“Pirlo” กุนซือ และตำนาน ที่ต้องการแก้ตัวกับยูเวนตุสต่อไป

Andrea Pirlo

                เป็นอีกหนึ่งผู้จัดการทีมที่ต้องการพิสูจน์ตัวเองต่อไป สำหรับทางตำนานของ ยูเวนตุส อย่าง Andrea Pirlo ที่เพิ่งจะพาทีมเอาชนะนาโปลีไปได้และก้าวขึ้นที่สามในตารางกัลโช่ซีรีย์อา แม้ว่าพวกเขาจะยังมีแต้มห่างกับอินเตอร์มิลานที่เป็นจ่าฝูงอยู่ก็ตาม ซึ่งทางอดีตกองกลางจอมทัพก็ออกมายอมรับว่า เขาทำข้อผิดพลาดไว้มากมายในช่วงฤดูกาลแรกและเขาจะขอเรียนรู้กับทีมต่อไป หลังจากที่แฟนบอลส่วนใหญ่น่าจะผิดหวังกับผลงานของทีมที่ไม่ค่อยดีนักในปีนี้และอาจทำได้เพียงจบตารางด้วยการไปลุยถ้วยยุโรปเท่านั้น สิ่งที่ "Pirlo" ยอมรับก็คือเขาอาจจะพลาดในการบริหารทีมไปบ้าง                 และเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ในช่วงปีแรกกับยูเวนตุส แต่ทว่าพวกเขาจะไม่สร้างข้อผิดพลาดเหล่านี้อีก ทั้งกลุ่มทีมงานและตัวเขาเอง โดยเป้าหมายสำคัญของฤดูกาลนี้ก็คือการจบเหนืออันดับสี่ของตารางให้ได้และยังเหลืออีกประมาณสิบเกมให้ลงเล่น ซึ่งมันเป็นฤดูกาลสั้น ๆ สำหรับเขาที่ต้องเตรียมตัวเอาชนะในทุกแมตช์ที่เหลือ รวมถึงการคว้าแชมป์สักรายการอย่างโคปาอิตาเลียที่ทีม้าลายยังมีโอกาสประสบความสำเร็จในปีนี้                 การเข้ามาสู่ยูเวนตุสในฐานะผู้จัดการทีมของ Andrea Pirlo ก็จัดว่าเป็นเซอร์ไพรส์ครั้งหนึ่งของฤดูกาลก็ว่าได้ เนื่องจากกองกลางในตำนานคนนี้ไม่เคยมีโอกาสคุมทีมใดมาก่อนเลยในชีวิต แต่ทว่าการลาออกจากทีมของ Maurizio Sarri ผู้จัดการทีมคนก่อนหลังจากคว้าสคูเดตโต้มาครอง ได้ทำให้ยอดทีมจากกัลโช่ซีรีย์อาจำเป็นต้องทำการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ พร้อมความหวังจะเป็นแชมป์ยุโรปอีกครั้ง แต่ทว่าพวกเขาก็ต้องพ่ายแพ้ต่อเอฟซีปอร์โต้แบบไม่มีใครคาดคิดอีกด้วย                 หลายคนเชื่อว่า ยูเวนตุสในฤดูกาลหน้าจะต้องเสริมแกร่งอย่างแน่นอน เนื่องจากทางทีมมีแผนที่จะปรับสภาพผู้เล่นใหม่ทั้งหมด รวมถึงยังคงมีชื่อของ Cristiano Ronaldo อยู่กับทีมต่อไป ซึ่งพวกเขาก็คงจะต้องหานักเตะมาคอยสนับสนุนยอดดาวเตะคนนี้ให้ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะในกัลโช่ซีรีย์อาและถ้วยยุโรปนั่นเอง สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ และหากเพื่อนๆ อยากลงเดิมพัน หรือแทงบอลออนไลน์ สามารถเข้าร่วมสนุกได้ที่ ทางเข้าจีคลับ กับเว็บไซต์ที่กำลังมาแรงในเวลานี้ “เชลซี” กับสถิติใหม่ ที่เหล่าแฟนๆ สิงค์บูลไม่ได้อยากฟัง!!อิตาลี ฟอร์มดีบุกอัด บัลแกเรีย คาบ้าน! ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือกเมื่อปัญหาพฤติกรรมของ “Dybala” ทำให้กุนซือ ยูเวนตุส “Pirlo” ต้องปวดหัว

