“แม็กไกวร์” กร้าว! ผีแดงต้องเข้ารอบ ลืมยูโรป้าลีกไปได้เลย

แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กองหลังกัปตันทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาแสดงความมั่นใจว่า ทัพปีศาจแดงจะผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ ฟุตบอลยูฟ่า แชมป์เปียนลีก ได้อย่างแน่นอน ลืมเรื่องที่จะลงไปเล่นฟุตบอลยูโรป้าลีก ไปได้เลย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีคิวลงสนามในฟุตบอลยูฟ่า แชมป์เปียนลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดสุดท้าย โดยจะวัดดวงกับ แอร์เบ ไลป์ซิกต์ โดยหากทัพปีศาจแดง เก็บได้หนึ่งคะแนนในเกมนี้ จะสามารถผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายได้ทันที แต่ถ้าเจอลูปนรก พ่ายแพ้กลับมา จะต้องลงไปลุ้นแชมป์ยูโรป้าลีกแทน ซึ่งทาง แฮร์รี่ แม็กไกวน์ ได้กล่าวว่า “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะสามารถผ่านเข้ารอบต่อไปได้ เราไม่สนใจว่าเราจะมีทีมร่วมกลุ่มโหดหินขนาดไหน เป้าหมายของเราในทุกๆครั้ง คือการผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ และนักเตะทุกคนพร้อมสู้อย่างเต็มที่เพื่อให้ได้ตรงตามเป้าหมายที่ทีมวางเอาไว้ พวกเราต่างตั้งหน้าตั้งตาเฝ้ารอคอยที่จะลงเล่นในเกมสำคัญนี้ และเราจะโชว์ฟอร์มให้สุดยอดเท่าที่เราจะทำได้ แน่นอนในระดับยูฟ่าแชมป์เปียนลีก คุณต้องเจอกับยอดทีม และยอดนักเตะมากมาย นั่นคือด่านสำคัญหากคุณยังอยากอยู่ในเส้นทางต่อไป ในความคิดของเราไม่เคยมีคำว่าฟุตบอลยูโรป้าลีกในหัวเลย ทุกคนลืมเรื่องนี้ไปได้เลย” "แฮร์รี่ แม็กไกวร์" กองหลังทีมชาติอังกฤษ สร้างชื่อมากับ เลสเตอร์ ซิตี้ อยู่กับทีมช่วงปี 2017-2019 ลงสนาม 76 นัด ยิงได้ 5 ประตู ย้ายมาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเดือนกรกฎาคม ปี 2019 ด้วยค่าตัว 70 ล้านปอนด์ ปัจจุบันลงสนามให้ทีมปีศาจแดง 70 นัด ยิงได้ 4 ประตู ติดทีมชาติอังกฤษ 30 นัด ยิงได้ 2 ประตู อยู่ในทีมชาติอังกฤษชุดที่ผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2018 สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ “คูตินโญ่” วอนแฟนบอล ต่างดาวกำลังสร้างทีม ทุกคนต้องอดทน“เนวิลล์” อดีตกองหลังผี สับแนวรุกทีมเก่า รอพึ่งแต่ “บรูโน”“สลาตั้น” ยอมรับ! เคยคิดเลิกเล่นหลังออกจากผีแดง แมนยูฯ

“เนวิลล์” อดีตกองหลังผี สับแนวรุกทีมเก่า รอพึ่งแต่ “บรูโน”

บรูโน

แกรี่ เนวิลล์ อดีตกองหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาตำหนิแนวรุกของอดีตต้นสังกัด ที่เอาแต่รอพึ่งพาความเทพของ บรูโน แฟร์นานเดส ยามไม่มีดาวเตะทีมชาติโปรตุเกสในสนามแทบขาดใจ แมนยูฯไม่มี "บรูโน" ในครี่งแรก ถูกเจ้าบ้านบุกกดดันอย่างหนัก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลงสนามในพรีเมียร์นัดล่าสุด ในเกมที่เอาชนะ เวสแฮมต์ ยูไนเต็ด 3-1 โดยในครึ่งแรกไม่มีบรูโน แฟร์นานเดส อยู่ในสนาม ถูกเจ้าบ้านบุกกดดันอย่างหนัก พร้อมทั้งมีสกอร์ตามหลัง 0-1 ก่อนที่ในครึ่งหลัง โอเลย์ กุนนาร์ โซลชา จะส่งบรูโน แฟร์นานเดส กับ มาคัส แรชฟอร์ด มาเติมแนวรุก และสามารถยิงแซงชนะ 3-1 ซึ่งทาง แกรี่ เนวิลล์ ได้กล่าวว่า “ผลงานใน 45 นาทีแรกของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอาตรงๆคือมันห่วยแตกมาก หรือคุณจะใช้คำไหนก็ได้แล้วแต่เลย ที่มันสื่อว่าแย่สุดๆ เวสแฮมต์ ยูไนเต็ด เป็นทีมที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน   ทัพปีศาจแดงแทบไม่ได้ครองบอลเลย ถึงได้บอลก็เสียบอลเร็ว แทบสร้างสรรค์โอกาสไม่ได้เลย แต่เจ้าบ้านยิงประตูที่ 2 ไม่ได้สักทีก็เท่านั้นเอง กวาดสายตามองไปยังขุมกำลังของผีแดง พวกเขามีดาวดังอย่าง พอล ป็อกบา ,ดอนนี่ ฟาน เดอเบ็ค ,สกอต แม็คโทมิเนย์ รวมไปถึง เอดิสัน คาวานี่ ,อองโทนี่ มาร์กซิยาล และ เมสัน กรีนวูด แต่ผมงงว่าทำไมพวกเขาถึงเล่นไม่เอาไหนเลย ยามที่ไม่มี บรูโน แฟร์นานเดส ในสนาม ยามที่เขาอยู่ในสนาม เหมือนสร้างพลังแฝงให้กับทีม ทุกคนทำผลงานได้ดีขึ้น เชื่อมเกมกันได้อย่างไหลลื่น ซึ่งมันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในยามที่เขาไม่อยู่ในสนาม” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลงสนามไปแล้ว 10 นัด ชนะ 6 เสมอ 1 แพ้ 3 ยิงได้ 19 เสียไป 17 ประตู อยู่ในอันดับที่ 5  ของตาราง มีคะแนนตามหลัง ทอตแนมฮอต สเปอร์ 5 คะแนน แต่แข่งน้อยกว่า 1 นัด บรูโน แฟร์นานเดสยิงประตูในลีกมากที่สุด 7 ประตู โดยโปรแกรมนัดต่อไป พวกเขามีคิวลงเล่นฟุตบอลยูฟ่า แชมป์เปียนลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดสุดท้าย

