วิเคราะห์เกมพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นัดที่ 8 พาเลซ ถล่มลีดส์ เละเทะ 4-1

พาเลซ ถล่มลีดส์ เละเทะ 4-1

        ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ค่ำคืนวันเสาร์ ในส่วนนี้ขอพาไปที่เซาท์เฮิรท์พาร์ค คริสตัล พาเลซ ที่กำลังฟอร์มดี ต้องเปิดบ้านพบกับทีมน้องใหม่หน้าคุ้นเคยที่ชอบโชว์ของกับทีมใหญ่อย่าง ลีดส์ ยูไนเต็ด สำหรับผังการเล่นของเจ้าบ้านมาในระบบคุ้นเคยอย่าง  4-4-2 ส่วนทีมเยือนก็เช่นกันในระบบ 4-1-4-1            ลีดส์ ครองบอลเข้าใส่พาเลซ ตามสไตล์ของบิเอลซ่า แต่ยังไม่สามารถเจาะแนวรับเจ้าบ้านได้ กระทั่งพาเลซ ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากลูกเตะมุม ซึ่งไม่สามารถโทษใครได้เลยเพราะแนวรับยูงทองเองก็ยืนประกบชิดมากแล้ว แต่สกอตต์ แดนน์ ก็ยังโหม่งได้ อีกทั้งวิถีบอลยังย้อยเข้าสามเหลี่ยม หมดสิทธิ์สำหรับผู้รักษาประตูที่จะป้องกัน พาเลซ ขึ้นนำ 1-0 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ         การขึ้นนำ 1-0 ของเจ้าบ้านน่าจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้รูปเกมของลีดส์ ต้องเร่งเครื่องมากขึ้น อีกทั้งยังเข้าทางแท็กติกของพาเลซ ที่ขอเน้นรับแน่นๆ แล้วรอสวน แต่กลายเป็นว่าจังหวะแขนล้ำหน้าของแบมฟอร์ด คือจุดเปลี่ยนที่แท้จริงของเกม เพราะหากได้ประตูตีเสมออย่างรวดเร็วก็จะทำให้การบุกของลีดส์ไม่ต้องรีบเร่งนัก แต่ถึงกระนั้นงานของลีดส์กลับหนักขึ้นเมื่อเจอลูกฟรีคลิกที่ยิงเช็ดคานเข้าไปเป็น 2-0         ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น ลีดส์ ตีตื้นเป็น 2-1 จากการเข้าทำเร็ว แต่หลังจากนั้นลูกทีมของบิเอซ่าก็เล่นแบบเดิม คือเซตบอลไปมาจนเสียบอลให้พาเลซโต้ ก่อนจะมาโดนลูกยิงทิ้งห่าง 3-1 ซึ่งจังหวะดังกล่าวอาจมองได้ว่าโชคร้าย แต่ในอีกมุมผู้รักษาประตูอย่างเมส์ลิเยร์ ก็มีส่วนผิดพลาดจากความประมาทและปฏิกิริยาที่ช้าไปเพียงเสี้ยววินาที ทำให้กลับตัวมาควักบอลออกจากเสาแรกไม่ทัน         ครึ่งหลัง เริ่มเห็นได้ชัดแล้วว่าผู้เล่นลีดส์ โชว์ฟอร์มโหดไม่ออกเลย เพราะได้แต่เซตบอลไปมา ซึ่งไม่มีประโยชน์ แถมยังไม่สามารถสร้างจังหวะยิงประตูได้ ตรงข้ามกับพาเลซ ที่บุกน้อยแต่ได้ยิงแบบมีลุ้น จนขึ้นนำ 4-1 เกมจึงแทบจะจบนับตั้งแต่นาทีที่ 70 อีกทั้งสถานการณ์หลังจากนั้นยังย่ำแย่ จากการที่แนวรับประกบหลวมจนจะโดนลูกที่ 5 อยู่บ่อยครั้ง                 บทสรุปเกมนี้ ฝั่งเจ้าบ้านอย่างพาเลซเล่นเกมรับได้ดี เมื่อมีโอกาสบุกสามารถยิงประตูได้แถมมีโชคเข้าข้างเล็กน้อย ส่วนลีดส์ เกมนี้ฟอร์มหลุดอีกครั้ง เกมรุกเล่นกันช้าและมากจังหวะเกินควร ทำให้ไม่สามารถเจาะแผงเกมรับเจ้าบ้านได้ ซึ่งการเล่นเร็วและน้อยจังหวะที่ควรนำมาใช้ในเกมนี้กลับทำได้ไม่กี่ครั้ง ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้พ่ายแพ้วันนี้ นอกเหนือจากความโชคร้าย     สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ “ไรซ์” หวังย้ายสู่ สิงห์บลูส์ คว้าโทรฟี่เพื่อความสมบูรณ์แบบ“ดาบิด บีย่า” ฉาว! หลังถูกเด็กฝึกงานแฉแอบแต๊ะอั๋งสมัยค้าแข้งที่อเมริกาวิเคราะห์เกมพรีเมียร์ลีก นัดที่ 8 ไบรท์ตัน เจ๊าจืด เบิร์นลีย์ 0-0