ปารีสแซงต์แชร์แมง กับ “Neymar Jr.” ที่โดนแบนสองเกมหลังจากเกมกับลีลล์

ปารีสแซงต์แชร์แมง

                แม้ว่า ปารีสแซงต์แชร์แมง จะเพิ่งเอาชนะบาเยิร์นมิวนิคจนได้เปรียบในฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกเลกแรกมาได้ แต่ทว่ากองหน้าตัวเก่งของพวกเขาอย่าง Neymar Jr. จะต้องพลาดลงเล่นในลีกเอิงไปถึงสองนัด หลังจากที่โดนแบนไปจากเหตุการณ์ปะทะคารมกับผู้เล่นของทีมลีลล์อย่าง Tiago Djalo เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเกมนี้จบลงด้วยชัยชนะของทีมหลังจนทำให้ยอดทีมเมืองน้ำหอมจะต้องรั้งอันดับสองของตาราง โดยจากเดิมใบเหลืองสองใบของ Neymar จะโดนลงโทษเพียงหนึ่งนัด แต่พฤติกรรมหลังจากนั้นทำให้ตัวเขาโดนสั่งแบนเพิ่มในที่สุด กองหน้าจาก "ปารีสแซงต์แชร์แมง" จะถูกโทษแบนยาวสองนัดด้วยกัน                 จากคำตัดสินของสมาคมฟุตบอลฝรั่งเศสในวันที่ 7 เมษายนนั้นก็ได้ประกาศว่ากองหน้าจากปารีสแซงต์แชร์แมงจะถูกโทษแบนยาวสองนัดด้วยกัน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือโทษแบนจากการโดนใบเหลืองที่สองนั่นเอง ส่วนเรื่องราวทั้งหมดได้เกิดขึ้นจากช่วงท้ายเกมที่เปเอสเชกำลังตามหลังคู่แข่งท้าชิงแชมป์ลีกเอิงอย่างลีลล์อยู่ 1-0 ก่อนที่ Neymar กับ Djalo จะมีการเล่นนอกเกมเกิดขึ้น จนทำให้ดาวเตะชาวบราซิลผลักคู่กรณีจนล้มลง รวมถึง Djalo ก็โดนไล่ออกจากคำพูดของตัวเองจนกระทั่งโดนแบนไปอีกหนึ่งแมตช์เช่นกัน                 แม้ว่าคำตัดสินของกรรมการอย่าง Benoit Bastien จะไล่นักเตะทั้งฝั่งปารีสแซงต์แชร์แมงกับลีลล์ไปก็ตาม แต่สุดท้ายทั้งสองคนก็ยังไปมีเรื่องกันต่อที่อุโมงค์ทางเข้าห้องแต่งตัวจนทำให้ทีมงานต้องมาห้ามเอาไว้ ก่อนที่จะจบเกมด้วยชัยชนะของต้นสังกัด Djalo และขึ้นไปอยู่บนหัวตารางเหนือทีมดังจากปารีส อีกทั้งยังมีทีมอื่นมาท้าแข่งอย่างโมนาโกกับโอลิมปิกลียงอีกด้วย นอกจากนี้ผลแบนยังทำให้ Neymar ไม่สามารถลงเล่นในเกมที่จะเจอกับสตราส์บูร์กและแซงต์เอเตียนนั่นเอง                 กว่า Neymar จะกลับมาลงสนามให้กับพวกเขาอีกครั้งนั้น ทางปารีสแซงต์แชร์แมงก็จะเหลือเกมให้เล่นในลีกเอิงเพียงห้าเกมเท่านั้น ซึ่งพวกเขาจำเป็นจะต้องหาทางกลับไปยึดตำแหน่งจ่าฝูงเพื่อรักาแชมป์ของตัวเองเอาไว้ให้ได้อีกครั้ง แม้ว่าเป้าหมายสำคัญจะเป็นการคว้าแชมป์ยูโรปให้ได้ก็ตาม สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ และหากเพื่อนๆ อยากลงเดิมพัน หรือแทงบอลออนไลน์ สามารถเข้าร่วมสนุกได้ที่ ทางเข้าจีคลับ กับเว็บไซต์ที่กำลังมาแรงในเวลานี้ “เชลซี” กับสถิติใหม่ ที่เหล่าแฟนๆ สิงค์บูลไม่ได้อยากฟัง!!อิตาลี ฟอร์มดีบุกอัด บัลแกเรีย คาบ้าน! ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือกเมื่อปัญหาพฤติกรรมของ “Dybala” ทำให้กุนซือ ยูเวนตุส “Pirlo” ต้องปวดหัว

