“รางวัลบัลงดอร์” 2 นักเตะระดับตำนาน ที่ชวด แบบไม่น่าเชื่อ

รางวัลบัลงดอร์

     ในปี 1956 ถือเป็นปีแรกที่เกมกีฬาฟุตบอลได้ถือกำเนิดรางวัลอนทรงเกียรติที่มีชื่อว่า “รางวัลบัลงดอร์”  ผู้ที่เป็นคนต้นคิดรางวัลนี้ คือ กาเบรียล ฮาโนต์ นักข่าวจากประเทศฝรั่งเศส และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็มีการจัดมอบรางวัลนี้เป็นประจำทุกปี และในปีนี้ ซึ่งตรงกับวันจันทร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2564 เราก็ได้รู้ผลของผู้ที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้กันไปแล้ว ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน นักเตะคนนั้นก็คือ ลิโอเนล เมสซี่นั้นเอง  แต่ก็มีกระแสการต่อต้าน ว่ารางวัลนี้ผู้ที่ควรจะได้รับควรเป็นนักเตะศูนย์หน้าโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ จากทีมเสือใต้บาเยิร์น มิวนิค ที่โชว์ผลงานได้โดดเด่นอย่างมาก         ซึ่งกรณีการมอบรางวัลที่ค้านสายตาแฟนบอลเคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง วันนี้เราจะมาย้อนไปชมกับ 2 นักเตะระดับตำนาน ที่อดได้รางวัลบัลงดอร์ไปแบบไม่น่าเชื่อสายตาแฟนบอลทั่วโลก ว่าแต่จะมีนักเตะคนไหนบ้างนั้นไปดูกันเลยดีกว่า 2 นักเตะระดับตำนาน ที่พลาด "รางวัลบัลงดอร์" แบบงงๆ 1.เธียร์รี่ อองรี     สุดยอดตำนานศูนย์หน้าของทีมปืนใหญ่อาร์เซนอล  ที่เคยพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาแล้ว พร้อมกับได้สร้างสถิติ ตลอดฤดูกาลแข่งขันไม่เคยแพ้ใครเลย  เธียร์รี่ อองรีถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลบัลงดอร์ถึง 2 ครั้ง ได้แก่ปี 2003 และ2006 โดยเข้าได้ผลโหวดเป็นอันดับที่ 2 และ 3  ทั้งสองปีที่ได้เข้าชิงนี้ แพ้ให้แก่นั้เตะจากทีมชาติอิตาลีทั้ง 2 ครั้งเลยข่าวกีฬาทั่วโลก โดยครั้งแรกผู้ที่ได้รางวัลคือ พาเวล เนดเวด  คนที่สองฟาบิโอ คันนาวาโร่ เป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างมาก 2.จานลุยจิ บุฟฟ่อน นักเตะที่เล่นตำแหน่งผู้รักษาประตู สำหรับการจะได้รับรางวัลบัลลงดอร์ต้องบอกเลยว่าเป็นเรื่องที่ยากเหลือเชื่ออย่างมาก  สำหรับรางวัลนี้มีเพียงผู้รักษาประตูเพียงคนเดียวที่เคยได้รับ ชายผู้นั้นมีชื่อว่า เลฟ ยาซิน  ได้รับรางวัลในปี 1963  และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก้ไม่เคยมีผู้รักษาประตูคนใดได้รับรางวัลนี้อีกเลย  สำหรับ จานลุยจิ บุฟฟ่อน ในปี 2006 เข้าเคยได้เข้าชิงรางวัลบังลงดอร์ เนื่องจากในฤดูกาลนั้นเขาได้พาทีมม้าลายยูเวนตุส ประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์ลีกซีรียอาร์ และยังพาทีมชาติอิตาลีชูถ้วยการแข่งขันฟุตบอลโลกได้อีกด้วยUFABET แต่น่าเสียดายผลโหวตเขากับได้คำแนนเป็นอันดับที่ 2 โดยพ่ายแพ้ไปให้กับนักเตะตำแหน่งกองหลังทีมชาติอิตาลีที่ชื่อว่า คันนาวาโร่ แพ้คะแนนไปอย่างน่าเสียดายเพียงแค่ 10 คะแนนเท่านั้น เลสเตอร์ ซิตี้ สโมสรฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จได้โดยไม่ต้องใช้เงินมหาศาล“เป๊ป กวาร์ดิโอล่า” สุดยอดกุนซือในโลกฟุตบอลยุคใหม่“ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค” ทำไม “โอเล่ กุนนาร์ โซลชา” ถึงไม่ส่ง ลงสนามอาร์เซนอล จ้องคว้าตัวรุก “ม้าลาย” เสริมทัพซัมเมอร์ปีหน้า

