ธรรมเนียมของประธาน ฟุตบอลเมืองไทย “เป็นคนจ่ายทำอะไรก็ได้”

ฟุตบอลเมืองไทย

ธรรมเนียมปฏิบัติของประธาน ฟุตบอลเมืองไทย "เป็นคนจ่ายทำอะไรก็ได้" โดยเราจะแบ่งเป็นหัวข้อ ดูสิว่าการเป็นคนจ่ายเงินแล้วจะได้สิทธิพิเศษอะไรบ้าง 3 ข้อของธรรมเนียมปฏิบัติประธาน ฟุตบอลเมืองไทย 1.ประธานสโมสรลงมานั่งที่ม้านั่งข้างสนาม ถ้าหากเป็นฟุตบอลยุโรปประธานสโมสรจะต้องนั่งอยู่ในห้องวีไอพี ไม่ลงมายุ่งกับโค้ชและนักฟุตบอล แต่ภาพของประธานสโมสรในไทยจะต่างออกไป เพราะมักลงมานั่งอยู่ข้างสนาม จนกลายเป็นภาพชินตาสำหรับแฟนบอล ซึ่งแต่ละคนก็มีบทบาทที่แตกต่างกันออกไป เช่น คุณเนวิน ชิดชอบ ของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะลงมานั่งดูเกมด้วยตัวเอง แต่ระหว่างเกมจะปล่อยให้โค้ชได้ทำหน้าที่ คุณระวิ โหลทอง ของเมืองทอง ยูไนเต็ด จะนั่งอยู่ในม้านั่งสำรองเพื่อชมเกม พร้อมกับพระเครื่องเต็มคอ แต่หากเป็นคุณมิติ ติยะไพรัช ของเชียงราย ยูไนเต็ด หรือ คุณธนวัฒน์ นิติกาญจนา จะมีบทบาทเป็นเสมือนเฮดโค้ชคนที่ 2 ที่จะช่วยบัญชาเกม 2. บอร์ดแทรกแซง         หลายทีมประธานสโมสรไม่ได้ลงมาดูเกมด้วยตัวเอง ปล่อยให้บอร์ดบริหารดูแลทีม ซึ่งในบางครั้งพยายามเข้าไปแทรกแซงการทำงานของโค้ช ซึ่งวิธีสังเกตนั้นจะง่ายมาก คือหากทีมไหนเปลี่ยนนักเตะและโค้ช คนแล้วคนเล่าแต่ทีมไม่ดีขึ้นและยังทรงบอลเดิม นั่นจึงสามารถสันนิษฐานได้ว่าบอร์ดบริหารกำลังแทรกแซง  แต่ถึงอย่างไรก็ดีในบ้างครั้งผู้เป็นโค้ชก็อดทนไม่ไหว จนต้องเปิดปาพูดหรือลาออกไป เช่น โค้ชจุ่น ที่ร้องไห้ขณะให้สัมภาษณ์ เมื่อครั้งทำทีมบีจีปี 2014 เพราะถูกกดดันจากบอร์ด หรือกรณีล่าสุดของโค้ชโชคทวี พรหมรัตน์ ที่ลาออกแบบช็อคแฟนบอล เพราะจัดตัวผู้เล่นไม่ถูกใจบอร์ด 3. ประธานสโมสรมักเป็นคนชูถ้วยก่อน   เมื่อใดก็ตามที่ทีมประสบความสำเร็จ ตามธรรมเนียมสากลโลก กัปตันทีมต้องเป็นคนแรกที่ชูถ้วยแชมป์ แต่สำหรับฟุตบอลไทยบางทีมประธานสโมสรกลับเป็นผู้ชูถ้วยคนแรกเสียอย่างนั้น เช่น การคว้าแชมป์โตโยต้าลีกคัพ ปี 2019 ของประจวบ เอฟซี ประธานสโมสรรับถ้วยแชมป์และวิ่งตรงขึ้นไปบนอัฒจรรย์ที่บอร์ดบริหารนั่งอยู่ ให้ได้สัมผัสถ้วย ขณะที่นักฟุตบอลอยู่ด้านล่างได้แต่ยืนมองและรอฉลองอยู่หลายนาที ซึ่งกลายเป็นที่วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม ส่วนอีกกรณี คุณมิติ ชูถ้วยแชมป์ไทยลีก 1 แต่กรณีนี่ไม่เป็นที่วิจารณ์เพราะหลังชูถ้วยเสร็จก็ได้ส่งต่อเป็นทอดๆแก่นักเตะทันที  ทั้งหมดนี้จึงเป็นบทบาทของประธานสโมสรแบบไทยๆ ที่ในบางมุมก็มีผลดีกับทีมจากการลงมาคลุกคลีเพื่อรับรู้ปัญหาและความเป็นไปต่างๆ แต่ในอีกมุมหากไม่ได้ลงมาคลุกคลีและยังพยายามเข้าไปแทรกแซง จุดนี้จะสร้างความเสียหายมากกว่าผลดี ส่วนการชูถ้วยหากเป็นเพราะนักเตะให้เกียรติประธานสโมสรเป็นผู้ชูก็ย่อมทำได้ แต่หากต้องปล่อยให้นักเตะต้องยืนรอเก้อก็นับว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควร เพราะแม้จะเป็นคนจ่ายแต่ถ้าไม่มีคนเล่นที่ดี ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้อย่างไร สามารถติดตามข่าวกีฬา ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น มากมายในเว็ปไซต์ได้เพิ่มเติม “โรเมโร่” ผู้รักษาประตูอดทน ที่อดย้ายออกจากรังปีศาจแดงเอฟเวอร์ตัน เสริมทัพต่อเนื่อง คว้ากองหลังดาวรุ่งก่อนตลาดวายลิเวอร์พูล ดวงแตกจนพ่ายแพ้ แอสตัน วิลล่า ยับด้วยสกอร์ 7-2