วิเคราะห์เกมพรีเมียร์ลีก นัดที่ 8 ไบรท์ตัน เจ๊าจืด เบิร์นลีย์ 0-0

ไบรท์ตัน เจ๊า เบิร์นลีย์

        เกมพรีเมียร์ลีกอังกฤษ คู่เปิดหัวนัดที่ 8 ในค่ำคืนวันศุกร์ เป็นการพบกันของทีมท้ายตารางที่ต้องมาตัดแต้มกันเอง โดยสถานการณ์ของเจ้านกนางนวล ไบรท์ตัน อาจสดใสกว่าเล็กน้อยกับการเล่นบอลที่มีทรงแต่มักได้ผลการแข่งขันที่ไม่ดี ขณะที่ทีมเยือนกำลังเผชิญกับสถานการณ์อันยากลำบากที่สุดนับตั้งแต่เลื่อนชั้นขึ้นมา เนื่องจากยังไม่ชนะใครแถมยังยิงประตูคู่แข่งได้น้อยที่สุดในลีก สำหรับเจ้าบ้านมาในระบบ 3-4-2-1 ส่วนทีมเยือนวางระบบ 4-4-2          เกมเริ่มต้นขึ้นมาไม่ถึงนาที แนวรับเบิร์นลีย์แสดงความผิดพลาดทันทีจน เวลเบ็ค ได้เปิดป้อน แต่แรมตี้ยิงข้ามคานออกไปแบบน่าผิดหวัง ซึ่งถ้ายิงขึ้นนำได้ก่อนจะสร้างความได้เปรียบอย่างมหาศาล ไบรท์ตัน เล่นดีมีทรงเหมือนเคย แต่การขึงบุกคู่แข่งยังมีปัญหา         ในเรื่องของการพาบอลเข้าพื้นที่เขตโทษ เพราะบอลไม่ถูกพาไปในมุมที่เหมาะสมสำหรับการยิงประตู จังหวะที่เห็นจึงกลายเป็นว่าไบรท์ตันพาบอลเข้าไปอยู่ในดงผู้เล่นเบิร์นลีย์เสียอย่างนั้น ทั้ง ๆ ที่มีช่องว่างอันเหมาะสมกว่านี้         ช่วง 10 นาที สุดท้ายก่อนจบครึ่งแรก เป็นช่วงเวลาที่ไบรท์ตันควรฉกฉวยโอกาสเพื่อทำประตูมากที่สุด เนื่องจากแนวรับทีมเยือนออกอากการแกว่งชัดเจน ซึ่งมีจังหวะเหน่งๆที่เวลเบ็คได้เข้าไปดวลเดี่ยวกับผู้รักษาประตูถึง 2 ครั้ง แต่ก็ต้องชม นิค โป๊ป ด้วยที่ทำหน้าที่ได้ดีทั้งปฏิกิริยาการเซฟและการออกมาปิดมุม         ทรงบอลในครึ่งหลังไม่ต่างจากครึ่งแรกเท่าไรนัก แต่ที่แตกต่างออกไปมากที่สุด คือ เบิร์นลีย์มีความผิดพลาดมากมาย ไล่ตั้งแต่การขึ้นเกมบุกที่เสียบอลกลางสนามจนโดนโต้กลับบ่อยครั้ง ขณะที่แผงเกมรับเปิดช่องว่างมากมายนับครั้งไม่ถ้วน ซึ่งนับว่าเป็นโชคดีของทีมเยือนที่ไม่ถูกส่องประตู         บทสรุปจากเกม สำหรับไบร์ทตัน การได้เพียงแต้มเดียวจากเกมนี้ถือว่าเสียหาย เพราะมีโอกาสทำประตูมากมายมหาศาล ทั้งจากการเล่นที่มีทรงของตัวเองกับความผิดพลาดที่คู่แข่งหยิบยื่นให้ตลอด 90 นาที โดยที่อย่างน้อยควรได้สัก 1-2 ประตู ซึ่งเป็นปัญหาที่ควรแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพราะหากเล่นดีมีทรงแต่ผลการแข่งขันไม่ดี ความมั่นใจของนักเตะจะถดถอยไปเรื่อย ๆ ส่วนเบิร์นลีย์ การได้แต้มกลับบ้านแบบนี้ไม่น่าพึงพอใจ เพราะมีจุดที่ต้องแก้ไขทั้งทีม ไล่ตั้งแต่หลังหลุดรั่วพร้อมโดนยิงตลอดเวลา แนวรุกที่เคยมีจุดเด่นในเรื่องลูกกลางโชว์ฟอร์มไม่ออกในปีนี้ อีกทั้งยังไม่มีทีเด็ดการเข้าทำแบบอื่นมาทดแทน  ทำให้กล่าวได้ว่าทรงบอลแบบนี้ เบิร์นลีย์ คือทีมหนีตกชั้นเต็มตัว           สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ ปีศาจแดงอาจได้ “เตเลส” และ “ตวนเซเบ้” ลงสนามบู๊ WBA“โควัช” แฮปปี้แข้ง โมนาโก คว้าพลิกคว้าชัยเหนือเปแอสเชอยากให้ไปแขวนสตั๊ดทีมไหน! “เป๊ป” เผยฝันอยากร่วมงานกับดาวยิงอีกครั้ง

“ร็อดเจอร์ส” ชี้ เร็วเกินไปจะหวังถึงแชมป์ เมิน ถูกวิจารณ์เล่นแผนรถบัส!

