“สโมสรฟุตบอล” เสี่ยงตกชั้นสูงมากใน ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2021-22

สโมสรฟุตบอล

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาล 2021/22 ถือได้ว่าเป็นการแข่งขันที่เข้มข้น แต่ละทีมนั้นมีมาตรฐานที่สูงมาก ซึ่งทีมที่จะอยู่รอดได้นั้นก็ต้องมีความเคี่ยวกรรมและเข้มข้นกับการทำงาน ซึ่งก็ต้องบอกว่าในฤดูกาลนี้มีหลายสโมสรเลยทีเดียวที่มีโอกาสเสี่ยงที่จะตกชั้น ซึ่งถือได้ว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะจากเดิมเราจะได้เห็นทีมใน พรีเมียร์ลีก มีโอกาสที่จะตกชั้นหรือคว้าแชมป์ได้เร็วกว่าที่เป็นอยู่ แต่ทุกวันนี้ด้วยการแข่งขันที่สูง ทำให้แทบจะต้องดวลกันจนไปถึงนัดสุดท้ายเลยทีเดียว กว่าจะรู้ว่าทีมไหนจะคว้าแชมป์ทีมไหนจะตกชั้น และวันนี้เราจะมาดูกันว่า สโมสรฟุตบอล ที่มีความเสี่ยงตกชั้นสูงมากใน ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลนี้จะมีทีมไหนบ้าง 3 สโมสรฟุตบอล ที่มีความเสี่ยงตกชั้นสูงมากใน ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2021-22                 นอริช ซิตี้ ปัจจุบันพวกเขานั้นรังท้ายของตารางคะแนน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แต่ยังไม่การันตีถึงการตกชั้น แต่ก็ต้องบอกว่าถ้าหากจะพูดถึงบรรดาสโมสรต่างๆใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลนี้ที่มีความเสี่ยงจะตกชั้นมากที่สุดก็ต้องยกให้ นอริช ซิตี้ เพราะว่าพวกเขานั้นก็เป็นอีกหนึ่งทีมที่เก็บชัยชนะในฤดูกาลนี้ได้น้อยมากๆ โดยจากการแข่งขันไปทั้งหมด 32 เกมในปัจจุบันพวกเขาเก็บชัยชนะได้เพียงแค่ 5 เกมเท่านั้น                 วัตฟอร์ด ปัจจุบันพวกเขาอยู่ในอันดับที่ 19 หรือรองบ๊วยของตาราง คะแนน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ จากการลงสนามไปทั้งหมด 32 เกม พวกเขาก็เก็บชัยชนะได้เพียงแค่ 6 เกมเท่านั้น ซึ่งถือได้ว่ามันมีความเสี่ยงสูงมาก ที่พวกเขาจะกลับไปสู่ แชมเปี้ยนส์ชิพ อีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาในฤดูกาลนี้                  เอฟเวอร์ตัน ผลงานของ เอฟเวอร์ตัน จากเดิมที่เป็นทีมระดับบนของตารางคะแนน พรีเมียร์ลีก ปัจจุบันนั้นอยู่ในอันดับที่ 17 ของตารางคะแนน เรียกได้ว่าพวกเขานั้นมีความเสี่ยงที่จะตกชั้นสูงเลยทีเดียว กับผลงานในช่วงหลังของพวกเขา ซึ่งคงจะเป็นเรื่องที่ช็อกแฟนบอลเป็นอย่างมาก เพราะ เอฟเวอร์ตัน นั้นยังไม่เคยตกชั้นเลยตั้งแต่ พรีเมียร์ลีก เกิดขึ้น  โรนัลโด้ จ่อฟันโบนัสก้อนโต หลังซัด “แฮตทริก” ใส่ นอริช เกม พรีเมียร์ลีกคริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับสถิติสุดยอดของเขาในการเจอ ตราหมี แอตเลติโก มาดริดแมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมขาย “เฮนเอร์สัน” ช่วงซัมเมอร์นี้ หากได้ราคา 40 ล้านปอนด์“ทีมปาแลร์โม่” รู้จักนักเตะคนดังระดับโลก ที่เคยเล่นให้กับ

