“แกเร็ธ เบล” ลุ้นคืนถิ่น หลังเอเย่นต์เผยนักเตะยังคงรัก “สเปอร์ส” สุดหัวใจ

แกเร็ธ เบล

            แกเร็ธ เบล ปีกความเร็วสูงของ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ตกเป็นข่าวพัวพันเรื่องการย้ายทีมมาตลอดช่วงซัมเมอร์นี้ หลังจากดาวเตะวัย 31 ปี มีปัญหาส่วนตัวกับเฮดโค้ชอย่าง “ซีเนดีน ซีดาน” จนแทบจะกลายเป็นส่วนเกินของทัพราชันชุดขาวมาตลอดหลายซีซัน ส่งผลให้ แกเร็ธ เบลมีข่าวเชื่อมโยงกับสโมสรยักษ์ใหญ่หลายแห่ง  โดยล่าสุด เอเย่นต์ส่วนตัวของ แกเร็ธ เบลได้ออกมาเปิดเผยว่า แข้งทีมชาติเวลส์ต้องการกลับไปค้าแข้งกับ สเปอร์ ทีมดังแห่งศึก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษอีกครั้ง "แกเร็ธ เบล" อาจหวนกลับไปค้าแข้งในถิ่น ไก่เดือยทอง หากการเจรจาเป็นไปได้ด้วยดี             “โจนาธาน บาร์เน็ตต์” เอเย่นต์ส่วนตัวของ แกเร็ธ เบลออกมาเปิดเผยว่า นักเตะในความดูแลของตนต้องการย้ายออกจากถิ่น ซานติเอโก้ เบอร์ นาบิว ภายในซัมเมอร์นี้ โดยต้องการกลับไปร่วมทีม “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อดีตต้นสังกัดที่เคยปลุกปั้นจน แกเร็ธ เบลกลายเป็นนักเตะระดับโลก ก่อนจะถูกปล่อยตัวออกจากทีมไปร่วมทัพ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัวสถิติโลกในขณะนั้นที่ 85 ล้านปอนด์ เมื่อปี 2013  ประกอบกับ “โชเซ่ มูรินโญ่” เฮดโค้ชคนปัจจุบันของยอดทีมแห่งกรุงลอนดอนยังคุ้นเคยกับ แกเร็ธ เบลเป็นอย่างดี เนื่องจากเคยร่วมงานกันสมัยที่กุนซือชาวโปรตุกีสคุมทัพ ราชันชุดขาว เมื่อปี 2010-2013    นอกจากนี้ สื่อหลายสำนักต่างรายงานตรงกันว่า สเปอร์ กำลังเร่งเจรจากับ เรอัล มาดริด เพื่อขอ “ยืม” แกเร็ธ เบลมาใช้งานก่อน 1 ซีซัน โดยยินดีส่ง “เดเล่ อัลลี” มิดฟิลด์ดีกรีทีมชาติอังกฤษสลับขั้วไปยังถิ่น ซานติอาโก เบร์นาเบว เป็นการแลกเปลี่ยน  อย่างไรก็ตาม “ปีศาจแดง” แมสเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คู่แข่งร่วมลีกก็เป็นอีกหนึ่งทีมที่มีสิทธิปาดหน้าคว้า แกเร็ธ เบลไปร่วมทัพได้เช่นกัน หาก สเปอร์ กับ เรอัล มาดริด ยังตกลงกันไม่ได้ภายในเร็ววันนี้             ทั้งนี้ แกเร็ธ เบลเคยสวมยูนิฟอร์ม “ไก่เดือยทอง” ระหว่างปี 2007-2013 โดยลงเล่นไปทั้งสิ้น 203 นัด ทำได้ 55 ประตู อีกทั้งยังเป็นกำลังสำคัญช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ ลีกคัพ ได้ในซีซัน 2008-2009 ก่อนจะถูกปล่อยตัวไปร่วมทัพ