"ร็อดเจอร์ส" ชี้ เร็วเกินไปจะหวังถึงแชมป์

            ร็อดเจอร์ส (Brendan Rodgers) กุนซือมากประสบการณ์ของ “จิ้งจอกสีน้ำเงิน” เลสเตอร์ ซิตี้ สโมสรดังแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยังคงสงวนท่าทีและไม่ออกตัวแรงเรื่องโอกาสในการลุ้นแชมป์ฤดูกาลนี้ของ เลสเตอร์  แม้ว่ากุนซือวัย 47 ปี จะพาต้นสังกัดออกสตาร์ทในซีซันนี้ได้อย่างน่าประทับใจด้วยการเก็บชัยชนะอย่างต่อเนื่องจนนำเป็นจ่าฝูง  โดย ร็อดเจอร์สมองว่ายังเร็วเกินไปที่จะพูดถึงเรื่องแชมป์ รวมถึงไม่สนเสียงวิจารณ์ว่าเล่นแผนรสบัสอีกด้วย "ร็อดเจอร์ส" เผย ขอมองไปทีละเกม มากกว่าฝันถึงแชมป์ตอนนี้             ทั้งนี้ ร็อดเจอร์สผู้จัดการทีมของ เลสเตอร์ ซิตี้ พาสโมสรทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการคว้าชัยชนะได้ถึง 6 จาก 8 เกมที่ลงสนาม โดยชัยชนะ 2 จาก 6 นัดที่เก็บได้ยังเป็นการบุกไปถล่ม “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คาบ้านถึง 5-2 และเชือนเอาชนะ “ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซนอล คาบ้าน 1-0  เก็บได้ถึง 18 แต้ม รั้งตำแหน่งจ่าฝูงของศึก พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ และยังถือเป็นการออกสตาร์ทที่ผลการแข่งขันยอดเยี่ยมกว่าในฤดูกาล 2015-2016 ที่ “จิ้งจอกสีน้ำเงิน” สร้างเทพนิยายคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก สมัยแรกซะอีก  อย่างไรก็ตาม ร็อดเจอร์สยังคงสงวนท่าทีที่จะพูดถึงการลุ้นแชมป์ในตอนนี้ โดยกุนซือชาวไอริชเผยว่า ตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะยกทีมของตนเป็นหนึ่งในทีมลุ้นแชมป์ฤดูกาลนี้ เพราะยังมีงานหนักอีกมาก โดยเฉพาะการเจอกับทีมใหญ่ในนัดที่เหลือ รวมถึงเสียงวิจารณ์สไตล์การเล่นแบบรถบัส ที่เจ้าตัวไม่มีความเห็น นอกจากนี้ ร็อดเจอร์สยังเผยว่า “เราเพิ่งแข่งไป 8 เกม ผมจึงยังไม่คิดถึงเรื่องแชมป์หรอก เราเริ่มต้นได้ดีก็จริง แต่สิ่งที่สำคัญคือความต่อเนื่อง เรายึดมั่นในแนวทางการเล่นของเรา เราต้องเตรียมความพร้อมให้ดีที่สุดในแต่ละเกม นั่นคือสิ่งที่เราคิด ไม่มีอย่างอื่น”             ทั้งนี้ ร็อดเจอร์สมีคิวพา เลสเตอร์ ซิตี้ บุกไปเยือน “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล อดีตต้นสังกัดเก่าที่เขาเคยทำเป็นผู้จัดการทีมระหว่างปี 2012-2015 ในเกม พรีเมียร์ลีก วันที่ 22 พฤศจิกายนนี้ สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ อยากให้ไปแขวนสตั๊ดทีมไหน! “เป๊ป” เผยฝันอยากร่วมงานกับดาวยิงอีกครั้ง“ดาบิด เดเคอา” รัก แมนฯยู เปรียบเหมือนเป็นบ้านอีกหลังหนึ่ง“ไวจ์นัลดุม” คิดหนัก! หลัง ลิเวอร์พูล ยื่นสัญญาฉบับใหม่พร้อมอัพค่าเหนื่อย

วิเคราะห์เกมพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นัดเปิดฤดูกาล ไบรท์ตัน พ่ายคาบ้านต่อ เชลซี 1-3

ไบรท์ตัน พ่ายคาบ้านต่อ เชลซี 1-3

        เกมพรีเมียร์ลีกนักเปิดฤดูกาลในคู่วันจันทร์ ที่สนามฟัลเสมอร์ ไบรท์ตัน ทีมระดับกลางค่อนท้ายของตาราง ที่ต้องการอยู่รอดปลอดภัยในลีกสูงสุดไปอีกหนึ่งฤดูกาล เปิดบ้านพบกับ เชลซี ทีมที่ได้รับการจับตามองว่าจะเป็น 1 ในทีมที่มีลุ้นแชมป์ลีกซีซั่นนี้ ภายหลังการเสริมทัพผู้เล่นที่อุดมไปด้วยแข้งระดับซุปเปอร์สตาร์หลายราย         ไบรท์ตัน เล่นดีมีทรงจนดูเหนือกว่า เชลซี ตลอดทั้งเกมเลยก็ว่าได้ แต่จุดที่เห็นได้คือการเล่นในพื้นที่สุดท้ายกับการจบสกอร์ใช้โอกาสเปลื้อง จนทำให้ทั้งเกมนี้ยิงประตูได้ลูกเดียว เกมนี้ เชลซี คว้า 3 แต้ม ออกมาด้วยจังหวะฟุตบอลและโชคที่เข้าข้าง         เพราะตลอดเกมทั้งครึ่งแรกและครึ่งหลัง สิงห์บูลไม่ได้ขึงบุก หรือโต้กลับแบบสวยๆ ใส่ไบรท์ตัน ได้เลย ประตูที่เกิดขึ้นมาจากความผิดพลาดของผู้เล่นแนวรับกับผู้รักษาประตูอย่างแม็ท ไรอัน จนเชลซีได้จุดโทษ ส่วนลูกถัดมาได้จากลูกผีจับยัดที่หากให้ยิงใหม่ก็อาจไม่เข้า ส่วนลูกปิดท้ายบอลแฉลบเข้า         แม้ว่าเกมนี้แนวรับเชลซีจะต้องทำงานในรับมือกับแนวรุกไบรท์ตัน แต่ผู้รักษาประตูอย่าง เกปา ก็ไม่ต้องออกแรงเซฟ แต่มันก็เท่านั้นเมื่อเกมนี้เจ้าตัวแสดงความผิดพลาดออกมาอีกครั้ง จากจังหวะตีเสมอของไบรท์ตันที่บอลไม่มีอะไร กล่าวคือ ไม่ได้ยิงด้วยน้ำหนักที่รุนแรง บอลไม่ได้กระดอนหนีตัว และที่สำคัญอยู่ในวิสัยมองเห็นลูกบอลชัด แต่กลับปัดไม่โดนจนเข้าประตูไป         บทสรุปเกมนี้ ไบรท์ตัน เล่นดีมีทรงและมีอนาคตว่าจะไม่ต้องดิ้นรนหนีตกชั้น สำหรับวันนี้แพ้โชคและจังหวะฟุตบอลมากกว่า สำหรับส่วนที่ต้องไปปรับคือการจสกอร์ที่มีโอกาสต้องเฉียบคมกว่านี้ ส่วนเชลซี การซื้อผู้เล่นใหม่ยังไม่ได้เห็นผลลัพธ์ที่แตกต่างออกไปจากเดิม เพราะจากรูปเกมนัดนี้ที่ดันเป็นรองไบรท์ตัน ทีมรองบ่อน จนโอกาสยิงแทบไม่มี แต่โชคดีที่มีจังหวะกับดวงเข้ามาเกื้อหนุน   สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ ไขเหตุผล ทำไม? ฟุตบอลถ้วย FA Cup จึงเป็นทัวร์นาเมนต์แจ็คผู้ฆ่ายักษ์ ?“ซีดาน” ลั่น ลูกทีมยังเหนี่ยวแน่น ไม่สนกระแสดราม่า แต่อย่างใด“โรเมโร่” ชวดร่วมงาน “เบ็คแฮม” สื่อดังแฉสาเหตุเพราะ ดีลล่ม