“Pirlo” กุนซือ และตำนาน ที่ต้องการแก้ตัวกับยูเวนตุสต่อไป

Andrea Pirlo

                เป็นอีกหนึ่งผู้จัดการทีมที่ต้องการพิสูจน์ตัวเองต่อไป สำหรับทางตำนานของ ยูเวนตุส อย่าง Andrea Pirlo ที่เพิ่งจะพาทีมเอาชนะนาโปลีไปได้และก้าวขึ้นที่สามในตารางกัลโช่ซีรีย์อา แม้ว่าพวกเขาจะยังมีแต้มห่างกับอินเตอร์มิลานที่เป็นจ่าฝูงอยู่ก็ตาม ซึ่งทางอดีตกองกลางจอมทัพก็ออกมายอมรับว่า เขาทำข้อผิดพลาดไว้มากมายในช่วงฤดูกาลแรกและเขาจะขอเรียนรู้กับทีมต่อไป หลังจากที่แฟนบอลส่วนใหญ่น่าจะผิดหวังกับผลงานของทีมที่ไม่ค่อยดีนักในปีนี้และอาจทำได้เพียงจบตารางด้วยการไปลุยถ้วยยุโรปเท่านั้น สิ่งที่ "Pirlo" ยอมรับก็คือเขาอาจจะพลาดในการบริหารทีมไปบ้าง                 และเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ในช่วงปีแรกกับยูเวนตุส แต่ทว่าพวกเขาจะไม่สร้างข้อผิดพลาดเหล่านี้อีก ทั้งกลุ่มทีมงานและตัวเขาเอง โดยเป้าหมายสำคัญของฤดูกาลนี้ก็คือการจบเหนืออันดับสี่ของตารางให้ได้และยังเหลืออีกประมาณสิบเกมให้ลงเล่น ซึ่งมันเป็นฤดูกาลสั้น ๆ สำหรับเขาที่ต้องเตรียมตัวเอาชนะในทุกแมตช์ที่เหลือ รวมถึงการคว้าแชมป์สักรายการอย่างโคปาอิตาเลียที่ทีม้าลายยังมีโอกาสประสบความสำเร็จในปีนี้                 การเข้ามาสู่ยูเวนตุสในฐานะผู้จัดการทีมของ Andrea Pirlo ก็จัดว่าเป็นเซอร์ไพรส์ครั้งหนึ่งของฤดูกาลก็ว่าได้ เนื่องจากกองกลางในตำนานคนนี้ไม่เคยมีโอกาสคุมทีมใดมาก่อนเลยในชีวิต แต่ทว่าการลาออกจากทีมของ Maurizio Sarri ผู้จัดการทีมคนก่อนหลังจากคว้าสคูเดตโต้มาครอง ได้ทำให้ยอดทีมจากกัลโช่ซีรีย์อาจำเป็นต้องทำการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ พร้อมความหวังจะเป็นแชมป์ยุโรปอีกครั้ง แต่ทว่าพวกเขาก็ต้องพ่ายแพ้ต่อเอฟซีปอร์โต้แบบไม่มีใครคาดคิดอีกด้วย                 หลายคนเชื่อว่า ยูเวนตุสในฤดูกาลหน้าจะต้องเสริมแกร่งอย่างแน่นอน เนื่องจากทางทีมมีแผนที่จะปรับสภาพผู้เล่นใหม่ทั้งหมด รวมถึงยังคงมีชื่อของ Cristiano Ronaldo อยู่กับทีมต่อไป ซึ่งพวกเขาก็คงจะต้องหานักเตะมาคอยสนับสนุนยอดดาวเตะคนนี้ให้ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะในกัลโช่ซีรีย์อาและถ้วยยุโรปนั่นเอง สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ และหากเพื่อนๆ อยากลงเดิมพัน หรือแทงบอลออนไลน์ สามารถเข้าร่วมสนุกได้ที่ ทางเข้าจีคลับ กับเว็บไซต์ที่กำลังมาแรงในเวลานี้ “เชลซี” กับสถิติใหม่ ที่เหล่าแฟนๆ สิงค์บูลไม่ได้อยากฟัง!!อิตาลี ฟอร์มดีบุกอัด บัลแกเรีย คาบ้าน! ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือกเมื่อปัญหาพฤติกรรมของ “Dybala” ทำให้กุนซือ ยูเวนตุส “Pirlo” ต้องปวดหัว