“วิเอร่า” ถูกตำนานแบ็คโฟร์ ท้าวความหลังถึง

มาร์ติน คีโอว์น พูดถึง วิเอร่า

ปาทริค วิเอร่า ปัจจุบันเขากำลังทำผลงานได้เป็นอย่างดีกับสโมสรคริสตัล พาเลซ หลังเดอะพาเลซของเขาเพิ่งเปิดบ้านเซลเฮริทช์ พาร์ค เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเอาชนะอดีตสังกัดอย่างอาร์เซ่อล 3-0 ขณะเดียวกันตำนานอาร์เซน่อลอย่างมาร์ติน คีโอว์น ออกมาเปิดเผยถึงความสุดยอด อดีตรุ่นน้องเพื่อนร่วมทีมที่กำลังรับตำแหน่งผู้จัดการทีมในพรีเมียร์ลีกขณะนี้ เรื่องราวของ "วิเอร่า" สมัยเป็นผู้เล่น เด็กหนุ่มชาวเฟรนช์แมนย้ายร่วมทีมอาร์เซน่อลปี 1996 ในยุคของอาร์แซน เวงเกอร์ ขณะนั้นเขาอายุเพียง 20 ปี เขาและมาร์ติน คีโอว์น มีโอกาสร่วมงานกันที่ไฮบิวรี่(สนามเก่า)อยู่ 2-3 ฤดูกาล ช่วงท้ายอาชีพค้าแข้งของคีโอว์น กองกลางชาวฝรั่งเศสสวมปลอกแขนกัปตันทีมข่าวกีฬาทั่วโลก เขานำพาความสำเร็จมากมายเข้ามายังสโมสรแห่งนี้ตลอด 9 ปีด้วยแชมป์ลีกสูงสุด 3 ครั้ง และ 4 เอฟเอ คัพ กระทั่งปี 2007 วิเอร่าย้ายออกจากทีมไปอินเตอร์ มิลาน มาร์ติน คีโอว์น เผยความหลัง ย้อนกลับไปฤดูกาล 1996 ขณะนั้นปาทริค วิเอร่าอายุเพียง 20 ปี ตำนานแบ็คโฟร์เผยกับสื่ออังกฤษ “ตอนนั้นผมเห็นแพทริคถูกนักเตะตัวเก๋าคนหนึ่งภายในทีมบ่นเป็นภาษาอังกฤษแบบไม่ยั้ง” “แต่จู่ ๆ แพทริควิ่งไปอีกห้องและคว้าตัวไอ้หมอนั้นพร้อมกับพูดภาษาอังกฤษว่า แกพูดจาลับหลังฉันทำไม” “ภาษาอังกฤษของเขาค่อนข้างสมบูรณ์แบบ แต่ที่มากกว่านั้น ผมเห็นบางอย่างในตัวเด็กหนุ่มจากฝรั่งเศสทันที” “ผมไม่รีรอ ผมปรบมือให้เขาทันที” มาร์ติน คีโอว์นยังกล่าวเสริมอีกว่า “เขาเป็นผู้เล่นเด็กที่เพิ่งย้ายมา แต่เขากล้าไฟท์กับผู้เล่นรุ่นใหญ่ภายในทีม ผมอย่างชอบใจ ตอนนั้นผมรู้ได้ทันทีว่าเราได้เซ็นสัญญากับผู้เล่นที่ มีคาแร็กเตอร์ยอดเยี่ยมที่สุดคนหนึ่ง” “มีเกมหนึ่ง เขามีโอกาสลงสนามพบเชฟฟิลด์ เขาง้างเท้ายิงไกลกว่า 30 หลา พุ่งเสียบประตู ตอนนั้นแฟนบอลในไฮบิวรี่ ร้องอู้วปากค้างทั้งสนามจากนั้นทั้งสนามเต็มไปด้วยเสียงปรบมือและเขาก็เป็นตำนานในเวลาต่อมา” อดีตแบ็คโฟร์กล่าวชื่นชม ผู้จัดการทีมคริสตัล พาเลซ ปาทริค วิเอร่าก่อนเกมชนเชลซีเอฟเอคัพ รอบรองชนะเลิศที่เวมบลีย์ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับสถิติสุดยอดของเขาในการเจอ ตราหมี แอตเลติโก มาดริด“นักเตะมืออาชีพ” เหตุผลที่ต้องเริ่มต้นตั้งแต่ยังเป็นเด็กนักเตะมืออาชีพ เลิกเล่นแล้วไปไหน ปลายทางจะเป็นอย่างไร?แมนฯ ยูไนเต็ด รอช้อน “รือดิเกอร์” จาก เชลซี หลังหมดสัญญาซัมเมอร์นี้