“เว็ลเบ็ค” อดีตแข้งแมนยู กร้าว! แก่แต่ยังฟิต วิ่งเร็วสุดในทีม

แดนนี่ เว็ลเบ็ค

แดนนี่ เว็ลเบ็ค อดีตกองหน้าระดับตำนานของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ปัจจุบันย้ายไปสร้างบารมีเทพกับ ไบรจ์ตั้น ออกมาบอกว่าถึงตอนนี้เขาจะอายุ 30 ปี แต่ยังรู้สึกว่ายังแข็งแรง และฟิตอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งมีความเร็วมากที่สุดในทีมอีกด้วย "แดนนี่ เว็ลเบ็ค" อดีตดาวเตะทีมชาติอังกฤษ ย้ายมาอยู่กับ ไบรจ์ตั้น หลังจากหมดสัญญากับ วัตฟอร์ด และสามารถโชว์ผลงานได้อย่างน่าประทับใจกลายเป็นแกนหลักของทีม แม้ว่าผลงานโดยรวมของทีม จะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ก็ตาม โดยตอนนี้ ไบรจ์ตั้น เก็บได้เพียง 10 คะแนน จากการลงสนาม 10 นัด อยู่อันดับ 16 ของตาราง มีแต้มห่างโซนตกชั้น 4 คะแนน ซึ่งทางแดนนี่ เว็ลเบ็คได้กล่าวว่า “กวาดสายตามองไปยังนักเตะในทีม ตอนนี้ผมกลายเป็นซีเนียร์ของทีม ทุกคนล้วนแต่เป็นนักเตะอายุน้อย ผมมีประสบการณ์มากมาย ผ่านการเล่นพรีเมียร์ลีกกับโคตรทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รวมถึงการเป็นศูนย์หน้าทีมชาติอังกฤษ ผมมองว่าอายุมันเป็นเพียงแค่ตัวเลขเท่านั้น ผมยังรู้สึกว่าตัวเองยังหนุ่มแน่น และฟิตเต็มถัง แถมยังมีความเร็วเป็นเลิศ มีเพียง ทาริค แลมป์ตีย์ เท่านั้นแหละที่มีสปีดเร็วกว่าผม” แดนนี่ เว็ลเบ็ค ดาวเตะวัย 30 ปี สร้างชื่อกระฉ่อนโลกมากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่กับทีมช่วงปี 2008-2014 ได้ลงสนามแสดงบารมี 142 นัด ยิงได้ 29 ประตู ได้แชมป์พรีเมียร์ลีก 1 สมัย แชมป์ลีกคัพ 2 สมัย จากนั้นย้ายไปสร้างบารมีกับ อาเซน่อล ช่วงปี 2014-2019 ลงสนาม 126 นัด ยิงได้ 32 ประตู ต่อด้วยการย้ายไปอยู่กับ วัตฟอร์ด ช่วงฤดูกาล 2019/2020 ได้ลงสนาม 20 นัด ยิงได้ 3 ประตู ปัจจุบันสังกัดสโมสร ไบรจ์ตั้น ลงสนาม 4 นัด ยิงได้ 1 ประตู ผ่านการลงเล่นในนามทีมชาติอังกฤษ 42 นัด ยิงได้ 16 ประตู สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ และขอบคุณที่มาของแหล่งข้อมูล ufabet982 เว็บไซต์ที่ดีที่สุดตลอดกาล “มอยส์” ย้อนความหลัง สมัยคุมทัพผี สนคว้าคาวานี่เติมหอก“มิเกล อาร์เตต้า” ที่ต้องรับผิดชอบผลงานของอาร์เซน่อลวิเคราะห์-ฟันธง ฟุตบอล ช้างเอฟเอคัพ รอบ 32 ทีมสุดท้าย คู่วันอาทิตย์ที่ 6