ส่งกำลังใจตำนานหมาป่า “ไบลี่ย์” ต่อสู้กับโรคอัลไซเมอร์

"ไบลี่ย์" ต่อสู้กับโรคอัลไซเมอร์

ไมค์ ไบลี่ย์ กัปตันในตำนานของ วูลฟ์ กำลังทุกข์ทรมานจากการต่อสู้ที่สะเทือนใจกับโรคอัลไซเมอร์และครอบครัวของเขาเชื่อว่าเขาเป็นเหยื่อรายล่าสุดของการบาดเจ็บที่ศีรษะในวงการฟุตบอล "ไบลี่ย์" คว้าโทรฟี่ลีกคัพ ให้หมาป่า วูลฟ์แฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ที่เวมบลีย์ในปี 1974 รวมถึงการเล่นในถ้วยยูฟ่าคัพรอบชิงชนะเลิศปี 1972 ตอนนี้กำลังต่อสู้กับภาวะสมองเสื่อม วิคตอเรีย ไทเลอร์ ลูกสาวของเขาบอกกับ Express & Star ว่าที่ปรึกษาวินิจฉัยว่าเด็กอายุ 78 ปีเป็นโรคอัลไซเมอร์ในปี 2017 โดยการสแกนเผยให้เห็นว่าเขากำลังทุกข์ทรมานกับภาวะเสื่อม คุณไทเลอร์ผู้ช่วยแม่ของเธอบาร์บาร่าและแอนดรูว์พี่ชายของเธอด้วยการดูแลที่จำเป็นสำหรับโมลีนิลักซ์ที่บ้านของเขาในเซอร์เรย์เรียกร้องให้ PFA เข้าใจโอกาสของการเปลี่ยนแปลงความเป็นผู้นำเพื่อทำอะไรให้กับอดีตนักฟุตบอลที่มีภาวะสมองเสื่อมได้มากขึ้นตามข่าวที่หัวหน้า กอร์ดอนเทย์เลอร์ผู้บริหารจะก้าวลงจากตำแหน่งเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล เธอกล่าวว่า พ่อของฉันได้รับการวินิจฉัยเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2017 ตอนนี้เขาอายุ 78 ปีแล้ว แต่มันเริ่มต้นในช่วงต้นทศวรรษที่ 70 ไม่กี่ปีที่ผ่านมาเราพยายามจัดการกับมันในฐานะครอบครัวพยายามดูแลเขา  เราไม่เคยก้าวไปข้างหน้าเพราะเราแค่จัดการกับพ่อและสุขภาพจิตของเขา เมื่อมีเรื่องราวต่างๆเข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ เรามีการสแกน CT Scan ของพ่อซึ่งยืนยันว่าเป็นอัลไซเมอร์  เรากำลังก้าวไปข้างหน้าเพื่อชี้ให้เห็นว่าสิ่งนี้ไม่สามารถซ่อนได้อีกต่อไปและพยายามกระตุ้นให้ผู้เล่นคนอื่น ๆ ออกมาข้างหน้าที่ต้องทนทุกข์กับสิ่งเดียวกัน จากภาพทั้งหมดที่คุณเห็นเขาเป็นนักเตะที่แข็งแกร่งและตอนนี้เขาก็เป็นเงาของตัวเอง  มันยากมากและไม่ได้รับความช่วยเหลือใด ๆ เลยในแง่ของการดูแล แม่คอยดูแลพ่อของฉันตลอด 24 ชั่วโมงทุกวันเขาต้องถูกเฝ้าดูตลอดเวลาเราทิ้งเขาไปไม่ได้ดังนั้นมันจึงเป็นการเข้าใจว่าเราต้องการผู้เล่นมากขึ้นไม่ว่าจะเล่นในระดับใดเพื่อช่วยให้ยืนหยัด . เห็นได้ชัดว่าพ่อเล่นให้ทีมชาติอังกฤษและวูลฟ์แฮมป์ตัน ช่วงปี 1970 แต่ผู้เล่นทุกคนต้องก้าวต่อไปเพราะตอนนี้เป็นเวลาที่ต้องทำบางอย่างและ PFA ต้องรับผิดชอบและรับทราบปัญหาและวางชุดการดูแลบางอย่างไว้ ไม่ใช่แค่สำหรับอดีตนักฟุตบอล แต่สำหรับภรรยาและครอบครัวของพวกเขา แม่เหนื่อยล้าในฐานะครอบครัวที่เราพยายามสนับสนุนเธอให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ พ่อของฉันเล่นให้อังกฤษในปี 1964 เขาเป็นส่วนหนึ่งของทั้งกลุ่มในทีมมีผู้เล่นเหล่านี้มากมาย มันไม่ใช่แค่น้ำหนักของลูกบอล แต่มันเป็นความเร็วของลูกบอลในตอนนี้และฉันรู้สึกว่าไม่มีใครอยากสังเกตว่ามีบางอย่างเปลี่ยนแปลงไปและในไม่ช้าที่ผู้เล่นผ่านเข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ เป็นเรื่องน่าปวดใจสำหรับภรรยาของนักฟุตบอลเหล่านี้ สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ “อาร์เตต้า” ยันชัด “เปเป้” ยังมีอนาคตในทัพปืนใหญ่ อาเซน่อล!!วิเคราะห์เกมพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นัดที่ 8 พาเลซ ถล่มลีดส์ เละเทะ 4-1วงการฟุตบอลช็อค “มาราโดน่า” หัวใจวายเสียชีวิตกะทันหันปิดตำนานแข้งวัย 60 ปี

