“ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก” กับ 12 ทีมยักษ์ใหญ่ ตบเท้าเข้าร่วม

ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก

                กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันทีกับ 12 ทีมยักษ์ใหญ่ แห่งวงการฟุตบอลยุโรปประกอบไปด้วย บิ๊กซิกส์แห่งพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี, อาร์เซนอล, ลิเวอร์พูล, เชลซี และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ส), 3. ยักษ์ใหญ่แห่งกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี (เอซี มิลาน, อินเตอร์ มิลาน และยูเวนตุส), และ 3 ยักษ์ใหญ่แห่ง ลา ลีกา สเปน (เรอัล มาดริด, แอตเลติโก มาดริด และบาร์เซโลนา) เตรียมร่วมมือกันก่อตั้งลีกใหม่ขึ้นมาในนาม “ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก” สาเหตุหลักในการที่ทั้ง 12 ทีมยักษ์ใหญ่ตัดสินจะแยกตัวออกมาจัด ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก                 ส่วนหนึ่งมาจากการที่สมาคมฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) และ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) มีการแบ่งผลประโยชน์ให้กับบรรดาทีมใหญ่น้อยเกินกว่าความเป็นจริง โดยที่ ฟีฟ่า และ ยูฟ่า เลือกที่จะแบ่งเงินให้กับบรรดาทีมเล็กๆ ที่ไม่มีคนรู้จักที่ได้เข้าร่วมการแข่งขัน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และ ยูโรป้า ลีก ทำให้ 12 ทีมยักษ์ใหญ่มองว่าพวกเขาได้รับส่วนแบ่งที่น้อยเกินไป โดยเฉพาะในการแข่งขันพรีเมียร์ลีก ที่ทีมใหญ่ได้เงินส่วนแบ่งน้อยกว่าทีมที่ตกชั้นเสียอีก                 จากการตัดสินใจของ 12 ทีมยักษ์ใหญ่ที่ต้องการจัด ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีกจะทำให้พวกเขาได้รับส่วนแบ่งทางด้านการเงินที่เพิ่มมากขึ้น เพราะจะจัดการแข่งขันในช่วงกลางสัปดาห์เรียกได้ว่าท้าชนกับทาง ยูฟ่า และ ฟีฟ่า อย่างเต็มตัว จะทำให้แฟนฟุตบอลได้ดูบิ๊กแมตช์ทุกสัปดาห์การแข่งขัน ซึ่ง ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีกจะช่วยให้พวกเขาได้ทั้งค่าสปอนเซอร์, ค่าถ่ายทอดสด และอีกหลายอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย                 แต่ก็ใช่ว่าเรื่องนี้ทาง ยูฟ่า และ ฟีฟ่า จะอยู่เฉยๆ พวกเขาได้ออกมาแบนทั้ง 12 ทีมยักษ์ใหญ่ออกจากการแข่งขันลีกในประเทศ รวมถึงการแข่งขันฟุตบอลถ้วยสโมสรยุโรปอย่าง แชมเปี้ยนส์ลีก และ ยูโรป้า ลีก หากทั้ง 12 ทีมทำการจัด ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีกขึ้นมาจริง และจะแบนนักฟุตบอลทั้งหมดที่อยู่ใน 12 ทีมยักษ์ใหญ่ห้ามลงเล่นเกมระดับชาติอีกด้วย แต่ตัวตั้งตัวตีอย่าง ฟลอเลนติโน เปเรซ ประธานสโมสรเรอัล มาดริด ก็บอกว่าหากโดนแบนจริงๆ พวกเขาก็จะจัดเกมทีมชาติขึ้นมาเองโดยที่ไม่แคร์ทาง ยูฟ่า และ ฟีฟ่า อย่างเด็ดขาด                 ไม่ใช่แค่เพียง ฟีฟ่า และ ยูฟ่า เท่านั้นที่ไม่เห็นด้วยทางสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ),