“มอยส์” ย้อนความหลัง สมัยคุมทัพผี สนคว้าคาวานี่เติมหอก

"มอยส์" ย้อนความหลัง

เดวิด มอยส์ อดีตกุนซือผู้ถูกเลือกของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ปัจจุบันรับหน้าที่เป็นกุนซือ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ออกมาบอกว่า ในช่วงที่เขาคุมทีมปีศาจแดงอยู่นั้น เป้าหมายการเสริมทัพของเขาคือ เอดิสัน คาวานี่ ดาวยิงทีมชาติอุรุกวัย ที่ตอนนั้นอยู่กับ ปารีส แซงแชร์กแมง รวมไปถึง ลูคัส มูร่า ดาวเด่นของ ทอตแนมฮอต สเปอร์ ในปัจจุบัน "เดวิด มอยส์" กุนซือวัย 57 ปี เข้ารับงานคุมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถัดจาก เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่เลือกวางมือในปี 2013 โดยเขาคุมทีมปีศาจแดงลงสนาม 51 นัด ชนะ 27 เสมอ 9 แพ้ 15 และถูกไล่ออกหลังจากคุมทีมได้เพียงแค่ 8 เดือน โดยทาง เดวิด มอยส์ ได้กล่าวในการแถลงข่าวก่อนการดวลกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ใจความว่า “ในตอนที่ผมเป็นกุนซือของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บอกไว้ตรงนี้เลยว่า เอดิสัน คาวานี่ คือเป้าหมายการเสริมทัพของผม นั่นรวมไปถึง ลูคัส มูร่า อีกด้วย แต่ในทีมชุดนั้นของผมมีทั้ง โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ดาวยิงทีมชาติฮอลแลนด์ รวมไปถึง เวย์น รูนีย์ และ ฮาเวีย ชิชาริโต้ แถมยังมีดาวรุ่งอีกหลายคนที่พร้อมจะก้าวมาสู่ทีมชุดใหญ่  เอดิสัน คาวานี่ เป็นกองหน้ามากพรสวรรค์ เขาแสดงให้ทุกคนได้เห็นแล้วกับเวลา 7 ปีกับยอดทีมอย่าง ปารีส แซงแชร์กแมง และในตอนนี้กับการที่เขาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ความอันตรายของเขาก็ยังคงอยู่ โดยเฉพาะในเกมนัดล่าสุดที่ผมได้มีโอกาสนั่งดูเขา” เดวิด มอยส์ เข้าคุมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ช่วงเดือนกรกฎาคม ปี 2013 และถูกปลดจากตำแหน่ง ในเดือนเมษายน ปี 2014 จากนั้นไปคุมทีม เรอัล โซเซียดัด ตามด้วยการคุมทีม ซันเดอแลนด์ และ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในปัจจุบัน โดยทีมขุนค้อน ในเวลานี้อยู่อันดับที่ 7 ของตาราง เก็บได้ 17 คะแนน จากการลงสนาม 11 นัด สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้

“คล็อปป์” ยืนยันส่ง “เคลเลเฮอร์ ” ลงมือหนึ่งรับมือวูล์ฟแธมตั้น

"คล็อปป์" ยืนยันส่ง "เคลเลเฮอร์ "

เจอร์เกน คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมันของ ลิเวอร์พูล ออกมาเปิดเผยว่า เขาจะส่ง ควีวีน เคลเลเฮอร์ ลงสนามเป็นผู้รักษาประตูตัวจริง ในเกมพรีเมียร์ลีก นัดต่อไปที่จะเปิดรังแอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของ วูล์ฟแธมตั้น ทีมอันดับที่ 10 "ควีวีน เคลเลเฮอร์" มือกาวดาวรุ่งชาวไอร์แลนด์ ซึ่งรับบทเป็นมือ3 ของทีม ถัดจาก "อลิสัน เบ็คเกอร์" นายด่านทีมชาติบราซิล และ อาเดรียน จอมเก๋าจากสเปน โดยเขาได้โอกาสลงสนามในฟุตบอลยูฟ่า แชมป์เปียนลีก ในเกมที่ ลิเวอร์พูล มีชัยเหนือ อาแจ็ก อาร์มสเตอร์ดัมส์ 1-0 ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายแบบไม่ต้องไปลุ้นในนัดสุดท้าย ซึ่งทาง เจอร์เกน คล็อปป์ ได้กล่าวว่า “ควีวีน เคลเลเฮอร์โชว์ผลงานได้อย่างน่าประทับใจในเกมที่แล้ว แต่เขายังต้องพิสูจณ์ตัวเองอีกเยอะ เขาเป็นผู้รักษาประตูที่เก่งกาจคนหนึ่ง แต่กับตำแหน่งนี้ มันเป็นเรื่องยากพอควร เนื่องจากเราสามารถส่งประตูลงสนามได้แค่คนเดียว ตอนนี้เขาได้รับโอกาสลงสนามแล้ว เขาทำให้ทุกคนเชื่อมั่นว่าเขาทำได้ ซึ่งความจริงเรารู้อยู่แล้วว่าจะเป็นแบบนั้น  ในส่วนของ อาเดรียน เขายังมีส่วนสำคัญกับทีมเรา เขาเป็นมืออาชีพทั้งที่เขารู้อยู่แล้วว่าจะไม่ได้ลงสนามในเกมนี้ แต่เขาก็ยังฝึกซ้อมอย่างมุ่งมั่น เป็นสิ่งที่น่าชื่นชมมากเลยทีเดียว ควีวีน เคลเลเฮอร์กำลังโชว์ผลงานได้ดี จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่ผมจะไม่ส่งเขาลงสนาม เขารอโอกาสมาเป็นเดือนเป็นปี บางครั้งต้องรอโอกาสจนจะกว่าถึงเวลา และตอนนี้คือเวลาที่ใช่ของเขาแล้ว” ควีวีน เคลเลเฮอร์ นายด่านวัย 22 ปี อยู่กับทีมเยาวชนของสโมสร ลิเวอร์พูล มาตั้งแต่ปี 2015 ถูกดันขึ้นมาเล่นกับทีมชุดใหญ่ ในปี 2019 ได้โอกาสลงสนามแล้ว 5 นัด ติดทีมชาติไอร์แลนด์ มาตั้งแต่แยยาวชนรุ่นอายุ 17 ,19 และ 21 ถูกเรียกตัวติดทีมชาติชุดใหญ่แล้ว แต่ยังไม่ได้ลงสนาม สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ “มิเกล อาร์เตต้า” ที่ต้องรับผิดชอบผลงานของอาร์เซน่อลวิเคราะห์-ฟันธง ฟุตบอล ช้างเอฟเอคัพ รอบ 32 ทีมสุดท้าย คู่วันอาทิตย์ที่ 6 ธควิเคราะห์เกมพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นัดที่ 8 เลสเตอร์ เฉือน วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-0