เอฟเวอร์ตัน พ่ายแพ้เป็นเกมแรกแล้วใน พรีเมียร์ลีก ให้กับเซาธ์แฮมป์ตัน!!

พรีเมียร์ลีก เอฟเวอร์ตัน แพ้นัดแรก

การแข่งขัน พรีเมียร์ลีก 2020/2021  เป็นฤดูกาลการแข่งขันที่เปิดฤดูกาลมาไม่เหมือนกับฤดูกาลอื่นๆที่ผ่านมา เพราะมีทีมเล็กมากมายที่ขึ้นไปอยู่หัวตารางเกาะกลุ่มเป็นกลุ่มผู้นำของลีก และก็มีทีมใหญ่บางส่วนที่ตกไปอยู่ครึ่งล่างของตารางคะแนน และนี่ก็เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาตลอด 20 ปีของการแข่งขันพรีเมียร์ลีก อังกฤษ การที่ทีมเล็กจะมีโอกาสขึ้นไปยืนอยู่ในอันดับที่ 1-6 ของตารางนั้นเป็นเรื่องที่ยากมากเพราะว่าทีมใหญ่นั้นต่างมีผู้เล่นที่แข็งแกร่งและมีผู้จัดการที่ดีเยี่ยมทำให้ความพ่ายแพ้แต่ละนัดของทีมใหญ่นั้นเป็นเรื่องที่ยากมากเลยทีเดียว แต่ว่าในช่วงหลังของการแข่งขันพรีเมียร์ลีก ในช่วง 7 ปีให้หลังที่ผ่านมาทีมเล็กก็ได้โชว์ศักยภาพของตัวเองเป็นที่เรียบร้อยแล้วทั้งการที่ทีมอย่างเลสเตอร์ซิตี้ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด หรือการมาเกาะอยู่หัวตารางของทีมวูล์ฟแฮมป์ตันก็เป็นสิ่งที่แปลกหน้าแปลกตาไปมากทีเดียว และในปีนี้ทีมเล็กก็ได้แสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่อีกเช่นกันไม่ว่าจะเป็นเอฟเวอร์ตันที่ยังไม่เคยแพ้ใครมาเลยในสัปดาห์ที่ผ่านมาหรือแอสตันวิลล่าที่กำลังโชว์ฟอร์มอย่างเทพในการแข่งขันพรีเมียร์ลีก อังกฤษ หรือวูล์ฟแฮมป์ตันที่มีตัวจี๊ดจ๊าดอยู่ไหนทีมและคอยช่วยเหลือทีม และทีมใหญ่บางส่วนก็มีผลงานที่กระสับกระส่ายรวมถึงตัวผู้เล่นที่เจ็บ ทำให้การขึ้นมาอยู่หัวตารางของทีมเล็กก็คงมีความเป็นไปได้อยู่ ทีมที่น่าจับตามองในฤดูกาลนี้ก็คงหนีไม่พ้นเอฟเวอร์ตันหลังจากเปลี่ยนโค้ชมาเป็นคาร์โล อันเชล็อตติ ในช่วงปลายฤดูกาลที่แล้วก็ยังไม่ได้ทำผลงานได้ดีเด่นมากอะไร แต่พอเปิดฤดูกาลนี้มาและได้ซื้อนักเตะเข้ามาเพิ่มบางส่วนก็ทำให้เอฟเวอร์ตันกลายเป็นทีมที่น่ากลัวขึ้นมาเลยทีเดียวแล้วในสัปดาห์ที่ผ่านๆมาความพ่ายแพ้ก็ยังไม่เคยมาเยือนเอฟเวอร์ตันเลยสักครั้งก็จะมีเสมอกับลิเวอร์พูล 2 ประตูต่อ 2 ที่เหลือเป็นการชนะทั้งหมด แต่ชัยชนะก็ไม่ได้มีอยู่เสมอไปในที่สุดทีมที่เป็นจ่าฝูงของ พรีเมียร์ลีก อังกฤษตอนนี้ ก็ได้พบเจอกับความพ่ายแพ้เป็นที่เรียบร้อยแล้วในค่ำคืนวันที่ 25 ตุลาคมเอฟเวอร์ตันได้เจอกับเซาธ์แฮมป์ตัน และเอฟเวอร์ตันก็ทำผลงานได้ดีไม่เท่าที่ควรถูกยิงไป 2 ประตูต่อ 0 รวมถึงมีผู้เล่นถูกไล่ออกอีกด้วย แต่การพ่ายแพ้ของเอฟเวอร์ตันก็ยังไม่ทำให้เขาตกจากตำแหน่งจ่าฝูงไปเลยทีเดียวเพราะว่าทีมใหญ่บางส่วนก็พากันเสมอและพากันแพ้ ทำให้เอฟเวอร์ตันครองตำแหน่งจ่าฝูงได้อีก 1 สัปดาห์ และแน่นอนว่าหลังจากที่ประสบกับความพ่ายแพ้เป็นครั้งแรก คาร์โล อันเชล็อตติ ก็คงต้องกลับไปแก้เกมอย่างหนักเพื่อที่จะกลับมาคว้าชัยชนะในนัดต่อไป  ในการแข่งขันนัดต่อไปยังถือว่าเป็นงานที่ไม่ยากมากสำหรับเอฟเวอร์ตันเพราะว่าเป็นการเจอทีมเล็กอย่างนิวคาสเซิลในวันที่  1 พฤศจิกายนเวลา 21:00 น ตามเวลาประเทศไทย สามารถติดตามข่าวกีฬา ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น มากมายในเว็ปไซต์ได้เพิ่มเติม “ฮอดจ์สัน” เชื่อว่า ฟูแล่ม จะรอดตกชั้นได้ ถึงแม้จะอยู่ท้ายตาราง“บิลิช” เชื่อ “จอห์นสโตน” ช่วย WBA อยู่รอดในพรีเมียร์ลีกได้เกมไทยลีกนัดที่ 9 สิงห์ เชียงราย เปิดบ้านเฉือน ราชบุรี แบบดราม่า 2-1