“อิกเฮนาโช่” กด 3 เม็ด นำ เลสเตอร์ ถล่มเชฟฯ ยูฯ ขาดลอย

เลสเตอร์ ถล่มเชฟฯ ยูฯ

                เคเลชี่ อิกเฮนาโช่ ดาวยิงของ เลสเตอร์ ซิตี โชว์ผลงานสุดเลิศหรูหลังระเบิดแฮททริค ซัดคนเดียว 3 ประตู นำ “สุนัขจิ้งจอก” ไล่ถล่ม เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ขาดลอย 5 – 0 พร้อมแซง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขึ้นไปนั่งเป็นรองจ่าฝูงชั่วคราว                 ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา เลสเตอร์ซิตีทีมอันดับ 3 ของตารางคะแนน เปิดสนาม “คิง เพาเวอร์ สเตเดียม” รับการมาเยือนของ “ดาบคู่” เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ที่การันตีการตกชั้นไปแน่นอนแล้ว ครึ่งแรกเป็นเจ้าบ้าน เลสเตอร์ ซิตี ที่เปิดเกมบุกใส่อย่างต่อเนื่อง                 แต่กว่าจะได้ประตูออกนำก็ต้องรอจนถึงนาทีที่ 39 จากจังหวะที่ เจมี่ วาร์ดี้ เปิดบอลเข้ามาหน้าประตูและเป็น เคเลชี่ อิกเฮนาโช่ ชาร์จจ่อๆ เข้าไป และก็จบ 45 นาทีแรกไปด้วยสกอร์นี้                       ครึ่งหลังนาที 54 เลสเตอร์ซิตี หนีห่างเป็น 2 – 0 จากการยิงของ อโยเซ่ เปเรซ เท่านั้นยังไม่พอในนาที 69 สกอร์ก็ไหลเป็น 3 – 0 วาร์ดี้ คนเดิมจ่ายบอลให้กับ อิกเฮนาโช่ หลุดเข้ายิงจ่อๆ และเป็นประตูที่ 2 ของเจ้าตัวในเกมนี้                 นาที 78 แฮททริคของเกมนี้ก็มาถึง จากจังหวะที่ อิกเฮนาโช่ ใช้ความสามารถเฉพาะตัวกระชากหนีผู้เล่นของ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ก่อนจะกดด้วยขวาแบบเน้นๆ บอลพุ่งเสียบตาข่ายอย่างสวยงามเลสเตอร์ ซิตีนำไกล 4 – 0                 เกมรับของ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด มีปัญหาอย่างรุนแรงในเกมนี้ และมาสังเวยประตูที่ 5 ในนาทีที่ 80 คราวนี้เป็น เจมี่ วาร์ดี้ ที่วันนี้ทำไป 2 แอสซิสท์ ได้จังหวะพาบอลเข้าเขตโทษก่อนที่จะขอซัดเองด้วยเท้าซ้ายบอลพุ่งไปแฉลบขาของ คีน ไบรอัน เข้าประตูตัวเอง จบ 90 นาที เลสเตอร์ซิตีถล่ม เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด

อาร์เซนอล ฟอร์มแจ่มอัด สเปอร์ส 10 คน หวุดหวิด ด้วยสกอล์ 2 – 1

                อเล็กซองเดร ลากาแซตต์ สวมบทฮีโร่ให้กับ อาร์เซนอล หลังเป็นฝ่ายเรียกจุดโทษให้กับทีมก่อนจะลุกมายิงเองอย่างเยือกเย็นพา “เดอะ กันเนอร์ส” เอาชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ส ที่เหลือผู้เล่น 10 คนไปแบบหวุดหวิด 2 – 1                 ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา อาร์เซนอล เปิดสนาม “เอมิเรสต์ สเตเดียม” ทำศึก ลอนดอน ดาร์บี้แมตช์ กับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ส คู่ปรับร่วมเมือง โดยเกมนี้ “เดอะ กันเนอร์ส” ไม่มีชื่อ ปิแอร์ เอเมอริค – โอบาเมยอง เป็นตัวจริงเนื่องจากถูกทำโทษเกี่ยวกับปัญหาด้านวินัย เริ่มเกมครึ่งแรก อาร์เซนอล โดนสเปอร์สทำประตู ขึ้นนำ                 นาทีที่ 19 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ส ต้องเปลี่ยนตัวผู้เล่นเป็นการด่วนเมื่อ ซน ฮึง – มิน ดาวเตะตัวสำคัญมีอาการบาดเจ็บที่หลังอย่างรุนแรงก่อนจะส่ง เอริก ลาเมล่า ลงมาแทน และแล้วนาที 33 กลายเป็น “ไก่เดือยทอง” ที่ได้ประตูออกนำ อาร์เซนอล 0 – 1 จากจังหวะที่ ลูคัส มูร่า แตะบอลจังหวะเดียวมาเข้าทางของ ลาเมล่า ก่อนที่ดาวเตะชาวอาร์ไจนไตน์ จะไขว้ยิง บอลวิ่งลอดขา โธมัส ปาร์เตย์ เข้าไปอย่างเหนือชั้น                 อย่างไรก็ตามในนาที 44 อาร์เซนอลก็มาได้ประตูตีเสมอ คีแรน เทียร์นีย์ ที่เติมเกมมาทางด้านซ้ายเปิดบอลมาถึง มาร์ติน โอเดการ์ด ก่อนที่กองกลางทีมชาตินอร์เวย์ จะซัดด้วยซ้ายบอลไปแฉลบขาของ โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ บอลเปลี่ยนทางพุ่งเข้าประตูไป โดยที่ ฮูโก้ โยริส ก็ยังตามมาปัดไม่ทัน จบครึ่งแรก อาร์เซนอลเสมอกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ส 1 – 1                 ครึ่งหลังนาที 64 อาร์เซนอลเป็นฝ่ายพลิกนำ 2 – 1 ดาวิซอน ซานเชส เจตนาทำฟาวล์ อเล็กซ็องเดร์ ลากาแซตต์ ในเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษทันที ก่อนที่ดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศสจะลุกขึ้นมาสังหารเองไม่พลาดเป้า จากนั้นนาที