“มิเกล อาร์เตต้า” ที่ต้องรับผิดชอบผลงานของอาร์เซน่อล

"มิเกล อาร์เตต้า" ที่ต้องรับผิดชอบผลงาน

                นับว่าเป็นผลงานการพ่ายแพ้อีกครั้งจนทำให้แฟนปืนใหญ่คงไม่พอใจเท่าไหร่นัก โดยทางมิเกล อาร์เตต้า นั้นอาจต้องยอมรับถึงมาตรฐานของทีมตัวเองที่ตอนนี้ทำคะแนนในตารางพรีเมียร์ลีกได้น้อยที่สุดเท่าที่สโมสรเคยมีมา ซึ่งน้อยกว่าที่อูไน เอเมอร์รี่เคยทำไว้เมื่อปีที่แล้วอีกด้วย จนทางอาร์เซน่อลทำได้เพียงอยู่ในอันดับสิบสี่ของตารางพร้อมกับแต้มเพียง 13 คะแนนทั้งๆ ที่เล่นไปมากถึง 10 นัดแล้วด้วยกัน แม้ว่าทาง "มิเกล อาร์เตต้า" จะสามารถพาทีมเก่าของเขาเป็นแชมป์เอฟเอคัพได้                 รวมถึงแชมป์คอมมูนิตี้ชิลด์เหนือลิเวอร์พูลแชมป์เก่าก็ตาม แต่จากฟอร์มการเล่นที่ล่าสุดไปแพ้ต่อวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์นั้นก็อาจไม่ช่วยให้เขาอยู่ในทีมได้นานหากพวกเขาไม่สามารถสร้างมาตราฐานการเล่นที่ดีกลับมาได้นั่นเอง โดยตอนนี้ถือเป็นช่วงครบรอบหนึ่งปีหลังจากที่ผู้จัดการทีมคนเก่าต้องออกไป เนื่องจากผลงานที่ตกต่ำเช่นกัน                 นอกจากทางผลการแข่งขันของลูกทีมของมิเกล อาร์เตต้าจะออกมาไม่เป็นที่น่าพอใจของแฟนบอลอาร์เซน่อลแล้วนั้น เรื่องการยิงประตูก็กลายเป็นปัญหาสำคัญเช่นกัน เนื่องจากทีมที่มีคู่กองหน้าชื่อชั้นดีอย่างอเลกซานเดร ลาคาเซตต์กับปิแอร์ เอมเมอร์ริค โอบาเมยองนั้นกลับทำประตูไปได้เพียง 10 ลูกจากผู้เล่นทุกคนรวมกัน นอกจากนี้จากขาดหายไปของโธมัส พาร์ทลีย์ก็ทำให้ทีมปืนใหญ่กลายเป็นฟอร์มตกไปเลยทีเดียว                 คงจะต้องดูต่อไปว่าทางมิเกล อาร์เตต้าจะหาทางพลิกสถานการณ์กลับมาได้อย่างไร เนื่องจากตัวเขาเองก็ไม่เคยเจอกับเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน รวมถึงจุดเด่นที่เกมรุกของอาร์เซน่อลก็กลายเป็นปัญหากวนใจ ซึ่งพวกเขามีคิวจะต้องเจอกับท็อตแนม ฮอตสเปอร์สคู่แค้นตลอดกาลและอาจต้องเอาชนะเพื่อเรียกศรัทธานั่นเอง สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ “อาร์เตต้า” ยันชัด “เปเป้” ยังมีอนาคตในทัพปืนใหญ่ อาเซน่อล!!วิเคราะห์เกมพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นัดที่ 8 พาเลซ ถล่มลีดส์ เละเทะ 4-1วงการฟุตบอลช็อค “มาราโดน่า” หัวใจวายเสียชีวิตกะทันหันปิดตำนานแข้งวัย 60 ปี