วงการฟุตบอลช็อค “มาราโดน่า” หัวใจวายเสียชีวิตกะทันหันปิดตำนานแข้งวัย 60 ปี

ดีเอโก้ มาราโดน่า สุดยอดนักเตะระดับตำนานแห่งวงการฟุตบอล ได้เสียชีวิตหัวใจวายกระทันหัน เป็นการเปิดเผยข่าวการเสียชีวิต เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เบื้องต้นพบว่าอดีตนักเตะระดับตำนานวัย 60 ปี ช็อคจากการที่หัวใจหยุดเต้นสุดท้ายแล้วแพทย์ไม่สามารถยื้อชีวิตเอาไว้ได้ บรรดานักเตะบอลทั่วโลกต่างออกมาโพสต์ข้อความร่วมแสดงคำไว้อาลัยนักฟุตบอลชาวอาร์เจนไตน์รายนี้  "ดีเอโก้ มาราโดน่า" สุดยอดนักเตะคนดัง ถูกยกให้เป็นนักเตะระดับตำนานที่ยังหายใจอยู่ ล่าสุดเกิดเหตุการณ์ช็อกวงการฟุตบอลหลังจากที่เขาได้เสียชีวิตจากโลกนี้ไปแบบกะทันหัน ก่อนหน้านี้อดีตแข้งวัย 60 ปี เพิ่งเข้ารับการผ่าตัดรักษาลิ่มเลือดในสมองไปหมาด ๆ สื่อท้องถิ่นยังระบุอีกว่าเหตุการณ์ฉุกเฉินได้ถูกแจ้งขึ้นเมื่ออดีตนักเตะเกิดอาการช็อค มีรถฉุกเฉินทั้งหมด 9 คันเข้าไปให้ความช่วยเหลือที่บ้านพัก บรรดาแพทย์และผู้ดูแลต่างก็ได้แสดงความเสียใจเพราะไม่สามารถเข้าช่วยเหลือได้ทันท่วงที เป็นการลาจากโลกนี้อย่างสงบสร้างความเสียใจให้แก่บรรดาแฟนทั่วโลกไม่เว้นแม้แต่คนในวงการฟุตบอล  จากผลงานมากมายที่ ดีเอโก้ มาราโดน่า สร้างชื่อเสียงให้แก่ตัวเอง ทำให้เขาถูกยกย่องว่าเป็นนักเตะระดับตำนานแห่งวงการลูกหนังทีมชาติอาร์เจนตินา ที่สามารถเป็นกำลังสำคัญหลักพาทีมคว้าแชมป์ได้อย่างยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการคว้าแชมป์ถ้วยฟีฟ่า เวิลด์ คัพ เมื่อปี 1986 เป็นการย่ำยีทีมเยอรมันตะวันตก 3-2 ประตู มีโอกาสได้ลงแข่งขันฟุตบอลโลก ในปี 1994 ลงแข่งขันทั้งหมด 2 นัด ยิงประตูได้ 1 ประตู ปี 1990 ลงแข่งขันทั้งหมด 7 นัด ไร้สกอร์ ปี 1986 ลงแข่งขันทั้งหมด 7 นัด ยิงประตูได้ 5 ประตู ปี 1982 ลงแข่งขันทั้งหมด 5 นัด ยิงได้ 2 ประตู แล้วยังเป็นปีที่เขาได้รับใบแดงเป็นใบแรกอีกด้วย สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ และขอบคุณที่มาของแหล่งข้อมูล bacc666 เว็บไซต์ที่ดีที่สุดตลอดกาล “ไรซ์” หวังย้ายสู่ สิงห์บลูส์ คว้าโทรฟี่เพื่อความสมบูรณ์แบบ“ดาบิด บีย่า” ฉาว! หลังถูกเด็กฝึกงานแฉแอบแต๊ะอั๋งสมัยค้าแข้งที่อเมริกาวิเคราะห์เกมพรีเมียร์ลีก นัดที่ 8 ไบรท์ตัน เจ๊าจืด เบิร์นลีย์ 0-0