ขาใหญ่ทั้งนั้น! ลือหนัก ปีศาจแดง เตรียมโละ 4 แข้งดังในยุค ผอ.กีฬา คนใหม่

ปีศาจแดง

            ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดทีมแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตกเป็นข่าวว่ากำลังเตรียมโละแข้งระดับดาวดังถึง 4 คน เพื่อหาเงินมาเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ โดย “จอห์น เมอร์เท่อห์” ผู้อำนวยการกีฬาคนใหม่ป้ายแดงของทีมดังแห่งถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด เตรียมนัดหารือกับ “โอเล่ กุนนาร์ โซลชา” กุนซือหน้าทารกเพื่อวางแผนการเสริมนักเตะในช่วงซัมเมอร์นี้ รวมถึงการจัดการกับบรรดาแข้งดังที่เทรนเนอร์ชาวนอร์เวย์ไม่คิดจะใช้งานต่อในซีซันหน้าอีกด้วย ปีศาจแดง จะไม่ขยายสัญญา “เอดินสัน คาวานี่” และเตรียมโละ “ดาบิด เด เคอา”             ทีมปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในยุคของ “จอห์น เมอร์เท่อห์” ผู้อำนวยการกีฬาคนใหม่ตกเป็นข่าวว่ากำลังพิจารณาโละแข้งดัง 4 ราย ออกจากถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในช่วงซัมเมอร์นี้ ประกอบด้วย “เอดินสัน คาวานี่” กองหน้าประสบการณ์สูงชาวอุรุกวัยที่กำลังจะหมดสัญญากับทีมหลังจบฤดูกาลนี้และจะไม่มีการใช้ออปชั่นขยายสัญญาเพิ่ม, “อองโตนี่ มาร์กซิยาล” หัวหอกเลือดน้ำหอมที่โชว์ฟอร์มได้อย่างย่ำแย่ในซีซันนี้, “เซร์คิโอ โรเมโร่” นายด่านมือสามชาวอาร์เจนไตน์ที่ไม่ได้ลงเฝ้าเสาในฤดูกาลนี้เลย ส่วนสตาร์ดังรายสุดท้ายก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น “ดาบิด เด เคอา” มือกาวชาวสแปนิชที่คาดว่าจะโดนโละทิ้งในช่วงซัมเมอร์นี้เพื่อเปิดทางให้ “ดีน เฮนเดอร์สัน” นายทวารอนาคตไกลก้าวขึ้นมาเป็นมือ 1 อย่างเต็มตัวในฤดูกาลหน้านั่นเอง             ทั้งนี้ เมื่อไม่กี่วันมานี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพิ่งประกาศแต่งตั้ง จอห์น เมอร์เท่อห์ ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกีฬาคนใหม่ พร้อมกับแต่งตั้ง “ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์” อดีตกองกลางของทัพปีศาจแดง ให้ทำหน้าที่ผู้อำนวยการเทคนิคคนใหม่ด้วย โดยคาดว่า เมอร์เท่อห์ จะประชุมร่วมกับ “โอเล่ กุนนาร์ โซลชา” กุนซือหน้าทารกเพื่อหารือเรื่องการโละสตาร์ดังทั้ง 4 ราย รวมถึงการเสริมนักเตะในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยเฉพาะนักเตะในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าอย่าง “เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์” ของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ รวมถึงมิดฟิลด์ตัวกลางอย่าง “เดแคลน ไรซ์” ของ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่อาจถูกดึงเข้ามาแทนที่ “เนมานย่า มาติช” แนวรับประสบการณ์สูงที่กำลังอยู่ในช่วงโรยรา สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ และหากเพื่อนๆ อยากลงเดิมพัน หรือแทงบอลออนไลน์ สามารถเข้าร่วมสนุกได้ที่ สล็อตเกมไหนดีโบนัสแตกบ่อย เว็บไซต์ที่กำลังมาแรงในเวลานี้ ผู้จัดการทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” คุยลั่นทีมของเขาน่าจะชนะเอฟเวอร์ตันมากกว่านี้“บรูโน่ แฟร์นันเดส” ขอดูความจริงใจ “ผีแดง” เสียก่อนจะต่อสัญญาฉบับใหม่เก้าอี้ร้อน? “เจอร์เก้น คล็อปป์” น่าห่วง หลังบ่อนเมืองผู้ดีปรับราคากุนซือโดนเด้งใหม่