ไม่ต้องติดต่อมาละนะ “แจ๊ค กรีลิช ” ต่อสัญญากับวิลล่า ออกไปถึงปี 2025

แจ๊ค กรีลิช

        หลังจากที่ แจ๊ค กรีลิช เดอะแบกถิ่นวิลล่า พาร์ค มีข่าวอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ฤดูกาลก่อนว่าจะเก็บกระเป๋าย้ายทีม โดยมีทีมเต็งอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ตกเป็นข่าวตามหน้าสื่อว่าสนใจที่จะดึงเขาไปร่วมทีม         แต่แล้วข่าวลือการย้ายทีมของเขาทั้งหมดทั้งมวลก็สยบลงจนหมดสิ้นในวันนี้เมื่อ กรีลิช บรรลุข้อตกลงของสโมสร เซ็นสัญญากับทีมต่อไปอีก 5 ปี จนถึงปี 2025 โดยกรีลิซ ได้กล่าวกับสื่อของสโมสรภายหลังเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับทีมว่า "แอสตัน วิลล่า คือ บ้านของผม ผมรักที่นี่ เจ้าของทีมได้แสดงแผนการต่าง ๆ ที่จะทำกับสโมสรในอนาคตให้ยิ่งใหญ่ มันน่าตื่นเต้นมาก ผมแทบจะทนรอไม่ไหวแล้วที่จะเป็นส่วนหนึ่งของแผนการนี้”    อย่างไรก็ดีหากค้นประวัติของนักเตะผู้นี้จะพบว่า "แจ๊ค กรีลิช" กับ ทีมสิงห์ผยอง          คือของคู่กัน ซึ่งเริ่มต้นด้วยสถานะแฟนบอลของทีมตั้งแต่เขาจำความได้ จนได้เข้ามาเป็นนักเตะเยาวชนของสโมสรตั้งแต่ปี 2001 เมื่อเขาอายุได้ 6 ขวบ จากนั้นได้กลายเป็นกำลังหลักของทีมชุดเยาวชน และถูกปล่อยยืมตัวให้แก่ทีมต่าง ๆ จวบจนได้ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของแอสตัน วิลล่า อย่างเต็มตัวในปี 2014 ซึ่งในช่วง 1-2 ปีหลังจากขึ้นทีมชุดใหญ่นับเป็นช่วงมรสุมชีวิตของ แจ๊ค กรีลิชเขายังไม่สามารถปฏิบัติตัวให้เป็นนักฟุตบอลอาชีพอย่างแท้จริงได้ ด้วยพฤติกรรมออกนอกลู่นอกทาง ทำผิดของกฎสโมสร รวมถึงทำให้ภาพลักษณ์สโมสรเสียหายจากภาพหลุดต่าง ๆ ที่เขาเมาสุราจนนอนสิ้นสภาพข้างถนน สิ่งที่ตามมาคือเจ้าตัวถูกปรับเงินและงดส่งลงสนาม จนเกือบหมดอนาคตกับสโมสร สุดท้าย แจ๊ค กรีลิชผ่านมรสุมร้ายนั้นมาได้ เขาตั้งหน้าตั้งตาฝึกซ้อม จนได้รับความไว้วางใจให้เป็นกัปตันทีม กลายเป็นผู้เล่นสำคัญในการพาทีมเลื่อนชั้นกลับขึ้นมาเล่นพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง รวมถึงพาทีมรอดตกชั้นในนัดสุดท้าย จบอันดับที่ 17 ของตาราง เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา         สำหรับโปรแกรมของแอสตัน วิลล่า จะออกไปเยือน เบอร์ตัน อัลเบี้ยน ในเกมฟุตบอลถ้วย EFL หรือที่รู้จักกันในชื่อ “คาราบาว คัพ” ก่อนที่จะกลับถิ่นวิลล่า พาร์ค เปิดบ้านทำศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาลใหม่ กับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ในวันที่ 22 กันยายน นี้ สามารถติดตามข่าวกีฬา ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น มากมายในเว็ปไซต์ได้เพิ่มเติม และขอบคุณที่มาของแหล่งข้อมูล Ufa678 เว็บไซต์ที่ดีที่สุดตลอดกาล ลาแล้ว อาร์เซนอล “มาร์ติเนซ” ย้ายไปอยู่กับ แอสตันวิลล่า ด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์[บทวิเคราะห์]เจาะลึก 3 จุดแข็งของ “จอร์นิจิโอ ไวจ์นัลดุม” ที่ บาร์ซ่า อยากได้ตัวขอพิสูจน์ตัวเองให้ถึงที่สุด! “เฟร็ด” เผยเส้นทางค้าแข้งไม่หวั่นแม้ผีมีตัวดี

นักเตะไม่ยอมจบสัญญา!ต้นสังกัดแฉสองทีมยักษ์ใหญ่จ้องปาดหน้าคว้า “ติอาโก้”

ติอาโก้

ศึกระอุต่างลีกในการชกตัวนักเตะครั้งนี้ดูเหมือนจะยังไม่จบง่ายๆหากตลาดยังไม่ปิด เพราะล่าสุดต้นสังกัดของ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ออกมาประกาศถึงความรู้สึกที่เริ่มจะหมดความอดทนกับ 2 ทีมยักษ์ใหญ่ในลีกผู้ดีว่าสุดท้ายแล้ว จะต้องมีทีมใดทีมหนึ่งที่ต้องตัดหน้าคว้าตัวนักเตะในสัปดาห์สุดท้ายของการซื้อ-ขายเพื่อต้องการลดค่าหัวนักเตะให้ได้มากที่สุด หลังจากที่ทีมพยายามยื่นสัญญาฉบับใหม่ให้แก่นักเตะแต่สุดท้ายก็ได้รับคำปฏิเสธกลับมา "ติอาโก้ อัลกันตาร่า" ยอดผู้เล่นกองกลางของทีมบาเยิร์น มิวนิก สโมสรระดับแถวหน้าแห่งศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี ล่าสุดทีมต้นสังกัดได้ออกมาเปิดเผยด้วยตัวเองว่านักเตะยังคงนิ่งเฉยกับสัญญาฉบับใหม่ที่ทีมได้ยื่นข้อเสนอให้ ถึงแม้ว่าในอีกไม่นานนี้ตลาดซื้อ-ขายนักเตะใกล้จะปิดฉากลงเต็มที แต่ยังคงไร้วี่แววทีมดังที่นักเตะตกเป็นข่าวเรื่องการย้ายตัวมาตลอดทั้งฤดูกาล ซึ่งตัวประธานสโมสรทีมเองเชื่อว่าไม่ทีมใดก็ทีมหนึ่งต้องการที่จะดึงเวลาในการซื้อตัวนักเตะหวังที่จะลดค่าตัวลงและทีมจะไม่ยอมให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน “ผมคิดว่าดีลในการคว้าตัว ติอาโก้ อัลกันตาร่า มันกลายเป็นสงครามปั่นประสาทไปเสียแล้ว ผมต้องยอมรับว่าทีมได้ยื่นข้อเสนอสัญญาฉบับใหม่ให้แก่นักเตะแต่เขาเลือกที่จะเพิกเฉย เขาบอกว่าต้องการย้ายทีมเพื่อไปหาประสบการณ์ใหม่แต่เชื่อไหมในเวลานี้ยังไม่มีทีมไหนเลยสักทีมที่แสดงตัวออกมา ผมคิดว่าพวกเขาต้องการที่จะเล่นเกมกับเราเพื่อให้เราลดค่าตัวนักเตะลงตามที่พวกเขาต้องการ และแน่นอนว่า 2 ทีมนั้นคงจะไม่พ้นทีมลิเวอร์พูล หรือ ทีมแมนเชตเตอร์ ยูไนเต็ด” ประธานสโมสรทีม กล่าว สามารถติดตามข่าวกีฬา ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น มากมายในเว็ปไซต์ได้เพิ่มเติม และขอบคุณที่มาของแหล่งข้อมูล Ufa369 เว็บไซต์ที่ดีที่สุดตลอดกาล ลาแล้ว อาร์เซนอล “มาร์ติเนซ” ย้ายไปอยู่กับ แอสตันวิลล่า ด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์[บทวิเคราะห์]เจาะลึก 3 จุดแข็งของ “จอร์นิจิโอ ไวจ์นัลดุม” ที่ บาร์ซ่า อยากได้ตัวขอพิสูจน์ตัวเองให้ถึงที่สุด! “เฟร็ด” เผยเส้นทางค้าแข้งไม่หวั่นแม้ผีมีตัวดี