“ฮอดจ์สัน” เชื่อว่า ฟูแล่ม จะรอดตกชั้นได้ ถึงแม้จะอยู่ท้ายตาราง

"ฮอดจ์สัน" เชื่อว่า ฟูแล่ม จะรอด

รอย ฮอดจ์สัน อดีตผู้จัดการทีมที่เคยคุมทีมที่คราเวน ค็อตเทจและเขาพาทีมเอาชนะ ฟูแล่ม ได้เป็นครั้งที่ 5 ในรอบ 6 เกม ด้วยสไตล์การเล่นของเขา ผู้จัดการทีมผมหงอก นำทีมฟูแล่มรอดพ้นจากการตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาล 2007/08 และพาทีมเข้าชิงชนะเลิศในรายการยูโรป้าลีก เมื่อปี 2010 และกล่าวว่า นักเตะที่มีอยู่ในทีมฟูแล่มน่าจะพาทีมอยู่รอดได้ในลีกสูงสุด ฮอดจ์สันกล่าวว่า ผมเห็นนักเตะฟูแล่มมากพอแล้วโดยเฉพาะในครึ่งแรก พวกเขาเคลื่อนบอลไปรอบ ๆ ได้ดีมาก ผมคิดว่านักเตะฟูแล่มไม่ได้สร้างโอกาสที่ชัดเจนมากนัก ในขณะเดียวกันสก็อตต์ ปาร์กเกอร์หัวหน้าโค้ชคนปัจจุบันซึ่งเล่นให้ทีมชาติอังกฤษภายใต้การคุมทีมของฮอดจ์สันในยูโร 2012 ได้ย้ำถึงความมุ่งมั่นที่เล่นเกมบุกให้แม่นยำมากยิ่งขึ้น ปาร์คเกอร์กล่าวว่า จากมุมมองของผม เราจำเป็นต้องเรียนรู้ว่าเกมนี้เกิดขึ้นในวันนี้อย่างไรในแง่ที่ว่าเรามีความโดดเด่นเกี่ยวกับเรา แต่ขาดช็อตเด็ดและความมีชีวิตชีวาในช่วงสามคนสุดท้าย ผมไม่คิดว่าความมั่นใจจะพิสูจน์ได้ว่าเป็นปัญหา  เราเป็นทีมที่อายุน้อยและเป็นทีมที่ยังคงพยายามเล่นให้เขาขากัน เราเคยอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้มาก่อนเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่เมื่อคุณทำงานหนัก ผมเชื่อว่าทีมจะทำผลงานได้ดี อาเดโมล่า ลุคแมนนักเตะตัวยืมจากไลป์ซิก ได้ประเดิมสนามให้ฟูแล่ม เกมที่เปิดคราเวน ค็อตเทจแพ้ต่อคริสตัล พาเลซ 1-2  ดิ อีเกิ้ลส์เป็นฝ่ายขึ้นนำก่อน จากประตูของไจโร่ รีเดอวัลด์ และประตูที่สองจากวิลฟรีด ซาฮา กองหน้าสัญชาติไอวอรี่ โคสต์นาที 64 ในช่วงทดเวลาเจ็บ ทอม เครนนี่ย์ยิงประตูตีตื้นขึ้นมาเป็น 1-2 ฟูแล่ม เล่นได้ดีในครึ่งแรกกับลุคแมนนักเตะที่ประจำการด้านฝั่งซ้ายของสนาม เขาลงสนามให้ทีมน้องใหม่ ฟูแล่มได้ 2 นัดยิงได้ 1 ประตู อาบูบาการ์ กามาร่า เข้าบอลช้าเกินไปปะทะกับ เอเบเรชี่ เอซทำให้เขาถูกใบแดงไล่ออกจากสนาม ด้านเอียน ไรท์อดีตกองหน้าของอาร์เซนอลกล่าวว่าเขายินดีที่ได้เห็นลุคแมนได้ลงสนามกับทีมจากลอนดอน นับว่าเป็นสัญญาณที่ดีของทีมขาว-ดำ ไรท์กล่าวว่า เราเห็นเขาลุคแมนในเกมกับเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดเขาเป็นคนที่ต้องการพัฒนาตัวเองตลอดเวลา ผมอยากเห็นมิโตรวิชเล่นกองหน้าตัวกลางด้วย คุณจะเห็นว่าลุคแมน มาเล่นที่นี่อย่างลงตัว ผมอยากเห็นเขาเล่นร่วมกับมิโตรวิชและสก๊อตต์ แดนจริงๆ ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกผ่านไปแล้ว 6 เกมพวกเขาเก็บได้แค่แต้มเดียวเท่านั้น สามารถติดตามข่าวกีฬา ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น มากมายในเว็ปไซต์ได้เพิ่มเติม “บิลิช” เชื่อ “จอห์นสโตน” ช่วย WBA อยู่รอดในพรีเมียร์ลีกได้เกมไทยลีกนัดที่ 9 สิงห์ เชียงราย เปิดบ้านเฉือน ราชบุรี แบบดราม่า 2-1ไม่ปิดโอกาส!เสือเหลืองเผยเกือบปล่อยตัว “ซานโช่” หากดีลไม่ล่มก่อน