“Davidson Sanchez” แข้ง สเปอร์ส เหยื่อของการเหยียดผิวจากความผิดพลาด

                เมื่อจบเกมที่น่าผิดหวังของท็อตแนมฮอต สเปอร์ส กับนิวคาสเซิลไปแล้ว ทีมเยือนจากลอนดอนที่ดูเหนือกว่ากลับทำได้แค่เพียงหนึ่งคะแนนกลับบ้านเท่านั้น หลังจากโดนทีเด็ดของเจ้าบ้านเล่นงานเข้าเต็ม ๆ ในช่วงท้ายเกม แต่ทว่าปัญหายังไม่จบแค่นั้น เพราะกองหลังทีมชาติโคลัมเบียของทีมไก่เดือยทองอย่าง Davidson Sanchez กลับโดนวิจารณ์อย่างหนักเพราะการเล่นที่ผิดพลาดจนทำให้สาลิกาดงสามารถทำเกมรุกขึ้นไปแล้วยิงประตูได้ในที่สุด ก่อนที่จะลามไปถึงการเหยียดผิวของเจ้าตัวจนทำให้เกิดเป็นกระแสข่าวขึ้นมาอีกครั้ง สิ่งที่ "Davidson Sanchez" เจอกลับไม่ใช่เรื่องของฟุตบอลแต่อย่างใด                 ต้องบอกว่าการที่สเปอร์สถูกตีเสมอได้สร้างความเสียหายไปไม่น้อย เนื่องจากพวกเขามีคะแนนห่างจากโซนไปยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีกเพียงสองคะแนนเท่านั้น แต่สิ่งที่ Sanchez เจอกลับไม่ใช่เรื่องของฟุตบอลแต่อย่างใดเมื่อเจ้าตัวโพสต์ภาพในอินสตาแกรมของตัวเองว่า เขาถูกเหยียดผิวและเอ่ยปากว่า คนในสังคมยังไม่ได้เปลี่ยนความคิดเรื่องนี้แต่อย่างใด จนกระทั่งทางสโมสรจะต้องออกมาแถลงอย่างจริงจังอีกครั้งกับสิ่งที่เกิดขึ้นและทีมจะขอยืนเคียงข้างกับ Sanchez ในสังคมเพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีต่อไปนั่นเอง                 ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่นมานั้น นอกจากกองหลังของสเปอร์สแล้วก็ยังมีผู้เล่นหลายคนที่ถูกเหยียดผิวไม่ว่าจะเป็น Jamal Lowe ผู้เล่นของทีมหงส์ขาวสวอนซีหรือจะเป็นนักเตะของเวสต์บรอมวิชอัลเบี้ยนที่เพิ่งจะสามารถพลิกล็อคเอาชนะเชลซีมาได้ 2-5 ที่มาโดนกระแสวิจารณ์ในเวลาต่อมา จนกระทั่งสโมสรมวยโลกจะดำเนินการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไปเป็นที่เรียบร้อย ด้านตำนานของวงการฟุตบอลอย่าง Thierry Henry ยังเคยประกาศวางมือจากสังคมออนไลน์เนื่องจากการแสดงความเห็นที่ไร้ความรับผิดชอบอีกด้วย                 ด้านสเปอร์สเองก็คงไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและคงจะต้องการเปลี่ยนสังคมรอบสโมสรให้ดีขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน ซึ่งทาง Sanchez เองก็คงจะต้องไปปรับปรุงถึงผลงานในสนามเช่นกัน เนื่องจากทีมต้นสังกัดกำลังไล่ล่าพื้นที่แชมป์เปี้ยนส์ลีกอยู่และพวกเขาคงไม่ต้องการจะพลาดอีกเป็นครั้งที่สองนั่นเอง สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ และหากเพื่อนๆ อยากลงเดิมพัน หรือแทงบอลออนไลน์ สามารถเข้าร่วมสนุกได้ที่ ทางเข้าจีคลับ กับเว็บไซต์ที่กำลังมาแรงในเวลานี้ ดอลเบิร์ก และ ดัมสการ์ด ซัดประตูให้ เดนมาร์ก งัดฟอร์มโหดยำ มอลโดวา เละเทะ!“แฮร์รี่ เคน” แบก! ทั้งยิงทั้งจ่ายพาทีมชาติ อังกฤษ เฮ 2 เกมติดแฟนหงส์ปลื้ม! ซาดิโอ มาเน่ ปลุกแข้ง “ลิเวอร์พูล” รวมพลังพาทีมผ่านวิกฤติ

บาเยิร์นมิวนิค โดน “Thomas Muller” ที่ออกมาวิจารณ์เกมรุกของ

บาเยิร์นมิวนิค

                เป็นการโดนเอาคืนอย่างน่าเจ็บใจของ บาเยิร์นมิวนิค ที่โดนทีเด็ดของปารีสแซงต์แชร์แมงจนทำให้แพ้คาบ้านในรอบแปดทีมสุดท้ายของรายการยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งเกมได้จบลงด้วยสกอร์ 2-3 และทางทีมเสือใต้จะต้องกลับไปแข่งขันอีกครั้งในสนามของทีมดังจากลีกเอิงพร้อมกับต้องชนะถึง 2-0 เพื่อเข้ารอบอีกด้วย โดยทาง Thomas Muller ได้ออกมาวิจารณ์เกมรุกของทีมว่า พวกเขาไม่สามารถทำได้ดีอย่างที่ต้องการและส่วนหนึ่งก็คงเป็นเพราะการขาดหายไปของกองหน้าอย่าง Robert Lewandowski และตัวรุกอย่าง Serge Gnabry นั่นเอง                 จากเดิมนั้นทางบาเยิร์นมิวนิคได้ถูกขึ้นไปก่อนถึง 2-0 จาก Kylian Mbappe ตั้งแต่นาทีที่ 3 ก่อนทาง Marquinhos จะมายิงประตูเพิ่มให้กับทีมในนาทีที่ 28 จนกระทั่งเสือใต้แห่งเยอรมันจะสามารถตีตื้นขึ้นมาได้เป็น 2-2 จากทาง Eric Maxim Choupo-Moting กับ Muller นั่นเอง แต่ทว่าความฝันที่จะถือแต้มต่อของพวกเขาก็จบลง เมื่อ Mbappe สามารถยิงประตูที่สองของตัวเองได้และทำให้ต้นสังกัดเอาชนะไปได้ 3-2 พร้อมกับล้างแค้นไปได้จากการที่พวกเขาต้องตกเป็นรองแชมป์รายการแชมเปี้ยนส์ลีกในฤดูกาลที่ผ่านมา ทางจอมทัพของ บาเยิร์นมิวนิค อย่าง "Thomas Muller" ก็ออกมาวิจารณ์ทีมตัวเองว่า                 พวกเขาควรจะทำเกมรุกได้ดีกว่านี้และหากพวกเขาแพ้ในสกอร์ 6-3 ก็คงไม่มีอะไรจะต้องวิจารณ์แล้วอีกด้วย รวมถึงตัวรุกชาวเยอรมันก็ไม่ได้เป็นห่วงแผงหลังของตัวเองมากเท่าไหร่นัก แม้ว่าผู้เล่นประจำแดนรับจะสร้างข้อผิดพลาดในเกมก็ตาม แต่เขากลับมองว่า นี่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ของจ่าฝูงบุนเดสลีกาตอนนี้และถ้าเกมรุกของพวกเขาทำได้ดี ผลลัพธ์ของเกมก็จะออกเป็นอีกหน้าหนึ่งอย่างแน่นอน                 โชคยังดีที่สกอร์ของเกมห่างกันเพียงลูกเดียว ซึ่งทางบาเยิร์นมิวนิคต้องการเข้ารอบก็ต้องเอาชนะคู่แข่งจากปารีสให้ได้มากกว่า 1 ลูกหรือเอาชนะไปได้ด้วยสกอร์ 4-3 เป็นอย่างต่ำนั่นเอง โดยทางผู้ชนะรายการแชมเปี้ยนส์ลีกปีที่แล้วก็คงต้องการป้องกันแชมป์ให้ได้ในปีนี้และไม่จบเพียงรอบแปดทีมเช่นกัน สามารถติดตาม ข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ และหากเพื่อนๆ อยากลงเดิมพัน หรือแทงบอลออนไลน์ สามารถเข้าร่วมสนุกได้ที่ ทางเข้าจีคลับ กับเว็บไซต์ที่กำลังมาแรงในเวลานี้ “เชลซี” กับสถิติใหม่ ที่เหล่าแฟนๆ สิงค์บูลไม่ได้อยากฟัง!!อิตาลี ฟอร์มดีบุกอัด บัลแกเรีย คาบ้าน! ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือกเมื่อปัญหาพฤติกรรมของ “Dybala” ทำให้กุนซือ ยูเวนตุส “Pirlo” ต้องปวดหัว