วิเคราะห์เกมพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นัดที่ 8 เลสเตอร์ เฉือน วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-0

เลสเตอร์ เฉือน วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-0

       เกมพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นัดที่ 8 คู่วันอาทิตย์ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่กำลังฟอร์มดีจนขึ้นมาเกาะกลุ่มหัวตารางได้สำเร็จ วันนี้ต้องเปิดรังคิงพาวเวอร์ สเตเดี้ยม รับเจ้าหมาป่า วูล์ฟแฮมป์ตัน ที่ฟอร์มร้อนแรงไม่แพ้กัน สำหรับผังการเล่น เจ้าบ้านมาในระบบ 3-4-2-1 ส่วนทีมเยือนวางผัง 5-4-1         ทั้งสองทีมพยายามจะลำเลียงบอลเพื่อบุกเข้าใส่กันแต่ยังไม่ทันไร วูล์ฟแฮมป์ตันก็มาเสียจุดโทษจากแฮนด์บอล ก่อนที่วาร์ดี้จะยิงเข้าไปอย่างเด็ดขาด ขึ้นนำ 1-0 ก่อนที่ช่วงท้ายครึ่งแรกจะมาได้จุดโทษที่ 2 โชคดีว่ายิงไม่เข้า มิเช่นนั้นจะเป็นงานที่งานลำบากของทีมเยือนในการกลับคืนสู่เกม แต่ก็เอื้อความได้เปรียบทางแท็กติกแก่เจ้าบ้านที่จะเล่นง่ายขึ้น         ครึ่งแรกวูล์ฟแฮมป์ตัน ไม่สามารถพาบอลเข้าไปในแดนเขตโทษของเลสเตอร์ได้เลย เพราะเจ้าบ้านวางแท็กติกยืนซ้อน 2 ชั้น ทำให้เจ้าหมาป่าไม่สามารถใช้จุดเด่นในลูกโต้กลับได้ อีกทั้งไม่มีความเชี่ยวชาญในการขึงบุก ภาพที่เห็นคือการถ่ายบอลไปมาจนเสียบอลคืนให้เจ้าบ้าน เลสเตอร์ ก็มีสไตล์เกมบุกไม่ต่างจากทีมเยือน         เพราะเมื่อใดที่ได้เซตบอลก็จะไม่มีประโยชน์ นอกเสียจากเปิดโด่งเข้ามา หรือฉวยโอกาสยิงเร็ว ส่วนช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้ายของเกม ทีมเยือนใช้วิธีการบุกด้วยการเปิดบอลโด่ง เพื่อให้แถว 2 ได้ยิงเก็บตก ซึ่งถือว่าได้ผลดี เพียงแต่ไม่เป็นประตูเท่านั้น         บทสรุปของเกม เลสเตอร์ ถือว่าโชคดีที่ได้จุดโทษช่วงต้นเกม ทำให้เป็นปัจจัยสำคัญในการคว้า 3 แต้มในวันนี้ แต่ส่วนที่ต้องปรับปรุงคือแท็กติกเกมรุก ที่การเซตเพลย์ใช้ไม่ได้ผลเลยในเกมนี้ แถมช่วงท้ายเกมจะโดนยิงตีเสมอหลายครั้ง ขณะที่วูล์ฟแฮมป์ตัน เสียลูกจุดโทษถึง 2 ลูกในเกมเดียว ซึ่งโชคดีที่โดนไปเพียงเม็ดเดียว ทำให้มีโอกาสกลับคืนสู่เกมได้ถ้ายิงตีเสมอ โดยในครึ่งหลังแท็กติกเกมบุกทำได้ดี แต่ไม่ใกล้เคียงนัก เพราะล้วนแต่เป็นลูกยิงนอกกรอบเขตโทษ ไม่ใช่การยิงเหน่งๆในระยะเผาขน สิ่งสำคัญของเจ้าหมาป่า คือการเพิ่มิติความหลากหลายในเกมรุกนับจากนี้     สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ “อาร์เตต้า” ยันชัด “เปเป้” ยังมีอนาคตในทัพปืนใหญ่ อาเซน่อล!!วิเคราะห์เกมพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นัดที่ 8 พาเลซ ถล่มลีดส์ เละเทะ 4-1วงการฟุตบอลช็อค “มาราโดน่า” หัวใจวายเสียชีวิตกะทันหันปิดตำนานแข้งวัย 60 ปี