ฝันสลายของ แอสตัน วิลล่า ในเกมที่เจอกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด

ฝันสลายของ-แอสตัน-วิลล่า

                หลังจากที่ แอสตัน วิลล่า เป็นทีมเดียวในพรีเมียร์ลีกที่ครองสถิติชนะรวดนับตั้งแต่เปิดฤดูกาลมาถึงสี่แมตช์ด้วยกัน แต่ทว่าสุดท้ายพวกเขาก็ต้องพลาดท่าเสียสถิติและแพ้เป็นครั้งแรกให้กับทีมลีดส์ ยูไนเต็ดคาสนามวิลล่า พาร์ค โดยพวกเขาโดนทีเด็ดจากกองหน้าแพททริค แบมฟอร์ดที่สามารถทำแฮตทริคได้ในเกมนี้พร้อมกับทีมยูงทองเอาชนะไปด้วยสกอร์ 3-0 และพาทีมบินสูงอยู่ในขณะนี้                 ในเกมที่แอสตัน วิลล่าเปิดรังวิลล่า พาร์คต้อนรับอดีตทีมร่วมลีกในแชมป์เปี้ยนชิพนั้น ประตูแรกของเกมก็เกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลัง เมื่อแพททริค แบมฟอร์ดเข้าไปซ้ำลูกยิงของโรดิโด้ได้ในนาทีที่ 55 ก่อนที่เจ้าตัวจะมาเพิ่มสกอร์ให้ตัวเองได้อีกครั้งใน 12 นาทีต่อมา หลังจากที่เขายิงไกลด้วยเท้าซ้ายข้างถนัดจากนอกกรอบเข้าไปนิ่มๆทำให้ลีดส์ ยูไนเต็ดขึ้นนำเป็น 2-0 โดยที่เจ้าบ้านเริ่มเหลือเวลาเอาคืนอีกไม่มากแล้ว เมื่อทาง วิลล่า พยายามเร่งเครื่องอย่างหนัก ก็มาโดนลูกสวนกลับอีกครั้ง                 ในนาทีที่ 74 เมื่อแบมฟอร์ดคนเดินสามารถเลี้ยงหลบเหล่าผู้เล่นของสิงห์ผงาด ก่อนจะยิงผ่านช่องว่างเสียบเสาไกลไปอย่างสวยงาม กลายเป็นแฮตทริคในพรีเมียร์ลีกครั้งแรกของเขา รวมถึงเป็นการจบเกมให้เจ้าบ้านต้องพบกับความพ่ายแพ้ครั้งแรกของฤดูกาลเข้าจนได้ อีกทั้งยังเป็นการปราชัยครั้งแรกในรอบเก้าแมตช์นับตั้งแต่ฤดูกาลก่อนเลยทีเดียว                 หลังจากที่แอสตัน วิลล่าได้พบกับความพ่ายแพ้แล้ว ทางผู้จัดการอย่างดีน สมิธก็ออกมายอมรับว่าพวกเขาพลาดเองที่ไม่อาจจะรักษาผลงานที่ทำไว้ตั้งแต่ครึ่งแรกได้ ส่วนทางนายใหญ่ของลีดส์อย่างมาร์เซโล่ บิเอลซ่าก็ออกมาบอกว่านี่เป็นเกมที่สำคัญและพวกเขาคู่ควรกับชัยชนะวันนี้นั่นเอง สามารถติดตามข่าวกีฬา ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น มากมายในเว็ปไซต์ได้เพิ่มเติม เกมไทยลีกนัดที่ 9 สิงห์ เชียงราย เปิดบ้านเฉือน ราชบุรี แบบดราม่า 2-1ไม่ปิดโอกาส!เสือเหลืองเผยเกือบปล่อยตัว “ซานโช่” หากดีลไม่ล่มก่อนกำลังใจล้น! บรรดาเพื่อนนักเตะโพสเอาใจช่วย “ฟาน ไดค์” หลังเจ็บพักยาว