โรนัลโด้ จ่อฟันโบนัสก้อนโต หลังซัด “แฮตทริก” ใส่ นอริช เกม พรีเมียร์ลีก

โรนัลโด้ แฮตทริก

            โรนัลโด้ ซุปตาลูกหนังของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรขวัญใจมหาชนแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ถูกเปิดเผยว่า เตรียมได้รับโบนัสก้อนโตเข้ากระเป๋า หลังซัด “แฮตทริก” ครั้งที่ 2 ของฤดูกาลนี้ ในเกม พรีเมียร์ลีก ที่ต้นสังกัดเปิดบ้านชนะ “นกขมิ้นเหลืองอ่อน” นอริช ซิตี้ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 16 เมษายน ที่ผ่านมา โดยตามการเปิดเผยของสื่อเมืองผู้ดีระบุว่า ดาวเตะวัย 37 ปี อาจได้รับโบนัสเฉียด 1 ล้านปอนด์เลยทีเดียว โรนัลโด้ จ่อฟันโบนัส 850,000 ปอนด์ หลังซัด “แฮตทริก” ใส่ นอริช             เดอะ ซัน สื่อชั้นนำของเมืองผู้ดี รายงานว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หอกวัย 37 ปี ของทัพ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ข่าวกีฬาทั่วโลกอาจได้รับเงินโบนัสก้อนโตสูงสุดถึง 850,000 ปอนด์ หลังจากที่เจ้าตัวเพิ่งกด “แฮตทริก” ในเกม พรีเมียร์ลีก ที่ต้นสังกัดเปิดสนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด เฉือน “นกขมิ้นเหลืองอ่อน” นอริช ซิตี้ 3 – 2 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 16 เมษายน ที่ผ่านมา โดยในเกมนี้ ดาวเตะเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 5 สมัย เหมาคนเดียว 3 ประตู ในนาทีที่ 7, 32 และ 76 ช่วยต้นสังกัดเก็บสามคะแนนสำคัญรักษาโอกาสติดลุ้นท็อป 4 เพื่อคว้าตั๋วไปเล่นในรายการ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาลหน้า             ทั้งนี้ ตามรายงานเผยว่า การทำได้ถึง 3 ประตูในเกมดังกล่าว ทำให้โรนัลโด้ ยิงแตะหลัก 20 ประตู รวมทุกรายการในซีซันนี้ ซึ่งตรงกับเซ็นสัญญาที่เซ็นกันไว้ว่า หากทำได้ถึง 20 ประตู จะได้รับโบนัสจำนวน 750,000 ปอนด์ หรือประมาณ 32.8 ล้านบาท บวกโบนัสเพิ่มอีก 100,000 ปอนด์ หรือราว 4.3 ล้านบาท ในทุก

พรีเมียร์ลีก ผู้เล่นจากทวีปอเมริกาใต้ ที่ประสบความสำเร็จ ในศึกอังกฤษ

ผู้เล่นจากทวีปอเมริกาใต้ใน พรีเมียร์ลีก

ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งลีกฟุตบอลที่รวมเอาบรรดานักเตะจากนานาประเทศจากหลายทวีปเข้ามาค้าแข้ง และหลายคนนั้นก็ประสบความสำเร็จมากมาย ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับผู้เล่นจาก ทวีป อเมริกาใต้ ที่ถือได้ว่าประสบความสำเร็จกับการลงเล่นใน ศึกพรีเมียร์ลีก ซึ่งถือได้ว่าเป็นอีกลีกฟุตบอลชื่อดัง ที่มีชื่อเสียงของทวีปยุโรปและของโลก จะมีใครบ้างนั้นก็มาติดตามกันได้เลย 3 ผู้เล่นจากทวีปอเมริกาใต้ที่ประสบความสำเร็จใน ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ จูนินโญ่ เปาลิสต้า ถือได้ว่าเป็นผู้เล่นที่มาจาก ทวีป อเมริกาใต้ ที่ประสบความสำเร็จรายแรกๆ เลยก็ว่าได้ของ ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดยเขาเป็นกองกลางของทีมชาติบราซิลยักษ์ใหญ่ระดับโลก โดยที่เขาย้ายมาเล่นให้กับ สโมสรเล็ก ๆ อย่าง มิดเดิ้ลโบรส์ และก็สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ฮาเวีย มาสเคราโน่ กองกลางชาวอาร์เจนติไตน์ ของสโมสร หงส์แดง ลิเวอร์พูล ในตอนแรกนั้นเขาย้ายมาเล่นกับสโมสร เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ซึ่งก็อยู่ได้เพียงแค่หนึ่งฤดูกาลเท่านั้น ด้วยผลงานอันโดดเด่นของเขาทำให้ หงส์แดง ลิเวอร์พูล นั้นทุ่มเงินซื้อตัวไปร่วมทีม และลงเล่นให้กับทีมดังของพรีเมียร์ลีก อังกฤษกว่า 4 ฤดูกาลข่าวกีฬาทั่วโลก ก่อนจะย้ายไปประสบความสำเร็จอีกครั้งในอาชีพกับ สโมสร บาร์เซโลนา ใน ศึก ลาลีกา สเปน ฟาร์บินโญ่ กองกลางตัวรับของ สโมสร หงส์แดง ลิเวอร์พูล ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นที่มีส่วนสำคัญช่วยให้ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ก้าวไปคว้าแชมป์ UEFA Champions League เมื่อฤดูกาล 2018/19 รวมไปถึงการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้ในฤดูกาล 2019/20 ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรับที่ประสบความสำเร็จในอาชีพการค้าแข้งรวมไปถึงผลงานส่วนตัวกับทีมชาติบราซิล ก็เรียกได้ว่านักฟุตบอลจากทวีปอเมริกาใต้ยังมีอีกมากมายหลายคนเลยทีเดียว ที่ประสบความสำเร็จกับการเล่นให้กับสโมสรต่างๆในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ จากอดีตมาจนปัจจุบัน ออสการ์ ไม่ปิดบัง “บาร์ซ่า” เจรจาไปร่วมทีมตลาดมกราคมนี้บาร์เซโลน่า พร้อมปล่อย “เดสต์” มกราคมนี้ หากได้ค่าตัว 30 ล้านยูโรแมนฯยูไนเต็ด ถอนตัวล่า “ฮาแลนด์” เบนเป้าเซนหอกเซอร์เบียจูเลี่ยน อัลบาเรซ คือใคร!? ลือว่าที่หน้าเป้าแมนฯซิตี้