“เชลซี” กับสถิติใหม่ ที่เหล่าแฟนๆ สิงค์บูลไม่ได้อยากฟัง!!

เชลซี

                หลังจากที่พลาดท่าแพ้ให้กับทีมหนีตกชั้นไปแล้วนั้น ทาง เชลซี ก็ได้สร้างสถิติที่ไม่น่าจดจำของพวกเขาไปเป็นที่เรียบร้อย เมื่อพวกเขาที่ไม่แพ้ใครมาก่อนหน้าถึง 14 เกม ก่อนที่ในเกมกับเวสต์บรอมวิชอัลเบี้ยน ทาง Christian Pulisic จะพาทีมนำได้อย่างรวดเร็วตั้งแต่นาที่ 27 แต่จุดเปลี่ยนจากการโดนไล่ออกของ Thiago Silva ได้ทำให้ทีมเหลือสิบคนก่อนจะโดนน้องใหม่ประจำพรีเมียร์ลีกปีนี้ไล่บี้จนแพ้ไปถึง 2-5 ซึ่งเป็นสถิติใหม่ทั้งเรื่องการเสียประตูและอายุของนักเตะที่โดนไล่ออกจากสนามเลยนั่นเอง สถิติแรกที่แฟน"เชลซี"ต้องการจะลืมก็คือ                 ทีมเวสต์บรอมวิชกลายเป็นสโมสรแรกที่สามารถยิงประตูไล่สิงโตน้ำเงินครามได้มากถึงแปดลูกภายในหนึ่งฤดูกาลและไม่เคยมีทีมใดทำได้มาก่อน ไม่ว่าจะเป็นแมนเชสเตอร์ซิตี้และยูไนเต็ด รวมไปถึงลิเวอร์พูลหรืออาร์เซน่อลก็ตาม โดยสิ่งที่น่าแปลกใจที่สุดก็คือทีมมวยโลกในฤดูกาลนี้กลับเป็นทีมจอมฝืดที่ไม่ค่อยทำประตูได้บ่อยเท่าไหร่นัก แต่กลับสามารถมายิงประตูได้ถึงถิ่นสแตมฟอร์ดบริดจ์ที่นำโดย Thomas Tuchel ผู้แข็งแกร่งจนแฟนบอลไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง                 นอกจากนี้ทาง Thiago Silva ก็เป็นนักเตะอายุมากที่สุดของเชลซีที่โดนไล่ออกจากสนามไปในวัย 36 ปี ส่วนทางด้านผู้จัดการทีมของเวสต์บรอมวิชอย่าง Sam Allardyce  ก็กลายเป็นกุนซือคนแรกที่สามารถพาทีมในพรีเมียร์ลีกถึงสามสโมสรมาชนะสิงโตน้ำเงินครามได้ถึงถิ่นสแตมฟอร์ดบริดจ์จากผลงานในทีมโบลตันวันเดอเรอส์และคริสตัลพาเลซนั่นเอง โดยทาง Tuchel ก็ออกมายอมรับว่า การลงเล่นเพียงสิบคนเป็นเรื่องที่แตกต่างจากปกติ แต่เขาก็ไม่คาดคิดเช่นกันว่าทีมจะโดนยิงไปถึงห้าประตูเลยทีเดียว                 จะบอกว่าเชลซีโชคร้ายก็ว่าได้ เมื่อ Silva เองก็มีเจตนาบังบอลเท่านั้น แต่สุดท้ายกลับโดนผู้เล่นของทีมเยือนจนกลายเป็นใบเหลืองที่สองอย่างรวดเร็วและจังหวะการทำประตูของทีมมวยโลกที่วางบอลได้แม่นยำจนกลายเป็นประตูตีเสมอและเปลี่ยนเกมให้อยู่ในมือของพวกเขานั่นเอง สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ และหากเพื่อนๆ อยากลงเดิมพัน หรือแทงบอลออนไลน์ สามารถเข้าร่วมสนุกได้ที่ gclub casino กับเว็บไซต์ที่กำลังมาแรงในเวลานี้ ดอลเบิร์ก และ ดัมสการ์ด ซัดประตูให้ เดนมาร์ก งัดฟอร์มโหดยำ มอลโดวา เละเทะ!“แฮร์รี่ เคน” แบก! ทั้งยิงทั้งจ่ายพาทีมชาติ อังกฤษ เฮ 2 เกมติดแฟนหงส์ปลื้ม! ซาดิโอ มาเน่ ปลุกแข้ง “ลิเวอร์พูล” รวมพลังพาทีมผ่านวิกฤติ