ลาแล้ว อาร์เซนอล “มาร์ติเนซ” ย้ายไปอยู่กับ แอสตันวิลล่า ด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์

มาร์ติเนซ

ถือว่าเป็นตัวอย่างอีกหนึ่งความอดทนอดกลั้น และพยายามต่อสู้ในเวทีการค้าแข้งอาชีพอย่างดีเยี่ยมอีกคนหนึ่งนั่นก็คือ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ ผู้เล่นในตำแหน่งผู้รักษาประตูอันดับ 2 ของทีมฟุตบอลปืนใหญ่ อาร์เซนอล ที่รอคอยโอกาสแสดงฝีมือมานานกว่า 10 ปี ในทีมอาร์เซนอลทีมนี้ ก่อนที่ มาร์ติเนซ จะได้มีโอกาสแสดงฝีมือในฐานะผู้รักษาประตูติดต่อกันยาวหลายนัดแทน แบรนด์ เลโน ผู้รักษาประตูตัวจริงอันดับหนึ่งของทีมอาร์เซนอล เกิดอาการบาดเจ็บในระหว่างเกมการแข่งขันพรีเมียร์ลีกอังกฤษในช่วง เดือน มิถุนายน  2020 ที่ผ่านมา ทำให้ มาร์ติเนซ ต้องรับหน้าที่ผู้รักษาประตูตัวจริงยาวนานหลายนัดนับแต่นั้นมาจนสิ้นสุดฤดูกาลแข่งขัน และจบลงตรงที่ทีมอาร์เซนอล สามารถคว้าแชมป์เอฟเอคัพฤดูกาลที่ผ่านมาได้สำเร็จ แถมด้วยการเอาชนะทีมฟุตบอลหงส์แดง ลิเวอร์พูล แชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษฤดูกาลที่ผ่านมา ในเกมการแข่งขัน คอมมูนิตี้ชิลด์ อย่างไรก็ตามปัญหาใหญ่ของ มาร์ติเนซ นั่นก็คือ แม้ว่าเขาจะทำผลงานการแข่งขันได้ดีมากเท่าไหร่ก็ตาม แต่ฝ่ายผู้บริหารของทีมอย่างจะให้โอกาสเขาเป็นผู้รักษาประตูตัวจริงของทีมต่อไปหรือไม่เมื่อเปิดฤดูกาลแข่งขันใหม่และผู้รักษาประตูมา 1 ตัวจริงของทีมหายจากอาการบาดเจ็บแล้ว โดย มาร์ติเนซ ก็มีข่าวออกมาก่อนหน้านี้แล้วว่า มีทีมฟุตบอลหลายทีมต้องการได้ตัวเขาไปร่วมทีม และติดต่อขอซื้อตัวมาในช่วงซัมเมอร์ 2020 นี้ แต่ "มาร์ติเนซ" ก็ยังแบ่งรับแบ่งสู้ เพราะยังอยากอยู่กับทีมอาร์เซนอลต่อไป หากแต่ถ้าไม่ได้รับโอกาสลงเล่นมากเท่าที่ควรเขาก็อาจจำเป็นเลือกตัวเลือกที่เป็นเส้นทางที่ดีกว่าสำหรับตนเอง ในที่สุดก็ดูเหมือนว่าทางฝ่ายผู้บริหารของอาร์เซนอลจะตัดสินใจแล้วว่า จะเลือกเก็บใครเอาไว้นั่นก็คือการคืนตำแหน่งผู้รักษาประตูตัวจริงให้กับ แบรนด์ เลโน ที่หายจากอาการบาดเจ็บแล้ว กลายมาเป็นผู้รักษาประตูตัวจริงในคืนวันที่ 12 กันยายน 2020 ที่ทีมอาร์เซนอลเดินทางไปเรียนบ้านของทีมฟุตบอลฟูแล่มในนัดเปิดสนามฤดูกาลใหม่ที่ผ่านมา มันจึงทำให้มาร์ติเนซตัดใจได้เสียที และเลือกทำให้ดีกว่าโดยมีข่าวออกมาว่าผู้รักษาตัวคนนี้กำลังจะย้ายไปอยู่กับทีมสิงโตผงาด แอสตันวิลล่า ดูราคาค่าตัวที่ประมาณ 20 ล้านปอนด์ และได้มีการตรวจร่างกายการไปเรียบร้อยแล้วในวันเสาร์ที่ผ่านมา ปิดฉากตำนานผู้รักษาประตูขัดตาทัพแห่งทีมอาร์เซนอลในช่วงท้ายฤดูกาล 2019-2020 ในแบบนี้เอง สามารถติดตามข่าวกีฬา ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น มากมายในเว็ปไซต์ได้เพิ่มเติม และขอบคุณที่มาของแหล่งข้อมูล Ufabet72 เว็บไซต์ที่ดีที่สุดตลอดกาล [บทวิเคราะห์]เจาะลึก 3 จุดแข็งของ “จอร์นิจิโอ ไวจ์นัลดุม” ที่ บาร์ซ่า อยากได้ตัวขอพิสูจน์ตัวเองให้ถึงที่สุด! “เฟร็ด” เผยเส้นทางค้าแข้งไม่หวั่นแม้ผีมีตัวดีลิเวอร์พูล สุดคึกพร้อมลงป้องกันแชมป์ลีก กับยูงทอง เป็นนัดแรก