สเปอร์ส อดขึ้นที่ 3 ของตาราง หลังทำได้แค่เสมอกับ ฟูแล่ม 1 – 1

                ท็อตแน่ม ฮ็อท สเปอร์ส ภายใต้การนำของ โชเซ มูรินโญ่ ชวดขึ้นที่ 3 ของตารางคะแนนอย่างน่าเสียดายหลังจากทำได้เพียงแค่เสมอกับฟูแล่ม ทีมท้ายตารางไป 1 – 1 ทั้งๆ ที่เกมนี้ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ส เป็นฝ่ายออกนำก่อนและมีโอกาสทำประตูปิดเกมหลายครั้งแต่พลาดไปทั้งหมด ในศึกพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันที่ 13 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา                 ศึกพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันพุธที่ 13 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ส เปิดสนาม “ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ส สเตเดียม” รับการมาเยือนของ ฟูแล่ม โดยก่อนจะแข่งเกมนี้ สเปอร์ส มีผลงานที่ไม่สู้ดีนักเก็บได้เพียง 4 แต้มจากการลงเล่น 4 นัด ส่วนฟูแล่มนั้นไม่แพ้ใครมาแล้ว 4 นัดติดต่อกัน แต่เป็นการเสมอทั้งหมด สรุปเหตุการณ์ศึกพรีเมียร์ลีก ท็อตแน่ม ฮ็อท สเปอร์ส พบ ฟูแล่ม                 เริ่มเกมมาจนถึงนาที 25 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ส ที่นวดมาตั้งแต่เริ่มเกมก็มาได้ประตูขึ้นนำ 1 – 0 จากจังหวะที่ทำเกมขึ้นมาทางด้านซ้าย และเป็น เซร์คิโอ เรกีลอน เปิดบอลเข้ามาด้านในอย่างแม่นยำมาถึง แฮร์รี่ เคน โขกเข้าไปไม่เหลือ จากนั้นก็จบ 45 นาทีแรกไปด้วยสกอร์นี้                 ครึ่งหลังยังคงเป็น ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ส ที่ทำเกมได้ดีกว่าและเกือบได้ประตูขึ้นนำในนาที 71 จากจังหวะที่ ซน ฮึง-มิน กดด้วยเท้าขวาแต่บอลพุ่งไปชนเสาเต็มๆ และเมื่อทำประตูไม่ได้เจ้าบ้านก็มาเสียประตูตีเสมอจนได้ในอีก 3 นาทีถัดมา จากจังหวะสวนกลับขึ้นมาและเป็น อเดโมล่า ลุคแมน ที่ลงมาเป็นตัวสำรองกระชากบอลหนี ดาวิซอน ซานเชส จากนั้นก็เปิดบอลให้ อีวาน คาวาเลโร่ โขกผ่านมือ อูโก้ โยริส เข้าไป                 จากนั้นกลายเป็น ฟูแล่ม ที่เปิดเกมบุกใส่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ส แทนแต่จังหวะสุดท้ายยังไม่ดีพอ จนกระทั่งในช่วงนาทีสุดท้ายแฟนบอลของ สเปอร์ส ก็ต้องดีใจเก้อเมื่อ เซร์คิโอ เรลีกอน จัดการส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายได้แล้ว แต่เมื่อผู้ตัดสินเช็คจาก VAR พบว่า ซน ฮึง – มิน ที่เป็นคนจ่ายให้กับ เรกีลอน

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เฉือน เบิร์นลีย์ ในศึกพรีเมียลีก ผงาดขึ้นจ่าฝูง