อิตาลี ฟอร์มดีบุกอัด บัลแกเรีย คาบ้าน! ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก

อิตาลี

                อิตาลี อดีตแชมป์โลก 4 สมัย โชว์ฟอร์มสุดยอดหลังยกพลบุกไปเอาชนะ บัลแกเรีย ไปด้วยสกอร์ 2 – 0 ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา                 ศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือกโซนยุโรป เป็นเกมในกลุ่มซี บัลแกเรีย เจ้าบ้านเปิดสนาม “สตาดิโอน วาซิล เลฟสกี้” ต้อนรับการมาเยือนของทีมชาติอิตาลี เจ้าของแชมป์โลก 4 สมัย โดยเกมนี้ โรแบร์โต้ มันชินี่ กุนซือของ “อัซซูรี่” ส่ง 3 ประสานในแดนหน้าอย่าง ลอเรนโซ อินซิเย, อันเดรีย เบล็อตติ และ เฟเดริโก้ เคียซ่า ลงล่าตาข่ายพร้อมกัน เริ่ม 45 นาทีแรก อิตาลี ครองเกมได้อยู่ฝ่ายเดียว แต่รูปเกมยังดูเนือยๆ ไม่มีโอกาสเข้าทำที่จะแจ้ง                 และกว่าจะได้ประตูแรกต้องรอถึงนาทีที่ 43 จากจังหวะที่ อันเดรีย เบล็อตติ พาบอลตะลุยเข้าเขตโทษก่อนจะโดน ดาเนี่ยล ดิมอฟ ดึงล้มลงในเขตโทษ ผู้ตัดสินไม่รอช้าเป่าเป็นจุดโทษทันที และเป็นดาวยิงจากโตริโน่ที่ลุกขึ้นมาสังหารเองอย่างเด็ดขาดพา อิตาลี ออกนำ บัลแกเรีย 1 – 0 และจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้                 ครึ่งหลังเกมยังคงเป็นของอิตาลีแทบจะ 100% และในนาที 72 อิตาลีก็เกือบจะหนีห่างเป็น 0 – 2 จากจังหวะที่ มาร์โก แวร์รัตติ โชว์สกิลการจ่ายบอล จ่ายข้ามกองหลัง บัลแกเรีย ให้กับ อันเดรีย เบล็อตติ ได้หลุดเข้าไปตักบอลข้ามมือนายทวารเจ้าบ้านไปแล้ว แต่บอลกระเด้งชนเสาแต่ยังเด้งมาเข้าทาง เบล็อตติ อีกครั้ง แต่คราวนี้เจ้าตัวกลับตั้งตัวไม่ทันซัดข้ามคานไปอย่างเหลือเชื่อ                 อย่างไรก็ตามในนาที 82 อิตาลีก็มาได้ประตูที่ 2 สมใจ จากจังหวะที่ ลอเรนโซ่ อินซิเย ไหลบอลเข้ากลางมาให้กับ มานูเอล โลคาเตลลี่ ดาวยิงตัวสำรองก่อนที่ โลคาเตลลี่ จะปั่นบอลโค้งพุ่งเสียบเสาไกลอย่างงดงาม จากนั้นทั้งสองทีมทำอะไรกันไม่ได้และไม่มีสกอร์เพิ่มเติม จบ 90 นาที อิตาลีบุกมาเอาชนะ บัลแกเรีย ไป 2 – 0 สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ และหากเพื่อนๆ อยากลงเดิมพัน หรือแทงบอลออนไลน์