[บทวิเคราะห์]เจาะลึก 3 จุดแข็งของ “จอร์นิจิโอ ไวจ์นัลดุม” ที่ บาร์ซ่า อยากได้ตัว

ไวจ์นัลดุม

แม้ว่า จอร์นิจิโอ ไวจ์นัลดุม จะยังดูมีความสุขดีที่ได้ค้าแข้งให้กับทัพหงส์แดง ลิเวอร์พูล ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาล 2019-2020 ที่ผ่านมา แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการที่กองกลางดีกรีทีมชาติเนเธอร์แลนด์ รายนี้ ยังไม่ยอมจรดปากกาต่อสัญญาฉบับใหม่กับลิเวอร์พูล ก็ได้สร้างความไม่สบายใจให้กับเหล่าแฟนบอลหงส์แดง เป็นอย่างมาก ท่ามกลางกระแสข่าวที่ว่า โรนัลด์ คูมันน์ กุนซือคนใหม่ของบาร์เซโลน่า ต้องการตัวเขาไปบัญชาเกมในแดนกลางให้กับทีม สงสัยไหมล่ะครับว่าเพราะอะไร 3 จุดแข็ง "จอร์นิจิโอ ไวจ์นัลดุม" ที่ทำให้บาร์เซโลน่า ต้องการตัว การผ่านบอล – หนึ่งในคุณสมบัติสำคัญที่กองกลางที่ดีทุกควรจะมี นั่นก็การผ่านบอลที่ยอดเยี่ยมนั่นเอง และก็ดูเหมือนว่าทางด้านของ จอร์นิจิโอ ไวจ์นัลดุมจะมีคุณสมบัติข้อนี้อยู่ในตัวเองอย่างเต็มเปี่ยม เพราะไม่ว่าจะเป็นการผ่านบอลในระยะสั้น หรือการผ่านบอลในระยะไกล กองกลางดีกรีทีมชาติเนเธอร์แลนด์ รายนี้ ก็สามารถทำได้อย่างยอดเยี่ยม โดยในฤดูกาล 2019-2020 ที่ผ่านมา จอร์นิจิโอ ไวจ์นัลดุมมีเปอร์เซ็นต์การจ่ายบอลระยะไกลสำเร็จ สูงถึง 1.6 ครั้งต่อเกม ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้ว ทุกหนึ่งเกมเขาจะมีการจ่ายบอลระยะไกล 2 ครั้ง แถมยังมีเปอร์เซ็นต์การจ่ายบอลระยะไกลผิดพลาด เพียงแค่ 0.4 ครั้งต่อเกมเท่านั้น การเข้าสกัดบอล – บทบาทที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ มอบหมายให้กับ จอร์นิจิโอ ไวจ์นัลดุมในการลงเล่นให้กับลิเวอร์พูล ก็คือการจับคู่กับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ในแดนกลาง ในการบดบี้และทำลายเกมของคู่ต่อสู้ ร่วมกับการเชื่อมเกมระหว่างแดนหลังไปสู่แดนหน้า และเจ้าตัวก็สามารถทำได้อย่างยอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก เพราะในการดวลกับบรรดาแนวรุกฝีเท้าฉกาจทั้งในพรีเมียร์ลีก และยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีก เขาปล่อยมีการเลี้ยงบอลผ่านเขาไปได้เพียงแค่ 0.3 ครั้งต่อเกมเท่านั้น  ซึ่งสถิติดังกล่าวถือเป็นตัวเลขที่ดีที่สุด หากเทียบกับกองกลางทุกคนในทัพหงส์แดง แถม จอร์นิจิโอ ไวจ์นัลดุมยังเป็นนักเตะที่ไม่ค่อยได้รับใบเหลืองจากการเข้าสกัดบอลอีกด้วย การสร้างสรรค์จังหวะทำประตู – ด้วยระบบการเล่นของลิเวอร์พูล เจอร์เก้น คล็อปป์ มักจะเลือกขึ้นเกมทางฟูลแบ็คทั้งสองฝั่งมากกว่า ทำให้แดนกลางของพวกเขาไม่ค่อยจะมีบทบาทในการสร้างสรรค์จังหวะการทำประตูมากซักเท่าไรนัก อย่างไรก็ตาม จอร์นิจิโอ ไวจ์นัลดุมก็ถือเป็นกองกลางที่สามารถสร้างสรรค์จังหวะการทำประตูได้ดีทีเดียว เพราะในฤดูกาล 2019-2020 ที่ผ่านมา เจ้าตัวสร้างสรรค์จังหวะการทำประตูให้ทัพหงส์แดงไปมากถึง 1.96 ครั้งต่อเกม แม้ว่าบทบาทที่เขาได้รับจาก เจอร์เก้น คล็อปป์ จะไม่ใช่ตำแหน่งกองกลางตัวรุกก็ตาม สามารถติดตามข่าวกีฬา ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น มากมายในเว็ปไซต์ได้เพิ่มเติม และขอบคุณที่มาของแหล่งข้อมูล Ufahero เว็บไซต์ที่ดีที่สุดตลอดกาล หลายคนไม่รู้จัก! “อาร์ดูอาร์ เมนดี้ ” เป็นใคร ทำไม “แลมพาร์ด” ถึงต้องการตัวอาร์เซนอล ขายนักเตะดาวรุ่งชาวฝรั่งเศษ “เกนดูซี่” ไม่ออก“เอ็มบั๊ปเป้” บอก ปารีสฯ จะต้องเริ่มใหม่ เพื่อไปถึงแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก

ขอพิสูจน์ตัวเองให้ถึงที่สุด! “เฟร็ด” เผยเส้นทางค้าแข้งไม่หวั่นแม้ผีมีตัวดี

เฟร็ด สุดยอดกองกลางฝีเท้าดีของทีมปีศาจแดง ได้ออกมาเปิดเผยเส้นทางค้าแข้งของตัวเองผ่านสื่อ หลังจากที่คลุมเครือมาตลอดทั้งฤดูกาลว่าสุดท้ายแล้วนักเตะจะยอมอยู่กับทีมต้นสังกัดไปหรือจะย้ายไปอยู่กับทีมอื่น แต่ล่าสุดนักเตะได้ออกมายืนยันด้วยตัวเองแล้วว่าจะยังคงเดินหน้าไล่ล่าตำแหน่งผู้เล่นตัวจริงกับทีมต่อไป ถึงแม้ว่าทีมเพิ่งจะได้นักเตะป้ายแดงไฟแรงอย่าง ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค เข้ามาร่วมเสริมทีม แต่ก็ไม่ได้รู้สึกเสียความมั่นใจแต่อย่างใดกลับมองว่าเป็นผลดีต่อทุกฝ่าย จากการรายงานข่าวของสื่อฟุตบอลต่างประเทศ  "เฟร็ด" มิดฟิลด์ตัวเก่ง ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรระดับแถวหน้าแห่งวงการพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ได้ออกมาประกาศอย่างชัดเจนว่า ในฤดูกาลนี้เขาจะไม่ย้ายออกจากทีมต้นสังกัดและไปอยู่กับทีมอื่นอย่างแน่นอน ลั่นพร้อมขอพิสูจน์ฝีเท้าตัวเองเชื่อมั่นว่าตนมีดีพอที่จะยึดตำแหน่งผู้เล่นตัวจริงได้ไม่แพ้ใคร ถึงแม้ในตอนนี้ทีมจะคว้าตัวผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาเสริมทัพอย่างต่อเนื่องก็ตามที เชื่อว่าจะเป็นผลดีกับทีมและทุกฝ่ายเพื่อเป้าหมายในการไล่ล่าถ้วยแชมป์ หากดูจากผลงานในฤดูกาลก่อนหน้าที่ผ่านมา กองกลางชาวบราซิลเลี่ยนสามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนเป็นที่ยอมรับ แต่เนื่องจากแผนการทำทีมครั้งใหม่ของกุนซือใหญ่ โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ ทำให้ตำแหน่งในแดนกลางมีตัวเลือกนักเตะด้วยกัน 3 คน “แน่นอนว่าผมจะไม่ย้ายออกจากทีมในฤดูกาลนี้มันไม่มีเหตุผลที่ว่าเมื่อทีมดึงตัวนักเตะคนใหม่เข้ามาและความสำคัญของคุณจะต้องลดน้อยลง นักเตะทุกคนมีหน้าที่และทุกอย่างขึ้นอยู่กับการทำแผนทีมของกุนซือใหญ่ แถมมันยังเป็นผลดีกับทีมของเราด้วยซ้ำที่เรามีผู้เล่นที่แข็งแกร่งให้เลือกใช้งาน” เฟร็ด กล่าว สามารถติดตามข่าวกีฬา ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น มากมายในเว็ปไซต์ได้เพิ่มเติม และขอบคุณที่มาของแหล่งข้อมูล Ufa9999 เว็บไซต์ที่ดีที่สุดตลอดกาล หลายคนไม่รู้จัก! “อาร์ดูอาร์ เมนดี้ ” เป็นใคร ทำไม “แลมพาร์ด” ถึงต้องการตัวอาร์เซนอล ขายนักเตะดาวรุ่งชาวฝรั่งเศษ “เกนดูซี่” ไม่ออก“เอ็มบั๊ปเป้” บอก ปารีสฯ จะต้องเริ่มใหม่ เพื่อไปถึงแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก

ลิเวอร์พูล สุดคึกพร้อมลงป้องกันแชมป์ลีก กับยูงทอง เป็นนัดแรก

ลิเวอร์พูล ลีดส์

ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2020/21 ที่ทีมแชมป์เก่า ลิเวอร์พูล เตรียมเปิดสนามรับการมาเยือนของทีมยูงทอง ลีดส์ ยูไนเต็ด ซึ่งเจอร์เก้น คล็อปป์หวังที่จะรักษาแชมป์พรีเมียร์ลีกเอาไว้ให้ได้ต่ออีกหนึ่งปี ส่วนลีดส์ก็เตรียมพร้อมสำหรับผู้เล่นหน้าใหม่เข้าสู่ทีมอย่างเต็มที่ โดยมีจำนวนเกม 38 เกมรออยู่ในรอบหนึ่งปีข้างหน้า แม้ว่าลิเวอร์พูลจะแพ้ในเกมคอมมูนิตี้ ชิลด์จากการดวลลูกโทษกับอาร์เซนอลเมื่อ 2-3 สัปดาห์ก่อน เพียงแต่ว่านั่นเพียงแค่เริ่มต้นเท่านั้นยังมีอะไรให้เราได้สนุกตื่นเต้นอีกมากมาย ฤดูกาลที่ผ่านไปก็ถือว่าไม่มีอะไร ทุกทีมต้องกลับมาเริ่มต้นนับหนึ่งหันใหม่อีกครั้ง ส่วนทางด้านลีดส์ ยูไนเต็ดเป็นทีมน้องใหม่ที่ขึ้นชั้นมาเล่นพรีเมียร์ลีกครั้งแรกในรอบ 16 ปี ภายใต้การคุมทีมของกุนซือชาวอาร์เจนตินา มาร์เซลโล่ บิเอลซ่า ส่วนหงส์แดงจะออกสตาร์ทนับหนึ่งใหม่เป็นการป้องกันแชมป์จากเมื่อซีซั่นที่แล้ว ที่เกมแรกสามารถเอาชนะ นอริช ซิตี้ได้ 4-1 เมื่อช่วงเปิดฤดูกาล และใครจะรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นอีกหนึ่งปีข้างหน้านี้ ลิเวอร์พูล ได้ลงสนามช่วงเกมปรีซีซั่นเพียงสามเกมเท่านั้น และได้เปิดฤดูกาลทันที ซีซั่น 2020/21 นี้เป็นฤดูกาลที่แตกต่างจากซีซั่นก่อนๆ ที่มีเรื่องของพิษไวรัสโคโรน่าระบาด ทำให้วงการฟุตบอลทั่วโลกต้องมีการเปลี่ยนแปลงเหมือนกันหมด ลิเวอร์พูลจะมาลงเล่นในระบบ 4-3-3 ที่แฟนบอลคุ้นตาแน่นอน เพราะว่าการมีหน้าเป้าสามคนทำให้พวกเขาได้แชมป์พรีเมียร์ลีกเมื่อซีซั่นที่แล้ว กุนซือชาวเยอรมัน วางแผนการเล่นที่ระบบ 4-3-3 ซึ่งฟูลแบ๊กจะเข้ามามีบทบาทต่อเกมรุกเหมือนเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไร เชื่อว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงนักเตะกว่า 5 ตำแหน่งจากเกมที่ชนะแบล๊คพูล ในเกมนัดกระชับมิตรล่าสุด โดยเกมนั้นผู้เล่นต่างไปเล่นเกมทีมชาติพอดี อลิสซง เบคเกอร์เป็นผู้รักษาประตูหมายเลขหนึ่งของทีมเช่นเคย ขณะที่ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ - อาร์โนลด์, โจโกเมซ, เฟอร์จิลฟานไดจ์ค และ  แอนดี้ โรเบิร์ตสันจะลงสนามในแผงหลังสี่คน กองกลางสามคนคาดเดาได้ยากมาก แต่เชื่อว่าคล็อปป์น่าจะจัด นาบี้ เกอิต้า, ฟาบินโญ่และจอร์แดน เฮนเดอร์สัน ได้ลงสนามเพื่อให้ทีมเกิดความสมดุลในเกมอย่างมาก สามกองหน้าก็เป็นกองหน้าชุดเดิมคือ ซาดิโอ มาเน่ ที่มีข่าวจะย้ายไปเล่นกับนายเก่า โรนัลด์ คูมัน,โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ และโมฮัมเหม็ด ซาลาห์ สามารถติดตามข่าวกีฬา ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น มากมายในเว็ปไซต์ได้เพิ่มเติม และขอบคุณที่มาของแหล่งข้อมูล Vegus688 เว็บไซต์ที่ดีที่สุดตลอดกาล หลายคนไม่รู้จัก! “อาร์ดูอาร์ เมนดี้ ” เป็นใคร ทำไม “แลมพาร์ด” ถึงต้องการตัวอาร์เซนอล ขายนักเตะดาวรุ่งชาวฝรั่งเศษ “เกนดูซี่” ไม่ออก“เอ็มบั๊ปเป้” บอก ปารีสฯ จะต้องเริ่มใหม่ เพื่อไปถึงแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก

หลายคนไม่รู้จัก! “อาร์ดูอาร์ เมนดี้ ” เป็นใคร ทำไม “แลมพาร์ด” ถึงต้องการตัว

พลพรรคสิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ภายใต้การคุมทัพของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ได้เสริมทัพนักเตะใหม่เข้ามาได้อย่างน่ากลัวในตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์นี้ แต่ทว่าอีก 1 ตำแหน่งที่ แฟรงค์ แลมพาร์ด ต้องการอย่างหนักนั่นก็คือตำแหน่งผู้รักษาประตูนั่นเอง เพราะว่า เกป้า อาร์ริซาบาลากา นายทวารมือ 1 ของทีม ฟอร์มตกลงอย่างน่าใจหาย ซึ่งที่ผ่านมาเชลซี ก็มีข่าวกับผู้รักษาประตูหลายคน ไม่ว่าจะเป็น ยาน โอบลัค , ดีน เฮนเดอร์สัน แต่สุดท้ายแล้วหวยดันมาออกที่ อาร์ดูอาร์ เมนดี้ ผู้รักษาประตูจากสโมสรแรนส์ ซะอย่างงั้น และวันนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักเขา ให้มากขึ้นกันครับ "อาร์ดูอาร์ เมนดี้" มีชื่อเต็มว่า "อาร์ดูอาร์ โอโซเก้ เมนดี้" เกิดเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 1992 ปัจจุบันเจ้าตัวมีอายุ 28 ปี ส่วนสูง 198 เซนติเมตร สังกัดอยู่สโมสรแรนส์ สโมสรชื่อดังในลีกเอิง ลีกสูงสุดของวงการฟุตบอลฝรั่งเศส และได้ก้าวขึ้นไปติดทีมชาติเซเนกัล เป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย ซึ่งชื่อของ อาร์อูอาร์ เมนดี้ อาจจะไม่ได้คุ้นหูแฟนบอลซักเท่าไรนัก เพราะเจ้าตัวเพิ่งจะเริ่มเล่นฟุตบอลเมื่ออายุ 19 ปีเข้าไปแล้ว กับสโมสรเชอร์บูร์ก สโมสรระดับดิวิชัน 3 ของฝรั่งเศส เมื่อปี 2011 ก่อนจะมีโอกาสได้ย้ายเข้ามาอยู่กับโอลิมปิก มาร์กเซย สโมสรชื่อดังของฝรั่งเศส เมื่อปี 2015 แต่ก็ได้อยู่เพียงแค่ทีมสำรองเท่านั้น และแทบจะไม่ได้รับโอกาสลงสนามเลย แต่เพรชอยู่ที่ไหนก็คือเพรช เพราะในปี 2017 สโมสรแร็งส์ ที่ในเวลานั้นอยู่ในลีกรองของวงการฟุตบอลฝรั่งเศส เห็นแววของ เอดูอาร์ เมนดี้ จึงดึงตัวไปร่วมทีม ซึ่งที่นี่แหละทำให้นายทวารชาวเซเนกัล ได้โชว์ฟอร์มอย่างเต็มที่ โดยตัวเขาได้ลงเล่นไปทั้งสิ้น 34 เกม และเก็บคลีนชีตไปได้มากถึง 18 ครั้ง ช่วยให้แร็งส์ สามารถคว้าแชมป์และเลื่อนชั้นขึ้นไปสู่ลีกสูงสุดได้สำเร็จ ซึ่ง เอดูอาร์ เมนดี้ ก็ยังสามารถรักษาฟอร์มเก่งได้อย่างต่อเนื่อง นถูกสโมสรแรนส์ สโมสรชื่อดังของวงการฟุตบอลฝรั่งเศส คว้าตัวไปร่วมทีม ในช่วงซัมเมอร์ของฤดูกาล 2019-2020 ด้วยค่าตัวสุดถูก เพียงแค่ 3.5 ล้านปอนด์ เท่านั้น การย้ายมาอยู่กับแรนส์ เป็นเหมือนกับการแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวของ อาร์ดูอาร์ เมนดี้เพราะว่าเขาโชว์ฟอร์มได้อย่างเหนียวหนึบ มีค่าเฉลี่ยเสียประตูต่อเกมอยู่ที่ 0.79 เท่านั้น น้อยที่สุดเป็นอันดับ 2 ของลีกเอิง แถมยังมีเปอร์เซ็นต์การป้องกันประตูสูงถึง 78.4 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของลีกเอิง

อาร์เซนอล ขายนักเตะดาวรุ่งชาวฝรั่งเศษ “เกนดูซี่” ไม่ออก

อาร์เซนอล

สำหรับวงการฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษแล้ว โดยเฉพาะหนึ่งในทีมฟุตบอลยักษ์ใหญ่แห่งรายการแข่งขันอย่างทีมปืนใหญ่ อาร์เซนอล ในช่วงสามฤดูกาลที่ผ่านมา ต่างก็มีอะไรหลายอย่างเกิดขึ้นเริ่มตั้งแต่ อาเซน เวนเกอร์ อดีตผู้จัดการทีมที่อยู่กับทีมมานาน 22 ปี และเคยพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษมาด้วยการไม่พ่ายแพ้ใครมาแล้วได้อำลาตำแหน่งผู้จัดการทีมอาร์เซนอลไป จากนั้นในเวลาต่อมาก็ได้ อูไน เอเมรี่ ผู้จัดการทีมชื่อดังที่เคยพาทีมคว้าแชมป์ยุโรปรายการเล็กอย่างยูโรป้าลีกมาแล้วหลายครั้งจนได้ชื่อว่าเจ้าพ่อยูโรป้า หากแต่ดูท่าเขากลับมาตกม้าตายที่ทีมอาร์เซนอลเพราะอยู่มา 2 ปีไม่สามารถทำผลงานดีๆอะไรให้ทีมอาร์เซนอลได้เลย ทำได้มากแค่เข้าสู่รอบชิงยูโรป้าลีก 2018-2019 ก่อนที่อาร์เซนอลจะไปแพ้สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี แถมในฤดูกาลปัจจุบันยังพาทีมย่ำแย่จนฝ่ายบริหารจัดการไล่ออก และไปขอให้ มิเกล อาร์เตต้า อดีตนักเตะซึ่งฝึกงานเป็นผู้จัดการทีมอยู่กับเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้กลับคืนสู่อาร์เซนอลอีกครั้งในฐานะผู้จัดการทีม ทีมถึงกลับมาคว้าความสำเร็จด้วยการคว้าแชมป์เอฟเอคัพฤดูกาลที่ผ่านมาครอบครองได้แถมด้วยแชมป์คอมมูนิตี้ชิลด์ด้วย  นักเตะที่อยู่มานานอีกคนหนึ่งก็คือ เมซุต โอซิล ของอาร์เซนอลเองก็มีปัญหาเมื่อมีข่าวคราวว่า ไปทะเลาะกับอดีตผู้จัดการทีมอย่าง เอเมรี่ จนไปจับดองไว้หลายนัดพอผู้จัดการทีมคนใหม่มารับตำแหน่งเขาก็ได้ลงสนามอีกครั้งหนึ่งฟอร์มกำลังมากำลังเล่นดีวันดีคืนแต่ดันถูกไวรัสโควิช 19 มารบกวนจนพรีเมียร์ลีกอังกฤษเลื่อนการแข่งขัน และเมซุต โอซิล ก็ดันเป็นหนึ่งในนักเตะที่มีข่าวว่าไม่ยอมลดราคาค่าเหนื่อยให้กับทีม สุดท้ายก็ถูกจับไปดองรอบ 2 พอพรีเมียร์ลีกกลับมาแข่งขันก็ไม่เห็นหน้าเขาอีกเลยยังดีที่แม้ว่าจะมีข่าวทีมอยากขายเข้าไปแต่เขาก็ประกาศชัดไม่ยอมหนีไปไหน นักเตะอีกคนหนึ่งที่กลายมาเป็นปัญหาของทีม อาร์เซนอล นักเตะอีกคนหนึ่งที่กลายมาเป็นปัญหาของทีมอาร์เซนอลนั่นก็คือ มัตเต โอเกนดูซี่ นักเตะดาวรุ่งชื่อดังชาวฝรั่งเศสที่เริ่มจะฉายแววเก่งกาจในช่วงต้นฤดูกาล 2019-2020 ที่ผ่านมา จนได้ติดทีมชาติฝรั่งเศส แต่แล้วก็มีข่าวว่าตัวนักเตะเองนั่นมีปัญหาใหญ่ ที่นิสัยที่ไม่ค่อยจะอยู่กับร่องกับรอยของเจ้าตัว ไม่สามารถทนอดทนอดกลั้น และมีวินัยในตนเองทะเลาะกับเจ้าหน้าที่สตาฟโค้ชเบื้องหลังในระหว่างฝึกซ้อม แถมไประเบิดอารมณ์คว้าคอใส่นักเตะของทีมนกนางนวลไบตันในการแข่งขันช่วงครึ่งหลังของพรีเมียร์ลีกอังกฤษทำให้ฝ่ายบริหารอาร์เซนอลตัดสินใจลงกราบกับเขาดองยาวไปอีกคน ซึ่งเมื่อเข้าสู่ช่วงซัมเมอร์ 2020 ก็มีข่าวว่าที่ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ทีมดังแห่งลีกเอิงฝรั่งเศสต้องการซื้อตัวเขา อย่างไรก็ตาม หลังจากปล่อยให้มีข่าวลือมานาน ผอ.ฝ่ายเทคนิค ของทีมดังจากฝรั่งเศสก็ได้ออกมากล่าวว่า ทีมของพวกเขาไม่เคยให้ความสนใจนักเตะของอาร์เซนอลคนนี้เลย ทำให้แฟนก่อนต้องคอยดูต่อไปว่าตกลงแล้วนักเตะคนนี้จะได้อยู่กับอาร์เซนอลต่อไปหรือถูกขายทิ้งออกไปจากทีม สามารถติดตามข่าวกีฬา ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น มากมายในเว็ปไซต์ได้เพิ่มเติม และขอบคุณที่มาของแหล่งข้อมูล Ufabetwin เว็บไซต์ที่ดีที่สุดตลอดกาล “เอ็มบั๊ปเป้” บอก ปารีสฯ จะต้องเริ่มใหม่ เพื่อไปถึงแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก“โรดริเกซ” โบกมือลา มาดริด ย้ายซบทีมใหม่ เอฟเวอร์ตันไม่รู้ว่าลีลาดี “มอยส์” เผย!สมัยคุมแมนยูเมินสัญญาทาบทามติอาโก้