เวสต์แฮม ยูไนเต็ด สโมสรตัวแทนที่เหลือทีมเดียวใน ยูโรป้า ลีก 2021-2022

เวสต์แฮม ยูไนเต็ด

                รายการแข่งขันฟุตบอล ยูโรป้า ลีก ประจำฤดูกาล 2021-2022 ก็จบสิ้นกันไปแล้วกับการแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งไหน ฤดูกาลนี้ก็มีทีมจาก ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษที่ ที่ได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 16 ทีมสุดท้ายมีแค่ 1 ทีมเท่านั้น นั่นก็คือ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด สโมสรจากกรุง ลอนดอน ของอังกฤษ ซึ่งในตอนแรกมันก็จะมีสโมสรเลสเตอร์ซิตี้แต่พวกเขาก็ไม่ผ่านรอบแบ่งกลุ่ม ต้องหล่นไปเล่นในศึก ยูโรป้า คอนเฟอเรนส์ ลีกเท่านั้น เวสต์แฮม ยูไนเต็ด กับผลงานรอบแบ่งกลุ่มของพวกเขา                 กับการที่ได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 16 ทีม สุดท้ายในศึกยูโรป้า ลีก ฤดูกาล 2021-2022 นี้ ของทีมเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ก็ทำให้พวกเขาถูกจัดให้เป็นเต็งหนึ่งในการคว้าแชมป์รายการนี้ทันที เพราะหากจะย้อนไปดูถึงผลงานที่ผ่านมาของพวกเขาแล้วก็ต้องบอกว่าข่าวกีฬาทั่วโลก เป็นผลงานที่ไร้ที่ติเลยทีเดียว ซึ่งทำผลงานด้วยการ ลงสนาม 6 เกม เกมชัยชนะได้ถึง 4 เกม แพ้ 1 เกม เสมอ 1 เกม และสามารถยิงได้ถึง 18 ลูก เสียประตูเพียง 3 ลูกเท่านั้น เข้ารอบโดยเป็นอันดับที่ 1 ของ กลุ่ม เอช มี 13 คะแนน                 ซึ่ง ณ ตอนนี้ ก็ต้องรอผลในการประกบคู่อีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่มีการจับฉลากประกบคู่ในรอบเพลย์ออฟไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่ง เวสต์แฮม จะได้เจอกับทีมไหนและมีโอกาสที่จะได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 8 ทีมหรือไม่นั้น ก็ต้องมาติดตามกันอีกทีหนึ่ง                 และสำหรับผลงานในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ของสโมสรเวสต์แฮม ยูไนเต็ด เวลานี้ก็ต้องบอกว่าพวกเขาอยู่ในอันดับที่ 4 ของตารางคะแนน ซึ่งถือได้ว่ายังคงเกาะกลุ่มรายการลุ้นติดอันดับท็อป 4 ของ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้อยู่ และ อาจจะมีผลเพียงเล็กน้อยในการทำศึกยูโปรป้า ลีก หากว่าพวกเขาต้องการเน้นไปที่ถ้วยใบไหนที่สุด ก็คงต้องบอกว่าถ้วยยูโรป้า ลีก ที่ดูจะมีเปอร์เซ็นต์ ไปได้ไกลมากที่สุดในปีนี้ “โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์” กับ 2 เหตุการณ์เลวร้าย ช่วงเวลากับทีมแมนยูกุนซือชาวอิตาลี 3 คนที่เคยประสบความสำเร็จคว้าถ้วย พรีเมียร์ลีก“ผู้รักษาประตู” 2 สุดยอดที่เก็บ คลีนชีท ได้มากที่สุดในถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก“รางวัลบัลงดอร์” 2 นักเตะระดับตำนาน ที่ชวด แบบไม่น่าเชื่อ