เมื่อปัญหาพฤติกรรมของ “Dybala” ทำให้กุนซือ ยูเวนตุส “Pirlo” ต้องปวดหัว

ยูเวนตุส

                ด้วยความที่สโมสร ยูเวนตุส กำลังมีเกมสำคัญที่จะต้องลงเล่นดาร์บี้แมตช์กับโตริโน่ แต่ทว่าทางผู้จัดการทีมอย่าง Andrea Pirlo กลับต้องปวดหัว เนื่องจากกองหน้าของทีมอย่าง Paulo Dybala  และกองกลาง Weston McKennie กลับไปละเมิดมาตรารักษาระยะห่างทางสังคม ซึ่งอาจมีผลต่อการเสี่ยงติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพราะมีเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียงกับทั้งสองคนไปเจอพวกเขากำลังรวมตัวทำอะไรบางอย่างที่บ้านของ McKennie อีกทั้งไม่มีใครใส่หน้ากากอนามัยเลยอีกด้วย จนน่าจะทำให้พวกเขาไม่ได้ลงสนามในเกมสำคัญนี้อย่างแน่นอน เพื่อนของนักเตะ "ยูเวนตุส" ทั้งสองได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า                 เขาเห็นผู้หญิงเดินทางไปที่บ้านหลังนั้นและการรวมตัวทานอาหารกันก็เป็นสิ่งต้องห้ามในเวลาที่ลำบากแบบนี้ รวมถึงตอนนี้ก็มีการใช้กฎเคอร์ฟิวอยู่จนทำให้เขาตัดสินใจโทรหาเข้าหน้าที่มาที่บ้านหลังนั้น ก่อนที่เรื่องจะจบลงด้วยการจ่ายค่าปรับของทุกคนที่เกี่ยวข้องในที่แห่งนั้นนั่นเอง อีกทั้งทางเพื่อนบ้านที่เป็นแฟนบอลของทีมม้าลายก็ออกมาพูดด้วยความเสียใจว่า เขาจำเป็นต้องทำแบบนี้และต้องการให้นักเตะสนใจผลงานในสนามมากกว่าจะมาพบปะกันนั่นเอง                 เมื่อกองหน้าของยูเวนตุสสำนึกผิดแล้วนั้น Dybala ก็ออกมาชี้แจงสิ่งที่เกิดขึ้นว่า มันเป็นช่วงที่คนทั้งโลกกำลังลำบากจากไวรัสโควิด-19 ซึ่งเขาก็ไม่ควรจะทำผิดพลาดอย่างที่เห็นและต้องยอมรับผิดที่ตัดสินใจไปกินข้าวบ้านเพื่อนอย่างนั้น นอกจากนี้ตัวเขายังเสี่ยงที่จะถูกสโมสรปล่อยตัวออกไปจากตูรินอีกด้วย หลังจากที่ก่อนหน้านี้เขาจะได้รับการสนับสนุนก็ตาม แต่ทว่าการละเมิดกฎครั้งนี้น่าจะทำให้ผู้จัดการทีมอย่าง Pirlo ต้องปวดหัวและคงต้องตัดชื่อของนักเตะเจ้าปัญหาออกไปอย่างช่วยไม่ได้                 ปัจจุบันผลงานของยูเวนตุสก็น่าจะเป็นปัญหาอยู่ไม่น้อย ทั้งการตามหลังจ่าฝูงในกัลโช่ซีรีย์อาและการพลาดถ้วยแชมป์เปี้ยนส์ลีกไปอีกหนึ่งปี รวมถึงยังต้องมาเจอปัญหาโควิดที่ยังไม่หยุดแพร่ระบาดจนทำให้ปีนี้อาจไม่น่าจดจำของทีมม้าลายเลยทีเดียว สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ และหากเพื่อนๆ อยากลงเดิมพัน หรือแทงบอลออนไลน์ สามารถเข้าร่วมสนุกได้ที่ สล็อตแตกง่าย กับเว็บไซต์ที่กำลังมาแรงในเวลานี้ ดอลเบิร์ก และ ดัมสการ์ด ซัดประตูให้ เดนมาร์ก งัดฟอร์มโหดยำ มอลโดวา เละเทะ!“แฮร์รี่ เคน” แบก! ทั้งยิงทั้งจ่ายพาทีมชาติ อังกฤษ เฮ 2 เกมติดแฟนหงส์ปลื้ม! ซาดิโอ มาเน่ ปลุกแข้ง “ลิเวอร์พูล” รวมพลังพาทีมผ่านวิกฤติ