ลิเวอร์พูล ดวงแตกจนพ่ายแพ้ แอสตัน วิลล่า ยับด้วยสกอร์ 7-2

ลิเวอร์พูล แพ้ วิลล่า

                เรียกได้ว่าเป็นสกอร์ที่ผิดคาดที่สุดสำหรับการเกิดกันระหว่าง ลิเวอร์พูล กับแอสตัน วิลล่าที่สนามวิลล่า พาร์ค หลังจากที่เจ้าบ้านเอาชนะแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ด้วยสกอร์ 7-2 แบบไม่มีใครคาดคิดว่าทีมสิงห์ผงาดจะสามารถสังหารโหดหงส์แดงได้ขนาดนี้ โดยมีเกมนั้นมีความผิดพลาดของผู้เล่นจากเมอร์ซี่ไซด์มากมายก่อนจะโดนลงโทษไปหลายประตู แม้ว่าความคมของลูกทีมเจอร์เก้น คลอปป์จะแสดงให้เห็นอยู่บ้างก็ตาม                 ในช่วงต้นเกมที่สนามวิลล่า พาร์คนั้น เป็นทางผู้รักษาประตูของลิเวอร์พูลอย่างเอเดรียนที่แจกโชคด้วยการส่งบอลผิดจนโดนโอลีย์ วัตกินส์ที่ได้บอลจากแจ็ค กรีลิชยิงเข้าไปง่ายๆ ทำให้ทีมขึ้นนำไป 1-0 ต่อด้วยในนาทีที่ 22 เป็นทางกองหน้าสิงห์ผงาดคนเดิมอย่างวัตกินส์ที่ยิงประตูให้ทีมนำห่างเป็น 2-0 แม้ว่าทางโมฮัมเหม็ด ซาลาห์จะซัดด้วยซ้ายตีตื้นขึ้นมาเป็น 2-1 แต่ทว่าก่อนหมดเวลาครึ่งแรกนั้นทางวิลล่ายังสามารถยิงประตูเพิ่มได้อีกสองลูกจนนำห่างเป็น 4-1 หลังจากที่พักครึ่งเวลาแรกไปนั้น ทาง ลิเวอร์พูล ก็ยังคงเมาหมัด                 ก่อนที่จะมาโดนวิลล่านำห่างเป็น 5-1 จากการยิงของรอส บาร์คลีย์แฉลบผู้เล่นหงส์แดงข้ามหัวผู้รักษาประตูเข้าไป ก่อนที่พวกเขาจะโดนเจ้าถิ่นยิงประตูไปได้อีกสองลูกจากแจ็ค กรีลิชในนาทีที่ 66 และ 75 แม้ว่าทางซาลาห์จะยิงประตูให้ทีมได้อีกครั้งในนาทีที่ 60 แต่ทว่ายังดีพอจนทำให้พวกเขาต้องพ่ายแพ้ไปเป็นครั้งแรกของฤดูกาลนี้                 ต้องบอกว่าสนามวิลล่า พาร์คนี้ถือเป็นสนามอาถรรพ์ของลิเวอร์พูลอยู่เหมือนกัน หลังจากฤดูกาลที่แล้วพวกเขาต้องสู้จนนาทีสุดท้ายเพื่อคว้าสามแต้มมาครองได้สำเร็จ แต่ในปีนี้พวกเขากลับโดนเอาคืนอย่างสาสมที่สิงห์ผงาดเคยโดนไว้ รวมถึงชื่อของวัตกินส์และกรีลิชคงเป็นที่จดจำของแฟนหงส์แดงไปอีกนานเลยทีเดียว สามารถติดตามข่าวกีฬา ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น มากมายในเว็ปไซต์ได้เพิ่มเติม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาการหนัก!! อยู่กลุ่มเดียวกับ เปแอสเชพาไปชม 3 นักเตะส่วนเกินของทีม ที่ถูก ลิเวอร์พูล ขายออกไปด้วยค่าตัวสุดแพงทัพเรือใบสีฟ้า สอย “รูเบน ดิอาส” อุดแนวรับ 65 ล้านปอนด์

สปอตไลท์ต้องส่อง – เหล่านักเตะน่าจับตามองจากทีมท็อป 6 พรีเมียร์ลีก

นักเตะน่าจับตามองจากทีมท็อป 6 พรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ถือได้ว่าได้รับความนิยมสูงมากในโลกของเรา เหล่านักเตะในทีม พรีเมียร์ลีก ก็เช่นกันที่น่าจับตา ลองไปส่องดูสิว่านักเตะที่น่าจับตาจากทีมท็อป 6 มีคนที่คุณชอบอยู่หรือไม่ เหล่านักเตะน่าจับตามองจากทีมท็อป 6 พรีเมียร์ลีก 1. โจ โกเมซ (ลิเวอร์พูล) เรารู้ดีกันอยู่แล้วว่า โมฮัมเหม็ด ซาล่าห์, ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ แฟร์มิโน่, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาโนลด์, เวอร์กิล ฟานไดจ์, แอนดี้ โรเบิร์ตสัน รวมถึง อลิซซอน เบคเกอร์ คือเหล่าสุดยอดขุมกำลังของลิเวอร์พูล เขาเหล่านี้คือนักเตะคนสำคัญในช่วงเวลาแห่งความสำเร็จของสโมสรในช่วงเวลากว่า 2 ปีที่ผ่านมา แต่ในรายของ ‘โจ โกเมซ’ นั้น ดูเหมือนจะมี ‘ของ’ ที่ยังไม่ปล่อยออกมาให้แฟนบอลได้เห็นอีกเยอะ ซึ่งในฤดูกาลนี้เหล่า เดอะ ค็อป ก็คงได้แต่หวังว่า ฟานไดจ์ จะได้มีคู่หูปราการหลังที่ไว้ใจได้อย่างเป็นตัวเป็นตนเสียที 2. ฟีล โฟเด้น (แมนเชสเตอร์ ซิตี้) ฟีล โฟเด้น ถือเป็นสุดยอดดาวรุ่งของ แมนฯ ซิตี้ ที่เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ตั้งใจจะปั้นขึ้นมาเพื่อเป็นสตาร์ของสโมสรในอนาคต แต่หลังจากที่ได้ให้โอกาสมาพอสมควรในฤดูกาลที่ผ่านมา จนถูกเรียกไปติดทีมชาติอังกฤษ นี่จึงเป็นฤดูกาลที่ โฟเด้น จะต้องพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ใช่ดาวรุ่งที่รอวันเกิดอีกต่อไปแล้ว 3. พอล ป๊อกบา (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) ตกอยู่ในมรสุมอยู่นานสำหรับ พอล ป๊อกบา ยอดมิดฟิลด์สายแฟชั่น ไล่ตั้งแต่มีประเด็นที่เขาแสดงออกชัดเจนว่าต้องการออกจากสโมสร ก่อนจะมาเจ็บเรื้อรังในฤดูกาลที่ผ่านมา แต่การเข้ามาของ บรูโน่ แฟร์นันเดส ก็เหมือนเป็นการเติมเชื้อไฟให้เจ้าตัวลุกขึ้นมาสู้ต่ออีกครั้ง โดยฤดูกาล 2020/21 นี้ ป๊อกบาในวัย 27 ปี ต้องโชว์ของออกมาให้ได้มากที่สุด เพื่อเป็นการตอบแทนสโมสร และพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า เขาคือมิดฟิลด์อันดับ 1 ของโลก 4. ติโม แวร์เนอร์ (เชลซี) ศูนย์หน้าชาวเยอรมันที่ถูกดึงตัวมาจาก แอร์เบ ไลป์ซิก ในตลาดซื้อขายรอบนี้ ถูกคาดหวังว่าจะเข้ามาผลิตสกอร์ให้กับทีม จนสามารถยกระดับไปวัดกับทีมแย่งแชมป์อย่าง หงส์แดง และ เรือใบ ที่ทำประตูกันได้เป็นกอบเป็นกำในฤดูกาลที่ผ่านมา และเราน่าจะได้เห็นเจ้าตัวในสนามได้บ่อยที่สุดในบรรดานักเตะที่เชลซีเสริมเข้ามา จากการที่เป็นนักเตะอเนกประสงค์ในแนวรุกนั่นเอง 5. บูกาโย่ ซาก้า (อาร์เซนอล) ด้วยความที่ บูกาโย่ ซาก้า สามารถเล่นได้ทั้ง แบคซ้าย และปีกซ้าย รวมถึงในบางครั้งยังเห็นอาร์เตต้าโยกเขาไปเล่นด้านขวาอีกด้วย เรียกได้ว่าสารพัดประโยชน์สุด ๆ สำหรับสุดยอดดาวรุ่งรายนี้ ซาก้า ไม่เหมือนกับดาวรุ่งรายอื่น ๆ เขามีพรสวรรค์ในตัวที่ชัดเจน และได้รับความไว้ใจจาก อาร์เตต้า ขั้นสุด