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

                แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขึ้นเป็นจ่าฝูงได้สำเร็จหลังจากบุกไปเอาชนะ เบิร์นลีย์ อย่างสนุกด้วยสกอร์ 1 – 0 โดยได้ประตูชัยจาก ปอล ป็อกบา ในนาทีที่ 71 ในเกมพรีเมียร์ลีกเมื่อคืนวันอังคารที่ 12 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา                 ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 17 เมื่อคืนวันอังคารที่ 12 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา เบิร์นลีย์ ทีมอันดับ 16 ของตาราง เปิดสนาม “เทิร์ฟมัวร์” ต้อนรับการมาเยือนของรองจ่าฝูงอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งหากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเอาชนะหรือเสมอในเกมนี้ได้พวกเขาจะแซงลิเวอร์พูลขึ้นนำเป็นจ่าฝูงทันที เริ่มครึ่งแรกเป็นทีมเยือนอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เปิดเกมบุกได้เป็นชิ้นเป็นอันมากกว่าเบิร์นลีย์เจ้าบ้าน                 แต่ในจังหวะสุดท้ายยังเป็น นิค โป๊ป และกองหลังเบิร์นลีย์คอยสกัดเอาไว้ได้ แต่อย่างไรก็ตามในนาที 36 บรรดาสาวกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องดีใจกันเก้อจากจังหวะที่ ลุค ชอว์ เปิดบอลเข้ามาเสาไกลและเป็น แฮร์รี แม็กไกวร์ กัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โขกเข้าไปอย่างสวยงาม แต่ผู้ตัดสินไม่เป่าให้เป็นประตูเพราะมอง แม็คไกวร์ ไปทำฟาวล์ เอริค ปีเตอร์ ในจังหวะที่ขึ้นโหม่ง ทำให้จบ 45 นาทีแรก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจึงเสมออยู่กับ เบิร์นลีย์ ที่ 0 – 0                 ครึ่งหลังยังคงเป็นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่เปิดเกมบุกอย่างต่อเนื่องจนสามารถขึงเกมบุกใส่ เบิร์นลีย์ อยู่ฝ่ายเดียวแต่สิ่งที่ขาดไปคือประตูขึ้นนำ จนกระทั่งนาที 71 ความพยายามของ “ปีศาจแดง” ก็มาสัมฤทธิ์ผลจนได้ จากจังหวะที่นักเตะของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดทำเกมมาจากแดนกลางก่อนที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด จะเปิดบอลเข้ามาบริเวณเส้นกรอบเขตโทษและเป็น ปอล ป็อกบา ที่วอลเลย์แบบไม่จับบอลพุ่งผ่าน นิค โป๊ป เข้าไปอย่างสวยงาม                 จากนั้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดผ่อนเกมบุกปล่อยให้เจ้าบ้านได้บุกมาบ้างแต่ในจังหวะสุดท้ายแนวรุกของเบิร์นลีย์ ไม่เด็ดขาดเอง แถมในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 3 เกือบจะต้องสังเวยประตูที่ 2 ให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดแต่ยังโชคที่ว่าในจังหวะสุดท้ายนั้น อองโตนี มาร์กซิยาล ยิงไปติดเซฟ นิค โป๊ป อย่างน่าเสียดาย                 จบ 90 นาที แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดบุกมาเอาชนะ เบิร์นลีย์ ไป 1

“อาร์เตต้า” โคตรแมน! ด่าผมเลย ผมรับไว้เอง หลังพ่ายให้ เบิร์นลีย์

มิเกล อาร์เตต้า

มิเกล อาร์เตต้า กุนซือชาวสเปนของ อาร์เซน่อล ออกมาแสดงความรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว หลังพาทัพปืนใหญ่ พ่ายแพ้ เบิร์นลีย์ ในเกมพรีเมียร์ลีก นัดที่ 12 ทำให้ตอนนี้ทีมจอดอยู่ที่อันดับ 15 ของตาราง ไม่ชนะใคร 5 เกมติดต่อกันเข้าให้แล้ว อาร์เซน่อล เล่นในเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม พ่ายให้กับ เบิร์นลีย์ 0-1 เป็นการพ่ายแพ้ในลีก 3 เกมติดต่อกัน และแพ้คาบ้าน 4 นัดติดต่อกัน แถมแนวรุกยังห่วยสุดๆ ช่วยกันยิงได้แค่ 10 ประตู กลายเป็นทีมที่ยิงได้น้อยที่สุดอันดับสามของพรีเมียร์ลีก ในตอนนี้ อาร์เตต้า ได้กล่าวว่า "ตอนนี้เรากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากสุดๆ" ซึ่งทาง มิเกล อาร์เตต้า ได้กล่าวว่า “ตอนนี้เรากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากสุดๆ เราต้องทำใจยอมรับมันให้ได้ และเราจะต่อสู้กับมันด้วยจิตใจที่กล้าแกร่ง จะไม่มีใครในทีมยกธงขาว เราจะเผชิญหน้ากับมัน ผมเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ เราสะกดคำว่าชนะไม่เป็นเลย หากว่าใครอยากด่าอะไร จัดเต็มมาที่ผมเลย ให้ลงที่ผมคนเดียวเพราะผมทำทีมไม่ชนะ ผมก็แค่ตั้งใจทำงานในส่วนของผมต่อไป อาร์เซน่อล คือสโมสรที่ยิ่งใหญ่ และทุกคนยอมรับกับความพ่ายแพ้ไม่ได้  นี่ไงผมยืนอยู่ตรงนี้ ด่าผมเลยทุกคน” ทางด้าน ราล์ฟ ฮาเซนฮุทเทิ่ล กุนซือ เซาแธมตั้น ทีมอันดับ 4 ที่มีคิวดวลกับ อาร์เซน่อล ในวันที่ 16 ธันวาคม ได้กล่าวว่า “มีหลายคนบอกว่า เกมนี้เราจะไปเยือน อาเซน่อล ด้วยความเหนือกว่า ให้ตายเถอะใครจะไปคิดแบบนั้น มีแต่คนบ้าเท่านั้นแหละที่จะคิดอะไรแบบนั้นได้ เราไม่เคยเหนือกว่า อาเซน่อล เลย ในการไปเยือนสนามแห่งนั้น เราจะคิดแค่ว่า เราจะทำสิ่งที่เราทำมาโดยตลอด เพราะสิ่งนั้นทำให้เรามายืนอยู่จุดนี้” สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ และขอบคุณที่มาของแหล่งข้อมูล สล็อตโจ๊กเกอร์ เว็บไซต์ที่ดีที่สุดตลอดกาล สรุปผลการแข่งขันศึกฟุตบอล ไทยลีก 2 นัดที่ 16 คู่วันเสาร์วิเคราะห์-ฟันธงศึกฟุตบอล ไทยลีก 1 นัดที่ 15 (คู่วันศุกร์)แฟนหมาป่าขับเครื่องบินพร้อมป้ายผ้าให้ “ราอูล” หายโดยเร็ว