กุนซือชาวอิตาลี 3 คนที่เคยประสบความสำเร็จคว้าถ้วย พรีเมียร์ลีก

กุนซือชาวอิตาลี

   จากข่าวอันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือคนใหม่ของทีมไก่เดือนทอง ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ การที่เขาได้เข้ามาคุมทีมในครั้งนี้ ได้สร้างความหวังให้กับแฟนบอลของทีมสเปอร์ได้เป็นอย่างมาก เหตุผลจากการที่อันโตนิโอ คอนเต้ ได้สร้างผลงานพาทีมอินเตอร์มิลานคว้าถ้วยเซเรียอามาครอบครองได้ โดยโค่นล้มทีมอย่างยูเวสตุส จึงเป็นการการันตีในเรื่องฝีไม้ลายมือของเขาได้เป็นอย่างดี ว่านี้คือของจริง  ในวันนี้เราจะพาไปดู 3 กุนซือชาวอิตาลี ที่ประสบความสำเร็จในการเป็นผู้จัดการทีม แล้วสามารถพาทีมคว้าถ้วยพรีเมียร์ลีกของอังกฤษมาครอบครองได้ เราไปดูกันเลยดีกว่า 3 กุนซือชาวอิตาลี ประสบความสำเร็จ ในพรีเมียร์ลีก คลาดิโอ รานิเอลลี  อดีตผู้จัดการทีมเลสเตอร์ซิตี้  ที่สร้างประวัติศาสตร์หักปกกาเซียน พาทีมจิ้งจอกสยามเลสเตอร์ซิตี้ คว้าถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ในฤดูกาล 2015-2016  ถือว่าเป็นถ้วยใบแรกของสโมสรแห่งนี้ แต่ก่อนที่จะย้ายมายังทีมเลสเตอร์ซิตี้  คลาดิโอ รานิเอลลี  เคยได้ไปเป็นผู้จัดการทีมของเชลซีมาก่อนในฤดูกาล 2000  แต่ทำผลงานได้ไม่ประทับใจ ก่อนที่จะเก็บเกี่ยวประสบการณ์ย้ายมาประสบความสำเร็จกับทีม เลสเตอร์ซิตี้ ปัจจุบันนี้ได้กลายมาเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ของทีม วัตฟอร์ด คาร์โล อันเชล็อตติ  นี้ก็ยังคงเป็นอดีตผู้จัดการของทีมสิงโตน้ำเงินครามเชลซีอีกคนหนึ่งข่าวกีฬาทั่วโลก ซึ่งชื่อเสียงของเขาบอกเลยว่าคงไม่มีแฟนบอลคนใดจะไม่รู้จัก เขาเป็นคนที่เคยพาทีมปีศาจแดงดำเอซีมิลานประสบความสำเร็จอย่างมาก คว้าทั้งถ้วยยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก และถ้วยลีกเซเรียอามาครอบครอง  ในฤดูกาล 2009 ทีมลซีได้มีการซื้อตัวให้มาคุมทีม และเขาก็ไม่ได้ทำให้แฟนบอลผิดหวัง เมื่อสามารถพาทีมคว้าถ้วยที่สำคัญมาครอบครองได้ 2 ใบ ได้แก่ถ้วยพรีเมียร์ลีก กับถ้วยแชมป์เอฟเอคัพ ปัจจุบันนี้ คาร์โล อันเชล็อตติ  ได้ดำรงตำแหน่งเป็นผุ้จัดการทีมรีดมาดริด ซึ่งยังทำผลงานได้โดเด่นอย่างมาก เป็นทีมอันดับ 1 ในลีกลาลีกาสเปน อันโตนิโอ คอนเต้  ในฤดูกาล 2016 ได้ถูกทีมเชลซี ยื่นข้อเสนอให้มาคุมทีม หลังจากพาทีมม้าลายยูเวนตุสผงาดคว้าแชมป์ เมื่ออันโตนิโอ คอนเต้   ได้เข้ามาคุมทีมเชลซี เขาได้นำแผนสไตล์การเล่นแบบวิงแบ็คมาใช้ufabet1688 ส่งผลให้ทีมเชลซีคว้าแชมปืพรีเมียร์ลีก พร้อมแชมป์เอฟเอคัพมาครอบครองได้สำเร็จ เลสเตอร์ ซิตี้ สโมสรฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จได้โดยไม่ต้องใช้เงินมหาศาล“เป๊ป กวาร์ดิโอล่า” สุดยอดกุนซือในโลกฟุตบอลยุคใหม่“ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค” ทำไม “โอเล่ กุนนาร์ โซลชา” ถึงไม่ส่ง ลงสนามอาร์เซนอล จ้องคว้าตัวรุก “ม้าลาย” เสริมทัพซัมเมอร์ปีหน้า

สถิติสุดห่วย 3 ทีมในลีกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ที่ไม่อยากจดจำ