“ปาร์กเกอร์” ผิดหวังหลัง “โทนี่” ข่านทวีตเกม ฟูแล่ม พ่าย วิลล่า

ปาร์กเกอร์

สก็อตต์ ปาร์กเกอร์ กล่าวว่าเขา "ผิดหวัง" เจ้าของทีม โทนี่ ข่ายที่ออกมาเล่นทวีตเตอร์เกมที่ทีมฟูแล่มพ่ายแพ้ต่อ แอสตัน วิลล่าแบบขาดลอย 0-3 เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ข่านเจ้าของทีม เดอะ ค็อตเตเกอร์ ล็อกอินเข้าทวีตเตอร์ทันที หลังจากที่กรรมการเป่านกหวีดหมดเวลาและสัญญาว่าจะเสริมนักเตะใหม่เข้าสู่ทีมก่อนวันที่ 5 ตุลาคม หัวหน้าทีมฟูแล่มกล่าวว่า: ผมคิดว่าเห็นได้ชัดว่า ผมพูดเมื่อคืนนี้ ส่วนมากทีมในพรีเมียร์ลีก ต่างถูกเทคโอเวอร์จากเจ้าของใหม่กันหมดแล้ว ผลงานเมื่อคืนนี้เป็นผลงานที่ดีซึ่งเป็นกลุ่มผู้เล่นที่ทำทุกอย่างที่ทำได้ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยตั้งแต่นาทีแรกจนถึงนาทีที่ 95 ตั้งแต่สกอร์เปลี่ยนเป็น 3-0 พวกเขายังคงพยายามทำงานให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อพยายามดึงเรากลับมาสู่เกมและสำหรับสิ่งนั้นผมไม่เห็นด้วยกับเขา ผมจะเป็นคนแรกที่มีปัญหากับทีม โดยที่ทีมของผมและผู้เล่น ถ้าผมรู้สึกว่านั่นเป็นสิ่งที่ต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์ดังนั้นฉันจึงมีปัญหากับเรื่องนั้นและเห็นได้ชัดว่านั่นเป็นสิ่งที่ฉันไม่เห็นด้วย ฟูแล่มแพ้การแข่งขันพรีเมียร์ลีก 3 นัดและพบว่าตัวเองอยู่อันดับต้น ๆ ของตารางด้วยผลต่างประตูหลังการเลื่อนชั้นผ่านการแข่งขัน Sky Bet Championship ในช่วงสุดท้าย "ปาร์กเกอร์" ยอมรับว่าหลังจากพ่ายแพ้ต่อวิลล่า ฝ่ายของเขาจำเป็นต้องแก้ไขข้อบกพร่องของพวกเขา แต่บอกว่าเขาไม่รู้ว่าจะมีผู้เล่นคนใดเข้าร่วมในอีกไม่กี่วันข้างหน้า นายใหญ่ฟูแล่มกล่าวเสริมว่า ด้วยความสัตย์จริงผมไม่รู้หรอกว่าอะไรเป็นอะไร ผมแค่ต้องการโฟกัสไปที่ทีมจริงๆแล้วหน้าต่างการโอนย้ายเมื่อเปิดมาระยะหนึ่งและฉันไม่สามารถควบคุมมันได้ ผมควบคุมไม่ได้ว่าเราจะไปหาใครและเราจะไม่ได้ใคร ผมสามารถให้ความเห็นตอนนี้เราเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วันและเราก็อยู่ที่ที่เราอยู่ ฟูแล่มเสริมทัพนักเตะอย่างมากมาย นำโดยแอนโทนี่ โรบินสัน,แอนโทนี่ น็อกการ์ต, แฮร์ริสัน รีด และเคนนี่ เตเต้ ที่เป็นการเซ็นสัญญาถาวร ขณะที่ มาริโอ เลอมิน่า, อัลฟงซ์ อเรโอล่า และโอล่า ไอน่า เข้าร่วมแบบยืมตัว จริงๆแล้วมันเหลืออีกไม่กี่วันเท่านั้น ตลาดนักเตะของยุโรปจะปิดตัวลง ดังนั้นผมจึงต้องเฝ้าหานักเตะที่ผมคิดว่าจะช่วยทีมได้  ฟูแล่ม ที่ชนะเพลย์ออฟเลื่อนชั้นมาเป็นทีมสุดท้าย เวลานี้พวกเขาอยู่อันดับบ๊วยท้ายตาราง ยิงได้ 3 ประตูเสีย 10 ประตู แพ้รวดทั้งสามนัด สามารถติดตามข่าวกีฬา ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น มากมายในเว็ปไซต์ได้เพิ่มเติม บทวิเคราะห์ 3 เหตุผลสำคัญ ที่ทำให้บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ต้องการตัว “ธีรศิลป์ แดงดา”ตัดเกรด! แข้งทีมน้องใหม่ ลีดส์ ยูไนเต็ด เกมเยือนชนะพาเลซ 1-0“สคริเนียร์” ชวดย้ายทีม หลัง “อินเตอร์ มิลาน” ประกาศชัดไม่ขายแน่นอน!