หงส์แดง ลิเวอร์พูล มีนักเตะมูลค่า 330 ล้านปอนด์ไม่พร้อมใช้งานอยู่ข้างสนาม

ลิเวอร์พูล มีนักเตะไม่พร้อมใช้งาน

เจมส์ มิลเนอร์กลายเป็นผู้เล่นคนล่าสุดของเกมที่ ลิเวอร์พูล เสมอไบรท์ตัน 1-1 เจมส์ มิลเนอร์นักเตะสารพัดประโยชน์เป็นคนที่มาช่วยเหลือเจอร์เก้น คล็อปป์เมื่อได้รับบาดเจ็บเขาลงไปพร้อมกับปัญหาเอ็นร้อยหวายในช่วงที่หงส์แดงเสมอกับไบรท์ตัน ปัญหาล่าสุดหมายความว่าตอนนี้ชาวเยอรมันไม่มีนักเตะจากทีมชุดแรกมากถึงแปดคนซึ่งมีมูลค่ารวม 330 ล้านปอนด์ อาการบาดเจ็บของหงส์แดงในการป้องกันได้รับการบันทึกไว้เป็นอย่างดีและขณะนี้พวกเขาไม่มีแบ็คโฟร์ตัวเลือกแรกสามตัวเลือก เฟอร์จิล ฟานไดค์และ โจ โกเมซเซ็นเตอร์แบ็คต้องเผชิญกับอาการบาดเจ็บที่หัวเข่ามาหลายเดือนขณะที่เทรนต์อเล็กซานเดอร์ – อาร์โนลด์แบ็คขวาหวังว่าจะกลับมาในเดือนธันวาคม คล็อปป์กังวลเกี่ยวกับความฟิตของนักเตะโดยแอนดี้ โรเบิร์ตสันมีสภาพร่างกายที่ไม่ฟิตมากนัก โดยนักเตะที่เป็นตัวสำรองที่สามารถลงสนามได้ก็คือ คอสตาส ซิมิกาสที่ซื้อมาซัมเมอร์นี้ อย่างไรก็ตามในขณะที่พรีเมียร์ลีกยังไม่ได้ให้สัตยาบันในการแนะนำตัวเปลี่ยนตัวห้าตัว - เหมือนที่เกิดขึ้นใน EFL ตอนนี้คล็อปป์จึงเหลือทางเลือกน้อยกว่าที่จะให้สก็อตแลนด์นานาชาติอยู่ในสนาม แม้ว่าจะเป็นเรื่องจริงที่ ลิเวอร์พูล ส่งนักเตะลงสนามได้ทั้งหมด 25 คน แต่คุณภาพของผู้เล่นในตารางการรักษาก็หมายความว่าพวกเขาอ่อนลงโดยเฉพาะในตำแหน่งกองกลางเนื่องจากตารางการแข่งขันที่ชุกชุม ซึ่งจะรวมถึงการเตะตอนเย็นเมื่อพวกเขาเผชิญหน้ากับท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์สในวันที่ 16 ธันวาคมก่อนอีก 12.30 เกมสามวันต่อมาเมื่อพวกเขาพบกับคริสตัลพาเลซ เซอร์ดาน ชากิรี่ กองกลางทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์, นาบี้ เกต้า ทีมชาติกินีและการเซ็นสัญญาในช่วงฤดูร้อนของ ติอาโก้ อัลกานตาร่า ล้วนอยู่ในรายชื่อที่ได้รับบาดเจ็บโดยเข้าร่วมกับ ฟาน ไดค์ และ โกเมซ ในระยะยาวรวมถึงอเล็กซ์ อ็อกซเลด-แชมเบอร์เลน ในขณะที่มิลเนอร์กำลังได้รับการประเมินหลังจากลงเตะ ไบรท์ตัน. บางทีลิเวอร์พูลอาจจะเอาชนะไบรท์ตันได้ หากว่าพวกเขามีนักเตะตัวหลักอย่าง เฟอร์จิล ฟาน ไดค์,โจ โกเมซ และติอาโก้ อัลกานตาร่า  สำหรับการไปเยือนไบรท์ตัน ทีมชายฝั่งทางใต้ คล็อปป์ได้ตั้งส่ง เนโก วิลเลียมส์เป็นนักเตะสำรองที่แบ๊กขวาโดยมีนาธาเนียล ฟิลลิปส์นักเตะดาวรุ่งเพื่อนร่วมทีมพร้อมกับฟาบินโญ่ในตำแหน่งแบ็ก และในขณะที่นักเตะบราซิลมีความเชี่ยวชาญในตำแหน่งดังกล่าวเป็นที่ชัดเจนว่าแชมป์เก่าพรีเมียร์ลีกยังต้องใช้บริการฟาบินโญ่หนักหน่อยในช่วงเวลานี้ กัปตันจอร์แดน เฮนเดอร์สันที่ลงสนามแทนที่เนโก้ วิลเลี่ยมในตำแหน่งแบ๊กขวาช่วงพักครึ่ง เขาก็ไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไหร่ เพราะไม่ได้ลงสนามเกมแข่งกับเลสเตอร์และอตาลันต้า สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ “อาร์เตต้า” ยันชัด “เปเป้” ยังมีอนาคตในทัพปืนใหญ่ อาเซน่อล!!วิเคราะห์เกมพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นัดที่ 8 พาเลซ ถล่มลีดส์ เละเทะ 4-1วงการฟุตบอลช็อค “มาราโดน่า” หัวใจวายเสียชีวิตกะทันหันปิดตำนานแข้งวัย 60 ปี