เอเยนต์ของ “Jorginho” แข้ง เชลซี ที่ออกมายืนยันว่า จะอยู่กับทีมต่อไป

Jorginho

                กลายเป็นนักเตะที่มีข่าวอยากกลับบ้านไปอีกคน สำหรับทาง Jorginho กองกลางชาวอิตาลีของสโมสร เชลซี ที่อาจไม่ได้ต้องการอาศัยอยู่ในประเทศอังกฤษอีกต่อไปแล้ว เนื่องจากสภาพอากาศที่ย่ำแย่เกือบทั้งปีและอากาศที่ประเทศบ้านเกิดยังดีกว่านั่นเอง แต่ทว่าทางเอเยนต์ส่วนตัวของเขาได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือและยืนยันว่า ลูกค้าของเขาจะอยู่กับทีมสิงโตน้ำเงินครามต่อไปอย่างแน่นอน แม้ว่าจะมีข่าวลือว่านาโปลีเตรียมจะมาทาบทามกองกลางรายนี้กลับไปยังเล่นในลีกกัลโช่ซีรีย์อาก็ตาม สิ่งที่เอเยนต์ของกองกลางตัวทำเกมอย่าง "Jorginho" ก็คือ                 มิดฟิลด์คนนี้ยังมีสัญญาอยู่กับเชลซีอยู่อีกสองปีด้วยกัน ซึ่งเขาก็สนใจเพียงแค่การลงเล่นในฟุตบอลยูโรและฟุตบอลโลกที่ประเทศกาตาร์เท่านั้นและเขาจะยังอยู่กับทีมต้นสังกัดต่อไปอย่างแน่นอน ส่วนเรื่องการขยายสัญญาของดาวเตะวัย 29 ปีนั้น ทางเอเยนต์ก็ออกมาเปิดเผยเพิ่มอีกว่า เขาน่าจะเริ่มเจรจากับสโมสรในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้าอีกด้วย แม้ว่าจะมีข่าวถึงการกลับไปยังทีมเก่าอย่างนาโปลีที่เจ้าตัวก็คงไม่ปิดโอกาสจะกลับไปอดีตต้นสังกัดเช่นกัน                 ทาง Jorginho นั้นได้ย้ายมาสู่เชลซีพร้อมกับอดีตผู้จัดการทีมอย่าง Maurizio Sarri ซึ่งก็ทำให้ทีมสิงโตน้ำเงินครามในเวลานั้นเล่นแผนซาร์รี่บอลไม่ต่างจากนาโปลีเช่นกัน ก่อนที่ Sarri จะถูกไล่ออกจากสโมสรหลังจากอยู่กับทีมได้เพียงปีเดียวเท่านั้น แต่ทว่ากองกลางคนนี้ยังคงอยู่กับทีมต่อไปพร้อมกับเป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีม แม้ว่าทีมดังจากลอนดอนจะเปลี่ยนตัวผู้จัดการทีมมาเป็น Frank Lampard และ Thomas Tuchel ในปัจจุบัน โดยเจ้าตัวสามารถยิงไปได้ถึง 16 ประตูหลังจากรับหน้ที่ลูกตั้งเตะมานานนั่นเอง                 เชื่อว่าชื่อของ Jorginho ก็คงจะเนื้อหอมสำหรับทีมในกัลโช่ซีรีย์อาต่อไป แม้ว่ากองกลางคนสำคัญของเชลซีน่าจะอยู่กับทีมต่อไปในระยะยาวก็ตาม โดยผลงานของทีมในเวลานี้ก็ถือว่าแข็งแกร่งอย่างมากและน่าจะมีโอกาสประสบความสำเร็จในเวลาไม่นานอีกด้วย สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ และหากเพื่อนๆ อยากลงเดิมพัน หรือแทงบอลออนไลน์ สามารถเข้าร่วมสนุกเดิมพันกันมันส์มือได้ที่ทางเข้าจีคลับของเรา กับเว็บไซต์ที่กำลังมาแรงในเวลานี้ ดอลเบิร์ก และ ดัมสการ์ด ซัดประตูให้ เดนมาร์ก งัดฟอร์มโหดยำ มอลโดวา เละเทะ!“แฮร์รี่ เคน” แบก! ทั้งยิงทั้งจ่ายพาทีมชาติ อังกฤษ เฮ 2 เกมติดแฟนหงส์ปลื้ม! ซาดิโอ มาเน่ ปลุกแข้ง “ลิเวอร์พูล” รวมพลังพาทีมผ่านวิกฤติ