   อาถรรพ์อย่างหนึ่งของกีฬาฟุตบอลลีกของประเทศอังกฤษ นั้นก็คือทีมฟุตบอลในลีกแชมเปี้ยนส์ชิพที่อยู่อันดับหัวแถวของตาราง มีฟอร์มการเล่นที่สุดยอด ยิ่งใส่คู่แข่งสกอร์กระจาย แต่เมื่อกลับได้เลื่อนขั้นขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดพรีเมียร์ลีก กลับทำผลงานได้ห่วยแตก จนอดไม่อยากเชื่อว่านี้คือทีมที่สุดยอดของแชมเปี้ยนส์ชิพจริงเหรอ ว่าแล้วเราไปดูกับ 3 ทีมของแชมเปี้ยนชิพที่ถือครอง สถิติสุดห่วย ในลีกพรีเมียร์ลีกกัน ว่าจะมีทีมไหน และมาพร้อมกับสถิติสุดห่วยอะไรกันบ้าง ไปดูกันเลย 3ทีมลีกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก สถิติสุดห่วย อะไรกันบ้าง สถิติสุดห่วยพ่ายแพ้ติดต่อกันมากที่สุด    ทีมที่ถือครองสถิติสุดห่วยนี้ คือทีมแมวดำซันเดอร์แลนด์ สถิตินี้เกิดขึ้นในฤดูการ 2022 ถึง 2003 ซึ่งตรงกับช่วงเทศกาลคริสต์มาส ช่วงนั้นทีมซันเดอร์แลนด์ผลงานดุ่มๆดอนๆ อย่างมากมีแต้มของทีมห่างจากการตกชั้นเพียง 2 คะแนนเท่านั้น ก่อนช่วงเทศกาลคริสต์มาสทีมเล่นได้ดีแบบว่าหักหน้าเซียนเลย เช่น ไปชนะลีดส์ยูงทอง ชนะหงส์แดงลิเวอร์พูล ได้ถึงถิ่น เซียนหลายคนมองเห็นว่าทีมซันเดอร์แลนด์คงจะทำอันดับขึ้นมาอยู่กลางตารางข่าวกีฬาทั่วโลกรอดจาการตกชั้นได้อย่างแน่นอน      แต่พอหลังเทศกาลคริสต์มาส ฟอร์มการเล่นกลับตาลปัตร 20 เกมที่ลงทำการแข่งขัน ทีมซันเดอร์แลนด์ไม่สามารถชนะคู่แข่งได้เลยสักครั้งเดียว ถ้านับเป็นเดือนประมาณ 4 เดือนเต็ม ๆ ถือเป็นสถิติที่น่าอับอายอย่างมาก ผลสุดท้ายก็ตกชั้นจากลีกพรีเมียร์ลีกไปสู้แชมเปี้ยนลีกตามเดิม สถิติแพ้ช่วงเริ่มฤดูกาลแข่งขันติดต่อกันมากที่สุด ทีมที่เป็นเจ้าของสถิตินี้ คือ ทีมพอร์ทสมัธ เป็นทีมนอกสายตาที่สามารถคว้าถ้วยแชมป์ FA CUP  ในฤดูกาล 2008 ไปครอบครองได้ กุนซือผู้พาทีมคว้าชัยตอนนั้นคือ แฮร์รี่ เร้ดแนปป์ เมื่อเริ่มเปิดฤดูกาลแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ทีมพอร์ทสมัธแพ้ติดต่อกันตั้งแต่เกมแรก 7 เกม ในเกมที่ 8 กับมาลบล้างความพ่ายแพ้ได้ด้วยการเฉือนชนะทีม วูล์ฟแฮมป์ตันไปด้วยสกอร์ 1-0 แต่เมื่อจบฤดูกาลก็ตกชั้น นับตั้งต่นั้นufabet1688มาก็ยังไม่สามารถกลับมาเล่นในลีกสูงสุดของลีกอังกฤษได้อีกเลย วูล์ฟ แฮมป์ตัน ยังแกร่ง หมาป่า เปิดรังกัด ทอฟฟี่ 2-1 ขึ้นอันดับ“ฮาแลนด์” สื่อแฉ เรียกค่าเหนื่อยเพิ่ม 4 เท่า จากสโมสรที่สนใจดึงตัวไปร่วมทีมนิวคาสเซิล เริ่มขยับ เตรียมสอย “หลุยส์ ดิอาซ” หน้าเทพของ ปอร์โต้สมาคมฟุตบอลอังกฤษ หรือ เอฟเอ เตรียมปรับกฎการซ้อมของทุกทีมในอังกฤษ

“บรูโน่ แฟร์นานเดส” ยก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีลุ้นทุกแชมป์ แน่นอน