วิเคราะห์เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 12 ฟูแล่ม เปิดบ้านเสมอ ลิเวอร์พูล 1-1

ฟูแล่ม เปิดบ้านเสมอ ลิเวอร์พูล 1-1

        เกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษนัดที่ 12 คู่วันอาทิตย์ ฟูแล่ม ที่อยู่ในโซนท้ายตารางเปิดบ้านรับ ลิเวอร์พูล ที่ก่อนเกมมีข่าวดีเนื่องจาทีมหัวตารางด้วยกันพร้อมใจกันสะดุดหมด ฉะนั้นหากเก็บ 3 แต้มในเกมนี้ได้จะขึ้นไปรั้งจ่าฝูงแบบเดี่ยว ๆ สำหรับผังการเล่นเจ้าบ้านมาในระบบ 3-4-2-1 ส่วนทีมเยือนวางผังที่คุ้นเคย 4-3-3 ต้นเกม ฟูแล่ม เริ่มต้นด้วยความคึกคัก ทำให้มีโอกาสจบสกอร์ได้หลายจังหวะ         แต่ยังยิงไปติดเซฟอลิสซง ทำให้ 10 นาทีแรก ลิเวอร์พูลครองเกมไม่ได้เลย กระทั่งหลังจากนั้นเริ่มมีจังหวะครองบอล แต่ก็เป็นในลักษณะการถ่ายบอลในแดน ยามพาบอลเข้าไปในแดนของเจ้าบ้านก็จะเสียบอลง่าย ทำให้บางจังหวะเลือกโยนยาวไปให้ซาลาห์กับมาเน่ แต่ก็ถูกสกัดไว้ได้ทั้งหมด จนทำให้กล่าวได้ว่านี่เป็นรูปเกมที่แย่เกมหนึ่งของลิเวอร์พูลในฤดูกาลนี้ ดังจะเห็นได้จากปฏิกิริยาของเยอร์เก้น คล็อปป์ ที่ออกอาการไม่พอใจอย่างรุนแรง เนื่องจากลูกทีมครองบอลไม่ได้ ทั้งที่เจ้าถิ่นไม่ได้บีบหรือเพรสซิ่งหนักอะไรเลย ซึ่งฟูแล่มมีเพียงการตั้งโซนรับ 2 ชั้นเท่านั้น พลางรอดักบอลแล้วสวนลับ กระทั่งมาได้ประตูขึ้นนำ 1-0         ลิเวอร์พูล เริ่มตั้งหลักได้ในนาทีที่ 40 เป็นต้นมาจนจบครึ่งแรก และออกมาเล่นครึ่งหลังด้วยการขึงเกมบุกใส่ฟูแล่ม ซึ่งในครึ่งหลังนั้นลูกทีมของสก็อต พาร์กเกอร์ ซื้อเกมรับเต็มตัว โดยถือว่าทำได้ดีเพราะสามารถยันเกมรุกของทีมเยือนอยู่หมัด ดังจะเห็นได้ว่าผู้รักษาประตูแทบไม่มีลูกเซฟอันตราย         กระทั่งท้ายเกม จังหวะฟรีคิกของลิเวอร์พูลที่ปั่นไปติดแขนผู้เล่นของฟูแล่มจนกลายเป็นจุดโทษ ซึ่งซาลาห์เองก็ยิงไม่ค่อยดี จนผู้รักษาประตูเกือบเซฟได้ ยังโชคดีที่บอลยังแรงพอที่จะเข้าประตูไป ทำให้เกมหลังจากนั้นโมเมนตัมหันเหไปทางลิเวอร์พูลแบบเต็มๆ แต่ยังดีที่ว่าฟูแล่มมีแรงฮึดสุดท้ายอยู่ ทำให้เป็นเพียงไม่กี่ทีมที่ซื้อเกมรับแล้วยันเสมอลิเวอร์พูลได้สำเร็จ         บทสรุปจากเกมฟูแล่ม ถือว่าเป็นทีมที่เล่นดีมีทรงอยู่แล้ว และในเกมนี้ก็ทำให้เห็นแล้วว่าการซื้อผู้เล่นใหม่เข้ามาผนึกกับนักเตะเดิม สก็อต พาร์กเกอร์ได้ทีมที่ลงตัวแล้ว ฉะนั้นนับจากนี้หากใครประมาทเจ้าสัวน้อย ย่อมมีสิทธิ์ถือฆาตด้วยความปราชัย ส่วนลิเวอร์พูล เกมนี้มาตรฐานค่อนข้างตกลงไป อีกทั้งยังเสียเวลาไปกับการตั้งหลักอยู่นาน ทำให้การได้ 1 แต้มในวันนี้ถือว่ายุติธรรมแล้ว     สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้  แฟนหมาป่าขับเครื่องบินพร้อมป้ายผ้าให้ “ราอูล” หายโดยเร็ว“คาร์ราเกอร์” ออกมาเตือน “อาร์เตต้า” อย่าพยายามเลียนแบบทัพเรือ“เวนเกอร์” อดีตกุนซือ แนะ “อาร์เตต้า” คุมโอซิลง่ายนิดเดียว