“ไวล์เดอร์” เผยจวก “คล็อปป์” เพราะรักษาผลประโยชน์ทีม

"ไวล์เดอร์" จวก "คล็อปป์"

คริส ไวล์เดอร์ ผู้จัดการทีม เชฟยู กล่าวว่าเขามีสิทธิ์ทุกอย่างที่จะมองหาผลประโยชน์ของสโมสรหลังจากถูก เจอร์เก้น คล็อปป์ เฮดโค้ชลิเวอร์พูลอธิบายว่า "เห็นแก่ตัว" เนื่องจากต่อต้านการนำตัวสำรอง 5 ตัวกลับมาใช้ใหม่ต่อเกม คล็อปป์เรียกร้องให้พรีเมียร์ลีกหลายครั้งเพื่อทบทวนการตัดสินใจที่จะยึดตัวสำรองสูงสุดสามตัวต่อเกมและวิพากษ์วิจารณ์ผู้ออกอากาศเกี่ยวกับการจัดตารางการแข่งขันที่วุ่นวายซึ่งเขาคิดว่าจะนำไปสู่การบาดเจ็บของผู้เล่นมากขึ้น หัวหน้าทีมลิเวอร์พูลเพิ่มคำวิจารณ์ของเขาหลังจากที่เสมอกับไบรท์ตันแอนด์โฮฟอัลเบี้ยน 1-1 ในวันเสาร์และเล็งไปที่ไวล์เดอร์ซึ่งวิพากษ์วิจารณ์คล็อปป์และผู้จัดการทีมใหญ่อื่น ๆ ในการเรียกร้องให้เปลี่ยนตัวผู้เล่นห้าคนในลีกอีกครั้ง ไวล์เดอร์ กล่าวว่า  "ทุกคนมีสิทธิ์ปกป้องทีมของตัวเอง" ทีมดาบคู่ เป็นหนึ่งในสโมสรเพียงไม่กี่แห่งที่ต่อต้านการเปลี่ยนตัวผู้เล่นห้าคนด้วยความกังวลว่าจะเป็นประโยชน์ต่อทีมที่มีทีมใหญ่กว่า ไวล์เดอร์กล่าวว่า  ทุกคนมีสิทธิ์ปกป้องทีมของตัวเองมี 20 โหวตในลีกนี้และทุกคนดูแลตัวเองมาตลอด ไวล์เดอร์กล่าวหลังจากที่ทีมพ่าย WBA เมื่อวันเสาร์ 1-0  เราต้องดูแลตัวเอง ผมจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งที่พูด ผมให้ความเคารพลิเวอร์พูลในฐานะสโมสรฟุตบอลมาโดยตลอดเพราะผมได้พูดและให้ความเคารพต่อ เจอร์เก้น ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการดูแลสโมสรไม่ว่าจะเป็นการเห็นแก่ตัวก็มีผู้จัดการคนอื่น ๆ อีกสองสามคนที่ดูแลสโมสรของตัวเองเช่นกัน ผมจะดูแลสโมสรของตัวเองเสมอ” ทีมดาบคู่เป็นทีมบ๊วยของตารางคะแนน มีเพียง 1 แต้มจากการลงสนาม 10 เกมและต้องพบเลสเตอร์ ซิตี้ในสัปดาห์หน้า แฟนบอล เชฟยูบางคนในทวิตเตอร์ตอบโต้ความคิดเห็นของเจอร์เก้น คล็อปป์ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลหลังจากการแข่งขันกับไบรท์ตัน ลิเวอร์พูลตีเสมอ 1-1 กับไบรท์ตันนอกบ้านในพรีเมียร์ลีกเมื่อบ่ายวันเสาร์ คล็อปป์ต้องการให้เปลี่ยนตัวนักเตะได้ห้าคน แต่ไวล์เดอร์ต้องการให้เปลี่ยนตัวนักเตะแค่สามคน คล็อปป์กล่าวกับ BBC Sport โดยถาม คริส ไวล์เดอร์ว่าเราจะหลีกเลี่ยง การบาดเจ็บนั้นได้อย่างไร เรามีการพูดคุยกันระหว่างผู้จัดการ - หนึ่งสัปดาห์ที่แล้วตอนนี้ผมคิดว่า - มันคือ 15-5 ถ้าไม่ใช่ 16-4 สำหรับสมาชิกห้าคน คริส ไวล์เดอร์พูดตลอดเวลาว่าผมเห็นแก่ตัว ผมคิดว่าสิ่งที่เขาพูดแสดงให้เห็นว่าเขาเห็นแก่ตัว ผมอยู่ในตำแหน่งเดียวกันที่ไมนซ์ทุกอย่างเกี่ยวกับการอยู่ในลีก วันนี้ถ้าเรามีนักเตะให้เปลี่ยน 5 คน ผมจะเปลี่ยนแอนดรูว์ โรเบิร์ตสันและเอาคอสตาส ซิมิกาสลงสนามแน่นอน ไม่ใช่เป็นเการเปลี่ยนตัวตามแท็กติกแต่เป็นการรักษาความสดของผู้เล่น สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ “อาร์เตต้า” ยันชัด “เปเป้” ยังมีอนาคตในทัพปืนใหญ่ อาเซน่อล!!วิเคราะห์เกมพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นัดที่ 8 พาเลซ ถล่มลีดส์ เละเทะ 4-1วงการฟุตบอลช็อค “มาราโดน่า” หัวใจวายเสียชีวิตกะทันหันปิดตำนานแข้งวัย 60 ปี

“มูรินโญ่” ขำ!? “แลมพาร์ด” ต่างหากที่กดดันหลังลงทุนกว่า 230 ลป.

