเซเด อัสปัญญอล 1 - 1 แอตเลติโก มาดริด , เสมอ แอตเลติโก