“บราวน์” มั่น! ผีเก่งพอ วนลูปกลับมาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้แน่นอน

เวส บราวน์

เวส บราวน์ อดีตกองหลังมหาเทพของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาแสดงความมั่นใจว่า ทีมปีศาจแดง จะสามารถทำอันดับเหนือกว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อริร่วมเมือง และเจ๋งพอสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้มาครองได้ บราวน์ ได้กล่าวว่า “ผมเชื่อเหลือเกินว่า แมนยู จะทำอันดับเหนือกว่า แมนซิตี้ " แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โชว์ผลงานในพรีเมียร์ลีกแบบวนลูป แต่ก็สามารถขึ้นมาอยู่กลุ่มบนของตาราง มีแต้มตามหลัง ทอตแนมฮอต สเปอร์ 5 คะแนน แต่ลงสนามน้อยกว่า 1 นัด ซึ่งทาง เวส บราวน์ ได้กล่าวว่า “จากผลงานที่ผ่านมา ผมเชื่อเหลือเกินว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะทำอันดับเหนือกว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้อย่างแน่นอน ฤดูกาลนี้มีทีมลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกมากถึง 6 ทีม แต่ตัด อาเซน่อล ออกไปได้เลย และแน่นอนเลยว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือหนึ่งในทีมลุ้นแชมป์ พวกเขาจบในอันดับที่ 3 ในฤดูกาลที่แล้วได้อย่างเหลือเชื่อ เพราะมีแต้มตามหลังเยอะมากในช่วง 10 นัดสุดท้าย ขออย่างเดียวตอนนี้ ผมภาวนาให้พวกเขาเล่นอย่างคงเส้นคงวา โดยเฉพาะยามเล่นในรังโอลแทรฟฟอร์ด ขอชนะสัก 6 หรือ 7 นัด ติดต่อกัน ถ้าพวกเขาทำได้แบบนั้น จะไม่มีใครสงสัยเลยว่าพลพรรคปีศาจแดง จะสามารถเก่งกาจถึงขั้นก้าวขึ้นมาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลายเป็นทีมลุ้นแชมป์ยูโรป้าลีก หลังจากบุกพ่าย แอร์เบ ไลป์ซิกต์ 2-3 โดยพวกเขามีเกมสำคัญในพรีเมียร์ลีกรออยู่ โดยต้องลงสนามดวลกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หากชนะได้จะไล่ตามหลังจ่าฝูง เหลือเพียงแค่ 2 คะแนนเท่านั้น โดยเกมนี้จะเล่นที่สนามโอลแทรฟฟอร์ด ในวันที่ 13 ธันวาคม 2563  เวลา 00.30 ตามเวลาประเทศไทย เวส บราวน์ วัย 41 ปี เคยค้าแข้งอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ช่วงปี 1996-2011 ลงสนามให้ทีมไปทั้งหมด 362 นัด ยิงได้ 5 ประตู ได้แชมป์พรีเมียร์ลีก 5 สมัย แชมป์ยูฟ่า แชมป์เปียนลีก 2 สมัย แชมป์เอฟเอคัพ 2 สมัย แชมป์ลีกคัพ 2 สมัย ติดทีมชาติอังกฤษ