10 นักฟุตบอล ที่มีรายได้มากที่สุดในโลก ในยุควิกฤษโควิด

นักฟุตบอล

10 นักฟุตบอล ที่มีรายได้มากที่สุดในโลก ในยุควิกฤษโควิด แม้ว่าเกมฟาดแข้งในหลายๆ ประเทศจะต้องหยุดชะงักกันไปนานกว่า 2 เดือน เพราะการแพร่ระบาดของโควิด-19 และเพิ่งจะเริ่มกลับมาลงสนามโชว์ฝีเท้ากันอีกครั้ง เพื่อแข่งขันในช่วงที่เหลือของฤดูกาลนี้ให้จบสิ้นกันไปเสียที เพราะเสียเวลาไปนานพอสมควรแล้ว แต่ในช่วงที่หยุดพักไปกลับไม่ได้ทำให้รายได้ของเหล่า นักฟุตบอล ระดับ "ซูเปอร์สตาร์" ลดลงไปด้วยเลย เพราะยังคงได้รับเงินรายได้จากทีมต้นสังกัด รวมถึงบรรดาผู้สนับสนุนที่ได้เซ็นสัญญาเพื่อนำชื่อเสียงของพ่อค้าแข้งทั้งหลายไปใช้ในเชิงพาณิชย์นั่นเอง ฟรอบส์ แมกกาซีน นิตยสารจอมจัดอันดับเรื่องการเงินของสหรัฐอเมริกา ได้เปิดโผ นักฟุตบอล ที่ร่ำรวยที่สุดของโลกในรอบปี โดยเป็นการเปิดเผยข้อมูลเรื่องรายได้ของบรรดาพ่อค้าแข้งระดับดาวดังที่ไหลเข้าสู่บัญชีของแต่ละคนระหว่างวันที่ 1 มิ.ย. 2019 ถึง 1 มิ.ย. 2020 ซึ่งมาจากค่าแรงที่ได้รับจากทีมต้นสังกัดในยามลงสนามไปโชว์ฝีเท้า รวมถึงเงินค่าจ้างที่ได้รับจากบรรดาสปอนเซอร์ทั้งนั้นด้วย ปรากฎว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวเตะทีมชาติโปรตุเกสของ "ม้าลาย" ยูเวนตุส ขึ้นแท่นเป็นนักฟุตบอลที่้ร่ำรวยที่สุดในรอบปีนี้ โดยมีรายได้มากถึง 105 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยให้นำตัวเลข 31 ไปคูณได้เลย ส่วนอันดับ 2 เป็นของ ลิโอเนล เมสซี่ ดาวเตะทีมชาติอาร์เจนติน่าของ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า มีรายได้ 104 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ ซึ่งน้อยกว่าอันดับ 1 เพียงนิดเดียวเท่านั้น ขณะที่อันดับ 3 ได้แก่ เนย์มาร์ ดาวเตะทีมชาติบราซิลของ "เปแอสเช" ปารีส แซงต์ แชร์กแมง มีรายได้ 95.5 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ อันดับ 4 เป็นของ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ดาวเตะทีมชาติอียิปต์ของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล มีรายได้ 35.1 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ อันดับ 5 เป็นอีกหนึ่งนักฟุตบอลของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง นั้นก็คือ คิลิยัน เอ็มบัปเป้ ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศส  ปารีส แซงต์ แชร์กแมง มีรายได้ 33.8 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ      ส่วนอีก 5 อันดับในกลุ่ม "ท็อปเทน" ตามโผนักฟุตบอลร่ำรวยที่สุด 10 อันดับแรก ไล่ตั้งแต่ อันดับ 6 อันเดรียส อิเนียสต้า ดาวเตะชาวสเปนของ วิสเซล โกเบ มีรายได้ 29.6 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ อันดับ 7 เมซุต โอซิล ดาวเตะชาวเยอรมันของ "ปืนใหญ่"