“เอ็มบั๊ปเป้” บอก ปารีสฯ จะต้องเริ่มใหม่ เพื่อไปถึงแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก

เอ็มบั๊ปเป้

ในช่วงหลายเดือนก่อนเข้าสู่ช่วงตลาดนักเตะเปิดครั้งใหญ่ในช่วงซัมเมอร์ 2020 แฟนบอลวงการฟุตบอลยุโรปน่าจะพอทราบกันดีว่า มีนักเตะอยู่หลายคนที่มีข่าวลือหนาหูว่าทีมยักษ์ใหญ่ในวงการฟุตบอลอาชีพยุโรปกำลังให้ความสนใจแย่งซื้อตัวแน่นอนว่า ยิ่งมีข่าวนี้มากเท่าไหร่ ราคาของเจ้าตัวก็จะยิ่งสูงมากขึ้นไปด้วย ด้วยหนึ่งในนักเตะที่ตกเป็นข่าวลือนั่นก็คือ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ นักเตะดาวซัลโวชื่อดังแห่งทีมปารีส แซงต์-แชร์กแมง ทีมมหาเศรษฐีแห่งประเทศฝรั่งเศส  ซึ่งต้องขอบอกว่าเขาเป็นนักเตะที่มาแรงอีกคนหนึ่งโดยทีมยักษ์ใหญ่ของทวีปยุโรปที่ตกเป็นข่าว หรือว่าต้องการซื้อตัวเขาให้ย้ายไปร่วมทีมนั้น ก็เริ่มตั้งแต่หงส์แดง ลิเวอร์พูล ที่มีข่าวว่าต้องการเอ็มบั๊ปเป้ เสริมทัพลุยศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษฤดูกาลหน้า หากแต่เขาติดปัญหาที่ราคาค่าตัวของเจ้าตัวนั้นแพงจนเกินไปทำให้หงส์แดงตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเสียเงินซื้อเขาดีใหม่ ตามมาด้วยทีม มนุษย์ต่างดาว บาร์เซโลนา ที่มีข่าวลือหนาหูอีกเช่นเดียวกันว่า หากว่าทีมฟุตบอลชื่อดังแห่งลาลีกาลีกสเปนทีมนี้ ต้องเสีย ลีโอเนล เมสซี่ นักเตะชื่อดังประจำทีมไปแล้ว เขาก็จะดึงตัวเอ็มบั๊ปเป้จากทีมปารีสฯ มาใช้ทดแทนให้ได้ในซัมเมอร์ 2020 นี้ อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าคราวนี้เราจะไม่ต้องลุ้นกันแล้วเพราะ ลีโอเนล เมสซี่ เพิ่งทำการประกาศว่าจะอยู่กับทีมบาร์เซโลน่าต่อไป จนสิ้นสุดสัญญาในฤดูกาลหน้า ทำให้มนุษย์ต่างดาวไม่มีความจำเป็นต้องซื้อเอ็มบั๊ปเป้ อีกต่อไป โดยนักเตะกองหน้าชื่อดังคนนี้ถือว่ามีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ทีมปารีสฯ ประสบความสำเร็จในฤดูกาลที่ผ่านมา อีกทั้งเอ็มบัปเป้ยังเป็นนักเตะคนสำคัญที่ช่วยให้ทีมปารีสฯลุยศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาล 2019-2020 จนสามารถเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้ในครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรฟุตบอลแห่งนี้เลยทีเดียว หากแต่เป็นที่น่าเสียดายว่า ในท้ายที่สุดแล้วพวกเขาก็ต้องไปแพ้กับทีมดังจากประเทศเยอรมันอย่าง เสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค ไปอย่างน่าเสียดาย ซึ่ง "เอ็มบั๊ปเป้" ได้ให้สัมภาษณ์ เชื่อจะต้องคว้าแชมป์ยูฟ่า "เอ็มบั๊ปเป้" ได้ให้สัมภาษณ์ว่าแน่นอนตนเองนั้นเชื่อว่าทีมปารีสฯจะต้องสามารถคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกมาครองได้ในอนาคตอย่างแน่นอน เรามีความเชื่อแบบนั้น เพราะหากตัวเราไม่เชื่อมั่นในตนเองแล้วล่ะก็ คงไม่มีใครเชื่อมั่นในตัวเราแล้ว ฟุตบอลมันก็เป็นแบบนี้แหละ คุณต้องลืมความผิดหวังในเกมการแข่งขันนัดที่ผ่านมาให้ได้ ซึ่งก็มีหลายทีมที่ดันไปแพ้ในนัดชิงชนะเลิศในปีที่แล้ว แต่ก็สามารถคว้าแชมป์ได้สำเร็จในฤดูกาลที่ผ่านมา และเอ็มบั๊ปเป้ยังบอกอีกว่า จากการที่ทีมของตนเองถือว่าพัฒนาขึ้นเป็นอย่างมากจากการสามารถเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกได้ในครั้งนี้ เหตุผลนั้นก็เพราะก่อนหน้านี้ทีมฟุตบอลของเราเคยไปได้ไกลสุดแค่รอบก่อนรองชนะเลิศแค่นั้น แต่ตอนนี้เราสามารถฝ่ากำแพงที่เคยมีกันได้แล้ว และเอ็มบัปเป้มองว่าทีมของตนเองจะต้องเสริมทัพต่อไปให้ดี และจะต้องซื้อนักเตะฝีมือดีมาร่วมทีมให้มากขึ้นเพื่อเริ่มฤดูกาลใหม่ด้วยการตั้งเป้าหมายที่สูงขึ้นต่อไปให้ได้ สามารถติดตามข่าวกีฬา ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น มากมายในเว็ปไซต์ได้เพิ่มเติม และขอบคุณที่มาของแหล่งข้อมูล Ufa44 เว็บไซต์ที่ดีที่สุดตลอดกาล สื่อเผย! “แวร์เนอร์” ถูกทาบทามจากทีมใหญ่ก่อนโดนเชลซีสอยตัวราชันชุดขาว หวังปล่อย “แกเร็ธ เบล” เซฟค่าเหนื่อย 30 ล้านปอนด์“ตราโอเร่” ตัดสินใจถอนตัวจากสเปน หลังติดเชื้อโควิด-19