วิเคราะห์เกมพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นัดที่ 8 เลสเตอร์ เฉือน วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-0

เลสเตอร์ เฉือน วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-0

       เกมพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นัดที่ 8 คู่วันอาทิตย์ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่กำลังฟอร์มดีจนขึ้นมาเกาะกลุ่มหัวตารางได้สำเร็จ วันนี้ต้องเปิดรังคิงพาวเวอร์ สเตเดี้ยม รับเจ้าหมาป่า วูล์ฟแฮมป์ตัน ที่ฟอร์มร้อนแรงไม่แพ้กัน สำหรับผังการเล่น เจ้าบ้านมาในระบบ 3-4-2-1 ส่วนทีมเยือนวางผัง 5-4-1         ทั้งสองทีมพยายามจะลำเลียงบอลเพื่อบุกเข้าใส่กันแต่ยังไม่ทันไร วูล์ฟแฮมป์ตันก็มาเสียจุดโทษจากแฮนด์บอล ก่อนที่วาร์ดี้จะยิงเข้าไปอย่างเด็ดขาด ขึ้นนำ 1-0 ก่อนที่ช่วงท้ายครึ่งแรกจะมาได้จุดโทษที่ 2 โชคดีว่ายิงไม่เข้า มิเช่นนั้นจะเป็นงานที่งานลำบากของทีมเยือนในการกลับคืนสู่เกม แต่ก็เอื้อความได้เปรียบทางแท็กติกแก่เจ้าบ้านที่จะเล่นง่ายขึ้น         ครึ่งแรกวูล์ฟแฮมป์ตัน ไม่สามารถพาบอลเข้าไปในแดนเขตโทษของเลสเตอร์ได้เลย เพราะเจ้าบ้านวางแท็กติกยืนซ้อน 2 ชั้น ทำให้เจ้าหมาป่าไม่สามารถใช้จุดเด่นในลูกโต้กลับได้ อีกทั้งไม่มีความเชี่ยวชาญในการขึงบุก ภาพที่เห็นคือการถ่ายบอลไปมาจนเสียบอลคืนให้เจ้าบ้าน เลสเตอร์ ก็มีสไตล์เกมบุกไม่ต่างจากทีมเยือน         เพราะเมื่อใดที่ได้เซตบอลก็จะไม่มีประโยชน์ นอกเสียจากเปิดโด่งเข้ามา หรือฉวยโอกาสยิงเร็ว ส่วนช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้ายของเกม ทีมเยือนใช้วิธีการบุกด้วยการเปิดบอลโด่ง เพื่อให้แถว 2 ได้ยิงเก็บตก ซึ่งถือว่าได้ผลดี เพียงแต่ไม่เป็นประตูเท่านั้น         บทสรุปของเกม เลสเตอร์ ถือว่าโชคดีที่ได้จุดโทษช่วงต้นเกม ทำให้เป็นปัจจัยสำคัญในการคว้า 3 แต้มในวันนี้ แต่ส่วนที่ต้องปรับปรุงคือแท็กติกเกมรุก ที่การเซตเพลย์ใช้ไม่ได้ผลเลยในเกมนี้ แถมช่วงท้ายเกมจะโดนยิงตีเสมอหลายครั้ง ขณะที่วูล์ฟแฮมป์ตัน เสียลูกจุดโทษถึง 2 ลูกในเกมเดียว ซึ่งโชคดีที่โดนไปเพียงเม็ดเดียว ทำให้มีโอกาสกลับคืนสู่เกมได้ถ้ายิงตีเสมอ โดยในครึ่งหลังแท็กติกเกมบุกทำได้ดี แต่ไม่ใกล้เคียงนัก เพราะล้วนแต่เป็นลูกยิงนอกกรอบเขตโทษ ไม่ใช่การยิงเหน่งๆในระยะเผาขน สิ่งสำคัญของเจ้าหมาป่า คือการเพิ่มิติความหลากหลายในเกมรุกนับจากนี้     สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ “อาร์เตต้า” ยันชัด “เปเป้” ยังมีอนาคตในทัพปืนใหญ่ อาเซน่อล!!วิเคราะห์เกมพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นัดที่ 8 พาเลซ ถล่มลีดส์ เละเทะ 4-1วงการฟุตบอลช็อค “มาราโดน่า” หัวใจวายเสียชีวิตกะทันหันปิดตำนานแข้งวัย 60 ปี