"มูรินโญ่" ขำ!? "แลมพาร์ด"

โชเซ่ มูรินโญ่ เปิดตัวเกมในพรีเมียร์ลีกที่เชลซีจะเปิดสนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์รับการมาเยือนของแฟร้งค์ แลมพาร์ด โดยยืนยันว่าความกดดันในตำแหน่งควรอยู่ที่ผู้ใช้จ่ายรายใหญ่เช่นเชลซีไม่ใช่กับเขาที่สเปอร์ส มูรินโญ่กล่าวว่าเขารู้ดีว่าการทำงานภายใต้ความคาดหวังที่ยิ่งใหญ่นั้นรู้สึกอย่างไรหลังจากเล่นสองคาถากับโรมันอับราโมวิชและงานระดับสูงที่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด รีล มาดริดและอินเตอร์ มิลาน "เมื่อคุณเป็นคนโปรดคุณก็รู้ว่าทำไมคุณถึงเป็นทีมเต็ง" กุนซือของสเปอร์สกล่าวก่อนเกมดาร์บี้วันอาทิตย์ซึ่งเป็นการกลับมาที่สแตมฟอร์ดบริดจ์ครั้งล่าสุดของเขา ผมอยู่ที่สโมสรต่างๆสมมติว่า“ แชมป์ด้านการซื้อนักเตะ” เพราะการลงทุน ผมต้องรับมือกับความกดดันนั้น ตอนนี้มันไม่ใช่สำหรับผมที่จะรับมือกับความกดดันนั้น กดดันพวกเขาเล็กน้อย ปล่อยให้เราอยู่ในความสงบ เชลซีกลายเป็นทีมอังกฤษทีมแรกที่ใช้จ่ายเงิน 230 ล้านปอนด์ในกรอบการโอนเดียวในปีนี้ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตามคำสั่งห้ามโอนและการขายเอแด็ง อาซาร์ให้ รีล มาดริดในข้อตกลงมูลค่าสูงถึง 150 ล้านปอนด์ในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา "แลมพาร์ด" ตอบกลับ "มูรินโญ่" โดยกล่าวว่า 'ถ้าคุณดูการใช้จ่ายในช่วง 2-3 ฤดูกาลที่ผ่านมาท็อตแน่มทำอะไรในช่วงซัมเมอร์ที่ผมมาเชลซีและสิ่งที่พวกเขาทำในช่วงพักนี้เมื่อเทียบกับเราคุณจะเห็นว่ามันมี คล้ายกันมาก สิ่งเดียวที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จคือการทำงานหนัก ความกดดันก็มีมากอยู่ดี ความกดดันที่ท็อตแน่มจะยิ่งใหญ่เพราะโชเซ่สร้างทีมที่ยอดเยี่ยมและมีผู้เล่นที่เหลือเชื่อ มันเปรียบได้มากถ้าคุณมองไปที่การใช้จ่ายอย่างแน่นอนเนื่องจากผมอยู่ที่สโมสร' กุนซือโปรตุเกสกล่าวต่อว่า ผมเคยอยู่ที่เชลซีและผมรู้ถึงความแตกต่าง ผมสนุกกับตลาดแรกกับท็อตแน่ม ผมสนุกกับการตลาดที่ชาญฉลาดที่มีเงินน้อยลงคุณพยายามสร้างสมดุลให้กับทีมไม่ให้ผิดพลาดเลือกคนที่ใช่ และผมมีความสุขมากกับสิ่งที่เราได้รับ พวกเขาทุกคนตอบรับอย่างดีและทำให้ดีที่สุด สเปอร์ส ใช้เงินรวม 75 ล้านปอนด์กับ เซอร์จิโอ เรกูเลียน, แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้, โจ โรดอน และ ปิแอร์ เอมิล ฮอยเบิร์ก ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าสามารถต่อรองราคาได้ที่ 20 ล้านปอนด์จาก เซาแธมป์ตัน พวกเขายังเปลี่ยนสัญญายืมตัวจากโจวานนี่ โล เซลโซ่ให้เป็นสัญญาถาวร และเซ็นสัญญายืมตัว แกเร๊ธ เบล และคาร์ลอส วินิซิอุส สเปอร์สเริ่มต้นสุดสัปดาห์ในตำแหน่งจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกและหลังจากชัยชนะเหนือแมน ซิตี้เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาแฟนบอลต่างคาดหวังการเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกในรอบ 60 ปี สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ “อาร์เตต้า” ยันชัด “เปเป้” ยังมีอนาคตในทัพปืนใหญ่ อาเซน่อล!!วิเคราะห์เกมพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นัดที่ 8 พาเลซ ถล่มลีดส์ เละเทะ 4-1วงการฟุตบอลช็อค “มาราโดน่า” หัวใจวายเสียชีวิตกะทันหันปิดตำนานแข้งวัย 60 ปี