“Michy Batshuayi” ที่ไม่ได้รับความเชื่อใจในสโมสร เชลซี

Michy Batshuayi

                 อาจจะเป็นกองหน้าที่ยังไม่ได้พิสูจน์ตัวเองมากนัก สำหรับ Michy Batshuayi ผู้เล่นตัวยืมของเชลซีที่ถูกส่งมายังสโมสรใกล้เคียงอย่างคริสตัลพาเลซ ซึ่งเจ้าตัวก็ออกมาเปิดเผยความในใจว่า ตัวเขายังรู้สึกว่าทีมชาติเบลเยี่ยมไว้ใจตัวเขามากกว่าการลงเล่นอยู่ในสโมสรอีกด้วย โดยทาง Batshuayi เป็นคนทำประตูแรกให้กับบ้านเกิดในเกมที่เจอกับทีมชาติเบลารุส พร้อมกับจบเกมไปด้วยสกอร์ 8-0 เลยทีเดียว แต่ทว่าแปดประตูก็เป็นตัวเลขที่ศูนย์คนนี้ทำไปได้ตลอดฤดูกาลที่ผ่านมาเช่นกัน ทาง "Michy Batshuayi" มองว่า ตัวเขาไม่ได้รับความเชื่อใจจากผู้จัดการทีม                 อย่าง Roy Hodgson มากนัก โดยกองหน้าทีมชาติเบลเยี่ยมได้ออกมาพูดว่า การมาลงเล่นให้กับทีมชาติเบลเยี่ยมนั้นเป็นการเติมพลังในชีวิตของเขาอย่างมาก เนื่องจากการลงเล่นในนามสโมสรไม่ได้เป็นสิ่งที่น่าพอใจสำหรับเขานัก เพราะทีมงาน ผู้เล่นและระบบของทั้งสองทีมมีความแตกต่างกัน รวมถึงคนในทีมยังมีความเชื่อใจในตัวของเขามากกว่า เนื่องจากกุนซือเบลเยี่ยมอย่าง Roberto Martinez ก็มักจะพูดคุยกับเขาอยู่เป็นประจำอีกด้วย                 ตามสถิติที่กองหน้าคนนี้ทำไว้กับทีมชาตินั้นถือว่า น่าประทับใจอย่างมากจากการลงเล่นไปทั้งสิ้น 33 เกมและทำไปได้ถึง 22 ประตู แต่ทว่าในนามสโมสรนั้น เขาไม่ได้มีช่วงเวลาที่ดีนับตั้งแต่ออกมาจากทีมโอลิมปิคมาร์กเซย โดยการลงเล่นให้กับเชลซีส่วนใหญ่ก็เริ่มต้นมาจากม้านั่งสำรองทั้งนั้น ก่อนที่ต่อมาเขาจะถูกส่งต่อไปยังต่างแดนทั้งโบรุสเซียดอร์ทมุนด์หรือบาเลนเซีย จนกระทั่งย้ายไปสู่คริสตัลพาเลซในฤดูกาลนี้ ซึ่งเจ้าตัวก็ทำไปได้เพียงหนึ่งประตูจากการลงเล่นถึง 18 นัด จนเป็นเรื่องน่าผิดหวังไม่น้อยเช่นกัน                 ด้านอนาคตของกองหน้าชาวเบลเยี่ยมก็คงจะต้องติดตามต่อไป เนื่องจากสัญญายืมตัวกับคริสตัลพาเลซก็จะหมดลงหลังจากจบฤดูกาลนี้เช่นเดียวกับทางเชลซีต้นสังกัดที่แท้จริงก็จะหมดสัญญาเช่นกัน ซึ่งเจ้าตัวก็คงจะต้องหาทางออกไปลงสนามเป็นประจำเพื่อโอกาสในการลงเล่นทีมชาติต่อไปนั่นเอง สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ และหากเพื่อนๆ อยากลงเดิมพัน หรือแทงบอลออนไลน์ สามารถเข้าร่วมสนุกได้ กับเว็บไซต์ที่กำลังมาแรงในเวลานี้ ดอลเบิร์ก และ ดัมสการ์ด ซัดประตูให้ เดนมาร์ก งัดฟอร์มโหดยำ มอลโดวา เละเทะ!“แฮร์รี่ เคน” แบก! ทั้งยิงทั้งจ่ายพาทีมชาติ อังกฤษ เฮ 2 เกมติดแฟนหงส์ปลื้ม! ซาดิโอ มาเน่ ปลุกแข้ง “ลิเวอร์พูล” รวมพลังพาทีมผ่านวิกฤติ

ดอลเบิร์ก และ ดัมสการ์ด ซัดประตูให้ เดนมาร์ก งัดฟอร์มโหดยำ มอลโดวา เละเทะ!

เดนมาร์ก ยำ มอลโดวา

                แคสเปอร์ ดอลเบิร์ก และ มิคเคล ดัมสการ์ด ซัดกันคนละ 2 ประตูพา เดนมาร์ก ไล่ถล่มเอาชนะ มอลโดวา ไปแบบขาดลอย 8 – 0 ศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา                 ศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนยุโรป กลุ่ม เอฟ เป็นเกมที่สนาม “เอ็มซีเอช อารีน่า” เดนมาร์กเจ้าบ้านต้อนรับการมาเยือนของ มอลโดวา โดยเกมแรกนั้นเดนมาร์ก เอาชนะ อิสราเอล มาได้ 2 – 0 ส่วนทีมเยือนมอลโดวาทำได้แค่เสมอกับหมู่เกาะแฟโรห์มา 1 – 1 เริ่มครึ่งแรกมาได้ 19 นาที เจ้าบ้าน "เดนมาร์ก" ก็มาได้ประตูขึ้นนำ มอลโดวา 1 – 0                 จากการยิงจุดโทษของ แคสเปอร์ ดอลเบิร์ก ดาวยิงจากนีซ ก่อนที่อีก 3 นาทีถัดมา “โคนม” มาหนีห่างเป็น 2 – 0 อย่างรวดเร็วจากจังหวะที่ อันเดรียส สโคฟ โอลเซ่น จ่ายให้กับ มิคเคล ดัมสการ์ด สังหารเข้าไป                 จากนั้นสกอร์ของเดนมาร์กก็ไหลเป็นน้ำ มาหนีห่างเป็น 3 – 0 ในนาที 29 จากผลงานของ ดัมสการ์ด คนเดิม และคนที่จ่ายบอลก็เป็น สโคฟ โอลเซ่น เจ้าเดิม จากนั้นนาที 35 เดนมาร์กนำห่างสุดกู่ 4 – 0 คราวนี้เป็นคิวของ เยนส์ สตีเกอร์ ลาร์สเซ่น และคนจ่ายเป็น นิโคไล โบลีเซ่น                 เท่านั้นยังไม่พอในนาที 39 เดนมาร์กหนี มอลโดวา แบบห่างไกลถึง 5 – 0 จากผลงานของ มัทเธียส เยนเซ่น จบ 45 นาทีแรก เดนมาร์กนำมอลโดวา 5 – 0 เรียกได้ว่าแทบจะปิดเกมแน่นอนแล้ว                 เริ่มครึ่งหลังมาได้เพียงแค่ 3 นาที เดนมาร์กก็มาได้ประตูที่ 6