บรูโน่ แฟร์นานเดส

                บรูโน่ แฟร์นานเดส กองกลางแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยกทีมของตนมีดีพอที่จะลุ้นแชมป์ในทุกรายการ แต่จะได้หรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่องที่ต้องติดตามเอาเอง พร้อมระบุต้นสังกัดแข็งแกร่งอยู่แล้ว แม้ว่าจะมีการเสริมทัพหรือไม่ก็ตาม                 บรูโน่ แฟร์นานเดสเพลย์เมคเกอร์คนเก่งของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งเกาะอังกฤษ แสดงความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าต้นสังกัดของตนเองนั้นมีดีพอที่จะลุ้นแชมป์ในทุกรายการที่ลงแข่งขันในฤดูกาลใหม่ที่ใกล้จะเกิดฉากในเดือนหน้า                 ผลงานของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เมื่อฤดูกาลก่อนนั้นถือว่าทำให้บรรดาเซียนถึงกับต้องตะลึงเมื่อเขาสามารถพา “ปีศาจแดง” ขึ้นไปนั่งจ่าฝูงได้อยู่ช่วงหนึ่ง และพาทีมเข้าขิงชนะเลิศฟุตบอลยูโรป้า ลีก แม้ว่าสุดท้าย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะทำได้เพียงแค่คว้ารองแชมป์ทั้งพรีเมียร์ลีก และ ยูโรป้า ลีก ก็ตาม และนั่นส่งผลให้ ยูไนเต็ด ไม่มีแชมป์ใดๆ ติดมือเป็นฤดูกาลที่ 4 ติดต่อกัน "บรูโน่ แฟร์นานเดส" ออกมาแสดงความมั่นใจทีมของเขา                 โดย บรูโน่ แฟร์นานเดสเปิดเผยถึงเรื่องนี้ว่า “ผมคิดเหมือนกับทุกทีว่า ทีมของเรามีโอกาสได้แชมป์อยู่ตลอดในทุกรายการที่เราต้องการ หรือในรายการที่พวกเราคิดว่าเราทุ่มเทให้กับมันอย่างเต็มเพื่อพยายามในการเป็นแชมป์ให้ได้ ต้องบอกว่าพวกเราแค่โชคไม่ดีแค่นั้นที่ไม่ได้แชมป์อะไรเลยในฤดูกาลที่แล้ว พวกเราสามารถทะลุไปถึงรอบชิงชนะเลิศยูโรป้า ลีก ได้ แต่สำหรับผแม้ว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะมีการซื้อนักเตะมาเพิ่มหรือไม่ก็ตาม พวกเรายังคงแข็งแกร่งและเป็นคู่ต่อสู้ที่หลายๆ ทีมไม่สามารถเอาชนะได้ง่ายๆ” สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ และหากเพื่อนๆ อยากลงเดิมพัน หรือแทงบอลออนไลน์ สามารถเข้าร่วมสนุกได้ที่ เว็บไซต์ที่กำลังมาแรงในเวลานี้                 “ผมบอกกับทุกคนอยู่เสมอและพูดอยู่บ่อยครั้งว่าการที่ผมมาเล่นฟุตบอลระดับนี้กับสโมสรที่ต้องการจะเป็นแชมป์มันก็เพราะเรื่องนั้น ผมมาเล่นในอังกฤษเพราะรู้ดีว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีดีพอที่จะลุ้นแชมป์ในทุกรายการที่ได้ทำการแข่งขัน แต่ผลสุดท้ายพวกเราจะได้แชมป์หรือไม่นั้นมันเป็นอีกเรื่องที่ทุกคนต้องรอติดตามต่อไป พวกเราจะทำผลงานใด้ดีที่สุดเพื่อที่จะได้มีแชมป์ติดมือมาฝากให้กับแฟนบอลทุกคน” บรูโน่ แฟร์นานเดสกล่าวปิดท้าย “ฆวน มาต้า” เข้าเรียนโค้ช พร้อมรับงานหลังเลิกเล่น คุมต่อโซลชาเลยไหม!“โกลลินี่” ไก่จัดของดี ยืม นายด่านอิตาลีพ่วงซื้อขาด 15 ล้านยูโร“เฟอร์นานโด ตอร์เรส” กับบทบาทใหม่ในตำแหน่งโค้ช

“ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก” กับ 12 ทีมยักษ์ใหญ่ ตบเท้าเข้าร่วม

ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก

                กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันทีกับ 12 ทีมยักษ์ใหญ่ แห่งวงการฟุตบอลยุโรปประกอบไปด้วย บิ๊กซิกส์แห่งพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี, อาร์เซนอล, ลิเวอร์พูล, เชลซี และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ส), 3. ยักษ์ใหญ่แห่งกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี (เอซี มิลาน, อินเตอร์ มิลาน และยูเวนตุส), และ 3 ยักษ์ใหญ่แห่ง ลา ลีกา สเปน (เรอัล มาดริด, แอตเลติโก มาดริด และบาร์เซโลนา) เตรียมร่วมมือกันก่อตั้งลีกใหม่ขึ้นมาในนาม “ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก” สาเหตุหลักในการที่ทั้ง 12 ทีมยักษ์ใหญ่ตัดสินจะแยกตัวออกมาจัด ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก                 ส่วนหนึ่งมาจากการที่สมาคมฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) และ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) มีการแบ่งผลประโยชน์ให้กับบรรดาทีมใหญ่น้อยเกินกว่าความเป็นจริง โดยที่ ฟีฟ่า และ ยูฟ่า เลือกที่จะแบ่งเงินให้กับบรรดาทีมเล็กๆ ที่ไม่มีคนรู้จักที่ได้เข้าร่วมการแข่งขัน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และ ยูโรป้า ลีก ทำให้ 12 ทีมยักษ์ใหญ่มองว่าพวกเขาได้รับส่วนแบ่งที่น้อยเกินไป โดยเฉพาะในการแข่งขันพรีเมียร์ลีก ที่ทีมใหญ่ได้เงินส่วนแบ่งน้อยกว่าทีมที่ตกชั้นเสียอีก                 จากการตัดสินใจของ 12 ทีมยักษ์ใหญ่ที่ต้องการจัด ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีกจะทำให้พวกเขาได้รับส่วนแบ่งทางด้านการเงินที่เพิ่มมากขึ้น เพราะจะจัดการแข่งขันในช่วงกลางสัปดาห์เรียกได้ว่าท้าชนกับทาง ยูฟ่า และ ฟีฟ่า อย่างเต็มตัว จะทำให้แฟนฟุตบอลได้ดูบิ๊กแมตช์ทุกสัปดาห์การแข่งขัน ซึ่ง ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีกจะช่วยให้พวกเขาได้ทั้งค่าสปอนเซอร์, ค่าถ่ายทอดสด และอีกหลายอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย                 แต่ก็ใช่ว่าเรื่องนี้ทาง ยูฟ่า และ ฟีฟ่า จะอยู่เฉยๆ พวกเขาได้ออกมาแบนทั้ง 12 ทีมยักษ์ใหญ่ออกจากการแข่งขันลีกในประเทศ รวมถึงการแข่งขันฟุตบอลถ้วยสโมสรยุโรปอย่าง แชมเปี้ยนส์ลีก และ ยูโรป้า ลีก หากทั้ง 12 ทีมทำการจัด ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีกขึ้นมาจริง และจะแบนนักฟุตบอลทั้งหมดที่อยู่ใน 12 ทีมยักษ์ใหญ่ห้ามลงเล่นเกมระดับชาติอีกด้วย แต่ตัวตั้งตัวตีอย่าง ฟลอเลนติโน เปเรซ ประธานสโมสรเรอัล มาดริด ก็บอกว่าหากโดนแบนจริงๆ พวกเขาก็จะจัดเกมทีมชาติขึ้นมาเองโดยที่ไม่แคร์ทาง ยูฟ่า และ ฟีฟ่า อย่างเด็ดขาด                 ไม่ใช่แค่เพียง ฟีฟ่า และ ยูฟ่า เท่านั้นที่ไม่เห็นด้วยทางสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ),

“อิกเฮนาโช่” กด 3 เม็ด นำ เลสเตอร์ ถล่มเชฟฯ ยูฯ ขาดลอย

เลสเตอร์ ถล่มเชฟฯ ยูฯ

                เคเลชี่ อิกเฮนาโช่ ดาวยิงของ เลสเตอร์ ซิตี โชว์ผลงานสุดเลิศหรูหลังระเบิดแฮททริค ซัดคนเดียว 3 ประตู นำ “สุนัขจิ้งจอก” ไล่ถล่ม เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ขาดลอย 5 – 0 พร้อมแซง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขึ้นไปนั่งเป็นรองจ่าฝูงชั่วคราว                 ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา เลสเตอร์ซิตีทีมอันดับ 3 ของตารางคะแนน เปิดสนาม “คิง เพาเวอร์ สเตเดียม” รับการมาเยือนของ “ดาบคู่” เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ที่การันตีการตกชั้นไปแน่นอนแล้ว ครึ่งแรกเป็นเจ้าบ้าน เลสเตอร์ ซิตี ที่เปิดเกมบุกใส่อย่างต่อเนื่อง                 แต่กว่าจะได้ประตูออกนำก็ต้องรอจนถึงนาทีที่ 39 จากจังหวะที่ เจมี่ วาร์ดี้ เปิดบอลเข้ามาหน้าประตูและเป็น เคเลชี่ อิกเฮนาโช่ ชาร์จจ่อๆ เข้าไป และก็จบ 45 นาทีแรกไปด้วยสกอร์นี้                       ครึ่งหลังนาที 54 เลสเตอร์ซิตี หนีห่างเป็น 2 – 0 จากการยิงของ อโยเซ่ เปเรซ เท่านั้นยังไม่พอในนาที 69 สกอร์ก็ไหลเป็น 3 – 0 วาร์ดี้ คนเดิมจ่ายบอลให้กับ อิกเฮนาโช่ หลุดเข้ายิงจ่อๆ และเป็นประตูที่ 2 ของเจ้าตัวในเกมนี้                 นาที 78 แฮททริคของเกมนี้ก็มาถึง จากจังหวะที่ อิกเฮนาโช่ ใช้ความสามารถเฉพาะตัวกระชากหนีผู้เล่นของ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ก่อนจะกดด้วยขวาแบบเน้นๆ บอลพุ่งเสียบตาข่ายอย่างสวยงามเลสเตอร์ ซิตีนำไกล 4 – 0                 เกมรับของ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด มีปัญหาอย่างรุนแรงในเกมนี้ และมาสังเวยประตูที่ 5 ในนาทีที่ 80 คราวนี้เป็น เจมี่ วาร์ดี้ ที่วันนี้ทำไป 2 แอสซิสท์ ได้จังหวะพาบอลเข้าเขตโทษก่อนที่จะขอซัดเองด้วยเท้าซ้ายบอลพุ่งไปแฉลบขาของ คีน ไบรอัน เข้าประตูตัวเอง จบ 90 นาที เลสเตอร์ซิตีถล่ม เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด