สรุปผลการแข่งขันศึกฟุตบอล ไทยลีก 2 นัดที่ 16 คู่วันเสาร์

ไทยลีก 2

        เกม ไทยลีก 2 คู่วันเสาร์มีคิวลงเตะกันทั้งหมด 5 คู่ คู่แรก อยุธยา ยูไนเต็ด เปิดบ้านชนะ ระนอง ยูไนเต็ด 3-1 ทำให้กลายเป็นทีมฟอร์มแรงที่สุดนับตั้งแต่รีสตาร์ท เพราะก่อนพักเบรกโควิด-19 แข่ง 4 นัด แพ้ 3 เสมอ 1 จมอยู่ในโซนท้ายตาราง แต่พอกลับมาลงเตะอีกครั้งทัพนักรบกรุงศรีก็ใช้ดาบไล่ฟันคู่แข่งจนพังพินาศ  กระทั่งทะยานขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 6 นั่นจึงเท่ากับว่ามีลุ้นเลื่อนชั้นเต็มตัว ส่วนฉลามอันดามันอยู่กลางตารางในอันดับที่ 9 ซึ่งการขึ้นชั้นมาแบบไฟไหม้ในฐานะทีมสุดท้ายถือว่ายอดเยี่ยมแล้ว              ข้ามไปดูเกมที่ศรีนครลำดวน ศรีสะเกษ เอฟซี ทำได้เพียงเสมอกับแพร่ ยูไนเต็ด แบบไร้สกอร์ 0-0 เป้าหมายของกูปรีอันตรายที่หวังจะเลื่อนชั้นคงต้องหยุคิดไปก่อน เพราะตอนนี้ยังคงอยู่ในโซนท้ายตาราง ส่วนม้าคะนองศึก การแชร์แต้มในนัดนี้ถือว่าไม่เสียหายนัก เนื่องจากทีมยังอยู่ในพื้นที่เพลย์ออฟเลื่อนชั้น   ไทยลีก 2 คู่ระหว่าง อุดรธานี เอฟซี ปะทะ เชียงใหม่ เอฟซี         ส่วนยักษ์แสด อุดรธานี เอฟซี คว้า 3 แต้มใหญ่จากผู้มาเยือนอย่าง เชียงใหม่ เอฟซี 2-0 ทำให้เจ้าบ้านหายใจคล่องคอขึ้นสำหรับการหนีโซนตกชั้น แต่เสียหายสำหรับพยัคฆ์ล้านนาที่วนเวียนอยู่ในกลุ่มหัวตารางมาตลอด หลังจบสัปดาห์นี้หลุดจากโซนเพลย์ออฟเลื่อนชั้นเรียบร้อย ซึ่งโดนอยุธยาปาดหน้าไปแล้ว 1 คะแนน         ขณะที่เกมลุ้นหนีตกชั้น สมุทรสาคร เอฟซี เปิดบ้านชนะ ขอนแก่น เอฟซี 2-0 แต่ถึงกระนั้นสำเภามหาชัยยังไม่พ้นขีดอันตราย เพราะแต้มยังตามโซนปลอดภัยอยู่ถึง 4 คะแนน ทำให้ปีที่ 3 ของการอยู่ในลีกรองต้องดิ้นรนหนีตกชั้นต่อไป ส่วนฝั่งไดโนเสาร์พิฆาตถือว่าเสียหาย เพราะทีมในโซนแดงทำแต้มไล่จี้หลังเหลือแค่แต้มเดียวแล้ว             เกมคู่สุดท้ายของวัน ขอนแก่น ยูไนเต็ด เปิดบ้านถล่ม เกษตรศาสตร์ เอฟซี 4-1 สำหรับทัพจงอางผยองถือว่ากลับสู่ฝั่งได้สำเร็จ หลังจากออกทะเลด้วยการแพ้รวดไป 3 นัด ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงเพราะร่วงไปไกลถึงอันดับที่ 6 ก่อนที่ชัยชนะ 2 นัดรวดในเกมล่าสุดจะทำให้ทีมกลับมาอยู่ในจุดเดิมอีกครั้ง ขณะที่ทัพนาคามรกต การพ่ายแพ้ในเกมนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเจ้าบ้านแข็งแกร่งกว่าทุกแง่มุม    สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้  วิเคราะห์-ฟันธงศึกฟุตบอล ไทยลีก 1 นัดที่ 15 (คู่วันศุกร์)แฟนหมาป่าขับเครื่องบินพร้อมป้ายผ้าให้ “ราอูล” หายโดยเร็ว“คาร์ราเกอร์” ออกมาเตือน “อาร์เตต้า” อย่าพยายามเลียนแบบทัพเรือ

วิเคราะห์-ฟันธงศึกฟุตบอล ไทยลีก 1 นัดที่ 15 (คู่วันศุกร์)

        ฟุตบอล ไทยลีก 1 นัดส่งท้ายนัดแรก ขยับมาลงเตะกันวันศุกร์ 3 คู่ด้วยกัน ซึ่งหลังจากนี้จะเว้นวรรคไป 1 สัปดาห์ ก่อนจะกลับมาลงเตะกันก่อนสิ้นปีอีกนัดและพักเบรกช่วงปีใหม่ต่อไป  ไทยลีก 1 คู่แรกลงเตะในเวลา 17.00 น. ราชบุรี มิตรผล เอฟซี พบกับ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด         คู่แรกลงเตะในเวลา 17.00 น. ราชบุรี มิตรผล เอฟซี พบกับ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ฟากราชันมังกร ได้โควต้าไปลุยถ้วยเอเชียในรอบเพลย์ออฟแน่นอนแล้ว ซึ่งในนัดที่ผ่านมาออกไปพ่ายการท่าเรือแบบสู้ไม่ได้เลย ด้วยสกอร์ 3-1 โดยเหตุผลหนึ่งอาจเป็นเพราะการจัดตัวและไม่มีกองหน้าต่างชาติลงสนาม ขณะที่กระต่ายน้ำเงินคราม นัดที่ผ่านมาเปิดบ้านสอนเชิงสุพรรณบุรีไป 4-0 ทำให้รั้งตำแหน่งจ่าฝูงต่อไปเช่นเดิม สำหรับเกมนี้ยังไม่รู้ว่าราชบุรีจะจัดทีมอย่างไร แต่หากเอาผลงานก่อนหน้านี้มาชั่งน้ำหนักเทียบจะพบว่าบีจีดูดีกว่าเยอะ ทำให้ฟันธงได้ว่าบีจีน่าจะมาเฉือนชนะได้            คู่ถัดมาเวลา 18.00 น. พีที ประจวบ เอฟซี พบกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ต่อพิฆาตเจ้าบ้าน นัดที่แล้วเกือบ คว้า 3 แต้มออกมาจากบ้านเมืองทองอยู่แล้ว หากไม่พลาดซ้ำซากจนเสียประตูตีเสมอ ส่วนปราสาทสายฟ้าทีมเยือน นัดที่แล้วออกไปเฉือนบียูมา 1-2 ด้วยรูปเกมที่เป็นรอง สำหรับเกมนี้คือการเจอกันของทีมที่ระบบยังดูไม่ลงตัว ทำให้มีสิทธิ์ออกหน้าเสมอได้ แต่ถ้าต้องฟันธงว่าใครมีสิทธิ์ชนะ ขอชี้ไปที่บุรีรัมย์เพราะดูจะมีบาดแผลน้อยกว่า           คู่สุดท้ายของวันเขี่ยบอลเวลา 18.30 น. สุโขทัย เอฟซี พบกับ ชลบุรี เอฟซี ค้างคาวไฟเจ้าถิ่นได้พักมาในสัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะแข่งโปรแกรมล่วงหน้ากับเชียงรายไปแล้ว แต่ถึงกระนั้นการขาดหายไปของเมโล่ ถือว่าผลมากทีเดียว เพราะทำให้เกมรุกของทีมไม่โหดเหี้ยมเหมือนเคย ขณะที่ฉลามชลทีมเยือน แพ้ในเกมลีกมา 3 นัดรวด จนอันดับรูดลงไปอยู่ที่ 10 ของตาราง นี่จึงนับว่าเป็นช่วงฟอร์มบู่ของโค้ชเตี้ยอย่างแท้จริง สำหรับเกมคู่นี้เชื่อว่าจะสู้กันได้อย่างสนุก อีกทั้งหากเมโล่หายเจ็บกลับมาประสานงานกับบาจโจ้ในเกมนี้ เชื่อว่าเจ้าถิ่นจะคว้า 3 แต้มใสๆ ฟันธงเจ้าบ้านเฉือนชนะ    สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้  แฟนหมาป่าขับเครื่องบินพร้อมป้ายผ้าให้ “ราอูล” หายโดยเร็ว“คาร์ราเกอร์” ออกมาเตือน “อาร์เตต้า” อย่าพยายามเลียนแบบทัพเรือ“เวนเกอร์” อดีตกุนซือ แนะ “อาร์เตต้า” คุมโอซิลง่ายนิดเดียว

วิเคราะห์-ฟันธงฟุตบอลเกม ไทยลีก 1 นัดที่ 14 คู่วันศุกร์-เสาร์

ไทยลีก 1

        ฟุตบอล ไทยลีก 1 กลับมาเตะกันอีกครั้งหลังจากสัปดาห์ก่อนหลีกทางให้กับฟุตบอลถ้วย โดยในสัปดาห์นี้จะเป็นนัดที่ 14 ของฤดูกาล สำหรับในส่วนนี้จะมาวิเคราะห์และฟันธง เกมวันศุกร์ 1 คู่ และวันเสาร์อีก 3 คู่                  คู่เปิดหัวของสัปดาห์ลงเตะในวันศุกร์เวลา 18.30 น. เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด พบกับ พีที ปะจวบ เอฟซี ฟากกิเลนผยองเจ้าถิ่น พึ่งออกไปพ่ายการท่าเรือมาในเกมลีกนัดล่าสุด แต่กลับมาแก้ตัวในเกมบอลถ้วยด้วยการเฉือนชนะบีจีปทุมเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้กล่าวได้ว่าฟอร์มการเล่นยังไม่ค่อยคงเส้นคงวา ส่วนต่อพิฆาตทีมเยือนพึ่งเปิดบ้านชนะตราดมาได้ตามเชิง ก่อนไปโดนหนองบัวพิชญเขี่ยตกรอบในศึกบอลถ้วย สำหรับเกมคู่นี้เชื่อว่าเจ้าบ้านยังเหนือกว่าและน่าจะเฉือนชนะไปได้ไม่ยาก ฟันธงชัยชนะอยู่กับกิเลน          ข้ามมาที่เกมคู่วันเสาร์เวลา 18.00 น. สมุทรปราการ ซิตี้ พบกับ ชลบุรี เอฟซี ฝั่งเขี้ยวสมุทรเจ้าถิ่นพึ่งออกไปโชว์ฟอร์มอันเด็ดดวงด้วยการโค่นบุรีรัมย์คาถิ่น 1-3 แต่ถึงกระนั้นต้องยอมรับว่ามิติเกมรุกตรงกลางสนามยังไม่ค่อยมีความอันตราย ส่วนฉลามชลพึ่งแพ้การท่าเรือในบ้านของตัวเอง 0-2 ซึ่งจะเห็นได้ว่าครองบอลได้มากกว่าแต่ไม่มีประโยชน์ เกมนี้จึงเชื่อว่าการเจอกันของทั้ง 2 ทีมจะสนุกสูสี แต่ขอฟันธงว่าปราการไม่แพ้ในบ้าน     คู่ตกค้าง ไทยลีก 1 ที่ถูกยกยอดมาไว้ในวันเสาร์เวลา 18.00 น.         ส่วนคู่ตกค้างที่ถูกยกยอดมาไว้ในวันเสาร์เวลา 18.00 น. ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด พบกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ฝั่งแข้งเทพเจ้าถิ่น แม้จะเปลี่ยนโค้ชแล้วแต่ทีมยังไม่ลงตัวเท่าที่ควร ซึ่งต้องติดตามดูต่อไปนัดต่อนัดว่าจะมีพัฒนาการอย่างไร ส่วนปราสาทสายฟ้าทีมเยือน การเล่นยังดูติดๆขัดๆ ผู้เล่นไทยฟอร์มไม่เปรี้ยง ต่างชาติฟอร์มไม่ปัง ทำให้ต้องติดตามว่านักเตะใหม่ในเลกที่ 2 จะยกระดับทีมได้ขนาดไหน สำหรับเกมคู่นี้เชื่อว่าจะเป็นเกมที่สนุกและฟันธงว่าเจ้าบ้านจะไม่แพ้           คู่สุดท้ายของวัน เวลา 18.30 น. บีจีปทุม ยูไนเต็ด พบกับ สุพรรณบุรี เอฟซี ฝั่งเจ้าบ้านพึ่งบุกไปชนะโคราชมาในเกมลีกนัดล่าสุด แต่สัปดาห์ที่ผ่านมาโดนเมืองทองน็อคตกรอบบอลถ้วย ส่วนช้างศึกยุทธหัตถีทีมเยือน กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มตกจากการแพ้ 2 นัดติดในลีก เกมนี้เชื่อว่าไม่น่ามีปัญหาสำหรับเจ้าถิ่น เพราะทีมเยือนไม่มีทีเด็ดอะไรมาน็อคเจ้าถิ่นได้แน่ ๆ ฟันธงเจ้าบ้านชนะสบาย     สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ “ปิร์โล่”กุนซือ ยูเวนตุส ชี้! เพราะคุมแดนกลางได้ ทำให้ยำต่างดาวขาดลอย“บราวน์” มั่น! ผีเก่งพอ วนลูปกลับมาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้แน่นอน“โรนัลโด้” บอก “เมสซี่” คือเพื่อนผม ที่เหลือสื่อปั่นเองล้วนๆ

วิเคราะห์-ฟันธง ฟุตบอล ช้างเอฟเอคัพ รอบ 32 ทีมสุดท้าย คู่วันอาทิตย์ที่ 6 ธค

ช้างเอฟเอคัพ รอบ 32

        ศึกฟุตบอล ช้างเอฟเอคัพ รอบ 32 สุดท้าย ในส่วนของวันอาทิตย์มีลงทำการแข่งขัน 8 คู่ แต่ในส่วนนี้จะนำ 4 คู่แรกมาเจาะลึก ซึ่งมีทีมจากไทยลีก 1, 2 และ 3 ที่ฝ่าฟันจนเข้ามาถึงรอบนี้ โดยจากนี้จะมาวิเคราะห์และฟันธงว่าใครบ้างที่จะน่าจะผ่านเข้ารอบต่อไป วิเคราะห์-ฟันธง ฟุตบอล ช้างเอฟเอคัพ รอบ 32 ทีมสุดท้าย          สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด พบกับ สุโขทัย เอฟซี การแข่งขันคู่นี้อาจต้องเลื่อนออกไปก่อน เนื่องจากเชียงราย แชมป์เก่า 2 สมัยในรายการนี้พึ่งกลับมาจาการเล่น ACL ที่ประเทศกาตาร์ แล้วต้องกักตัวก่อน 14 วัน แต่สำหรับการวิเคราะห์ เชียงรายอยู่ในอันดับที่ 3 ซึ่งเป็นพื้นที่ของ ACL รอบเพลย์ โดยในเบื้องต้นเชื่อว่าไม่น่าหลุดดจากท็อปโฟร์แน่นอนแล้ว ส่วนทีมเยือนนับตั้งแต่ไม่มีฮิบสัน เมโล่ ผลงานของทีมก็ดรอปลง แถมยิงประตูไม่ค่อยได้ เกมนัดนี้เชื่อว่าเจ้าบ้านเป็นต่ออยู่แล้วแม้สุโขทัยจะส่งหน้าต่างชาติครบอัตรา ถ้ายิ่งทีมเยือนไม่มีเมโล่ เชียงรายก็แทบจะปิดประตูตีค้างคาได้เลย ฟันธงเชียงรายไม่แพ้          ลำปาง เอฟซี พบกับ สุพรรณบุรี เอฟซี รถม้ามรกตเจ้าบ้าน ลงเล่นอยู่ในไทยลีก 2 พร้อมกับรั้งอันดับที่ 10 ของตาราง ซึ่งนับตั้งแต่สมชาย มากมูล เข้ามา ทีมก็มีผลงานที่ดีขึ้น ส่วนช้างศึกยุทธหัตถีทีมเยือน ก็รั้งอันดับที่ 10 เหมือนกัน แต่อยู่ในไทยลีก 1 สำหรับเกมนี้เชื่อว่าทีมเยือนได้เปรียบในเรื่องศักยภาพผู้เล่น ส่วนจะเฉือนชนะได้เท่าไรก็ขึ้นอยู่ฟอร์มในวันแข่งขัน ฟันธงสุพรรณบุรีเฉือนแบบหืดจับ           วัดโบสถ์ ซิตี้ พบกับ สงขลา เอฟซี เกมคู่นี้เป็นการพบกันของทีมจากไทยลีก 3 ด้วยกัน โดยหนูนาจอมโหดเจ้าบ้าน รั้งอันดับที่ 7 โซนภาคเหนือ ส่วนทีมเยือนรั้งจ่าฝูงโซนภาคใต้ เกมคู่นี้เชื่อว่าการเดินทางไกลจะทำให้เกมสูสี แต่สุดท้ายขอฟันธงว่าสงขลาน่าจะเฉือนไปได้           ปลวกแดง ยูไนเต็ด พบกับ ตราด เอฟซี ช้างศึกระยองเจ้าถิ่น นำเป็นจ่าฝูงไทยลีก 3 โซนภาคตะวันออก จนเป็นเต็งที่น่าจะมีลุ้นเลื่อนชั้น ส่วนช้างขาวจ้าวเกาะทีมเยือน รั้งอันดับที่ 15 ในศึกไทยลีก 1 เกมคู่นี้จึงเชื่อว่าด้วยความห่างชั้นเจ้าบ้านจะต้านทานไม่อยู่ ฟันธงชัยชนะอยู่ที่ตราด สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ “อาร์เตต้า” ยันชัด “เปเป้” ยังมีอนาคตในทัพปืนใหญ่ อาเซน่อล!!วิเคราะห์เกมพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นัดที่ 8 พาเลซ ถล่มลีดส์

วิเคราะห์เกม ไทยลีก นัดที่ 10 ชลบุรี พ่าย เชียงราย ยับ 0-3

ชลบุรี พ่าย เชียงราย ยับ 0-3

        เกมไทยลีกคู่วันอาทิตย์ ชลบุรี ทีมกลางตาราง ที่ผลงานลุ่มๆดอนๆ เปิดบ้านรับเชียงราย ทีมที่ฟอร์มแรงถึงกิ๋นนับตั้งแต่กลับมาเตะหลังพักเบรคโควิด-19 สำหรับผังการเล่นของเจ้าบ้านในวันนี้ มาในระบบ 4-4-2 ซึ่งจัดเจนว่ามาเน้นความรัดกุม เพราะรู้ถึงภัยอันตรายของแนวรุกเชียงราย ส่วนทีมเยือนมาในผังระบบ 3-5-2 พร้อมบุกทะลวงประตูเอา 3 แต้มกลับบ้าน   แต่เกมเริ่มมาไม่ถึงนาที ชลบุรี เกือบฉวยโอกาสขึ้นนำได้ก่อน         ซึ่งจังหวะนั้นทีมเยือนเปิดพื้นที่กลางเขตโทษ ทำให้ไคออน ได้โหม่ง แต่บอลเจ้ากรรมดันยังไม่ข้ามเส้น หลังจากนั้นเกมรับของเชียงราย เริ่มแสดงให้เห็นถึงปัญหาการรับมือลูกกลางอากาศอยู่เนือง ๆ เช่น จังหวะในนาทีที่ 30 ชลบุรีเปิดบอลจากริมเส้น บรินเนอร์  ปล่อยให้ เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ได้โหม่งโล่งๆ ซึ่งนับเป็นโชคดีของเชียงรายที่โดน VAR ริบประตูของชลบุรีคืน ขณะที่ครึ่งหลังการโยนบอลจากแนวลึกของเจ้าบ้าน ทำให้มีอาสได้หลุดไปยิง ยังดีที่ สรานนท์ อนุอินทร์ เซฟช่วยทีมไว้ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลของเชียงราย เพราะเกมนัดต่อไปต้องพบกับบีจีปทุม ที่ขึ้นชื่อเรื่องการเผด็จศึกคู่แข่งให้ตายเรียบด้วยลูกกลางอากาศ         บิลล์คือผู้เล่นคนสำคัญของเชียงราย ที่ห้ามขาดหายไป อย่างลูกขึ้นนำ 0-1 ที่ได้บอลจากริมเส้น แม้ผู้เล่นชลบุรีจะประกบและเข้ามาซ้อนได้ดีมากแล้วก็ตาม แต่เจ้าตัวก็ยังล็อคหลบแล้วยิงฉีดยาอย่างรวดเร็ว หรือในจังหวะลูกที่นำห่าง 0-3 บิลล์ กับ ชาช่า ประสานงานกันได้อย่างลงตัวด้วยการเล่นสองคน คือ ชาช่าพักบอล และจ่ายให้บิลล์ยิง         แนวรับชลบุรีที่ถูกวางมาเพื่อความรัดกุมและหวังที่จะหยุดยั้งแนวรุกเชียงราย ทำได้ดีแต่ยังไม่เนียนพอ โดยจังหวะ 0-1 ถือว่าทำได้ดีแล้วแต่สุดวิสัยด้วยความยอดเยี่ยมของบิลล์  ขณะที่จังหวะโดนนำ 0-2 แนวรับเข้าพรวด ทำให้สมคิดหลุดเดี่ยวเข้าไปยิง ส่วนลูกปิดท้าย 0-3 แนวรับไม่ละเอียดเพียงพอ ปล่อยให้บิลล์ วิ่งเข้ามายิง ทั้ง ๆ ที่ยืนกันอยู่หลายคน         จบเกมนี้ทั้งสองทีมจึงยังมีการบ้านให้กลับไปแก้ไข ชลบุรี ต้องมีความสม่ำเสมอและสมาธิให้ได้ตลอด 90 นาที ส่วนเชียงราย แนวรับดูเหมือนมีปัญหาในเกมนี้ ซึ่งต้องปรับปรุงอย่างเร่งด่วน มิเช่นนั้นอาจโดนบีจีปทุมน็อคได้ในเกมนัดถัดไป    สามารถติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อีกมากมายในเว็ปไซต์เพิ่มเติมได้ และขอบคุณที่มาของแหล่งข้อมูล ufa9999 เว็บไซต์ที่ดีที่สุดตลอดกาล ตำนานปีศาจแดง “ไรอัน กิ๊กส์” กับการเป็นนักเตะ หลายเชื้อชาติคืนฟอร์ม! “อันเดรีย ปีร์โล่” นายใหญ่ม้าลาย มีฉุนหลังลูกทีมทำผลงานไม่เข้าตา“ฮอดจ์สัน” เชื่อว่า ฟูแล่ม จะรอดตกชั้นได้ ถึงแม้จะอยู่ท้ายตาราง

ข่าวจริง! “กามา”ขอลาออกจาก เมืองทอง ยูไนเต็ด หลังเปิดบ้านพ่ายตราด 0-1

"กามา"ขอลาออกจาก เมืองทอง

        หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวลือหนาหูว่ากุนซือชาวบราซิลของเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เตรียมลาทีมหลังสิ้นสุดสัญญาในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยมีทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด  กับ การท่าเรือไทย รอชิงตัวไปร่วมงาน แต่กลับกลายเป็นว่าเมื่อคืนหลังเกมที่เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ดเปิดบ้านพ่ายสุดช็อคแก่ทีมท้ายตารางอย่างตราด เอฟซี ไป 0-1 กาม่าได้ประกาศขอลาออกจากทีมโดยไม่รอให้สิ้นสุดสัญญา และยืนยันว่าเป็นการจากลาด้วยดี โดยการแถลงข่าวมี "คุณกานต์ จันรัตน์" ผู้จัดการทีมเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด         ออกมาแถลงข่าวแทนกาม่าที่ขอเวลาพูดคุยกับลูกทีมเป็นพิเศษว่า จากนี้เราต้องคุยกับเขาก่อนว่าจะเอายังไงต่อไป เพราะจริงๆแล้วเราก็ตั้งใจที่จะหาเวลาคุยกับเขา โดยทุกอย่างขึ้นอยู่กับบอร์ดบริหารเป็นสำคัญ         ซึ่งการลาออกของกาม่าในครั้งนี้นับได้ว่าไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะหากติดตามข่าวมาอย่างต่อเนื่องจะพบว่าบอร์ดบริหารของกิเลนผยองเทขายผู้เล่นตัวหลักทั้งตัวไทยและต่างชาติจนเกลี้ยงทีม พร้อมกับใช้นโยบายดันเด็กเยาวชนขึ้นมาแทน ทำให้ขนาดของทีมเล็กลง กลายสภาพเป็นทีมระดับกลางตาราง จนโอกาสการลุ้นแชมป์เลือนลางเต็มที่ ขณะที่ตัวกาม่าเอง มีความต้องการส่วนตัวที่อยากทำทีมใหญ่มากกว่า จึงเปิดทางให้ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด กับ การท่าเรือ ที่เป็นทีมใหญ่แต่กลับทำผลงานไม่น่าประทับใจนัก เริ่มติดต่อและแสดงความสนใจในตัวกุนซือชาวบราซิลผู้นี้ทันที จนเกิดข่าวลือเริ่มสะพัดและเป็นจริงในท้ายที่สุดในวันนี้         สำหรับอเล็กซานเดร กามา เริ่มเข้ามาทำงานในประเทศไทยกับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในปี 2014 พาทีมกวาดแชมป์มากมาย ก่อนจะขึ้นเหนือไปล่าแชมป์บอลถ้วยกับสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ปี 2017-2018 หลังจากนั้นเข้าเมืองหลวงมารับงานนายใหญ่ทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ในระยะเวลาสั้นๆ และขอลาออกแบบสายฟ้าแลบเพื่อมารับงานคุมทีมเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด สุดท้ายเขาได้กลายเป็นอดีตกุนซือของกิเลนผยองหลังเกมเปิดบ้านพ่ายตราด เอฟซี 0-1 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา     สามารถติดตามข่าวกีฬา ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น มากมายในเว็ปไซต์ได้เพิ่มเติม ธรรมเนียมของประธาน ฟุตบอลเมืองไทย “เป็นคนจ่ายทำอะไรก็ได้”“คาวานี่” ออกมาเปิดใจว่าเขารู้สึกยังไงกับ “เนย์มาร์” เพื่อนร่วมทีมเก่า“มาร์ติเนซ” เผย ย้ายหนีปืนเพราะอยากเป็นผู้รักษาประตูมือ 1

โควต้าต่างชาติในแผนผังการเล่นของทีมสโมสรระดับ ไทยลีก

ไทยลีก โควต้าต่างชาติ

สโมสรฟุตบอลระดับ ไทยลีก ปัจจุบันมีทีมเข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 16 ทีม ซึ่งแต่ละทีมล้วนมีการเสริมทัพทั้งนักเตะไทยและต่างชาติ โดยในส่วนของโควต้าต่างชาติ จะแบ่งเป็นต่างชาตินอกทวีปเอเชีย 3  คน เอเชีย 1 และโควต้าอาเซียน แต่หารู้ไม่ว่าเกือบทั้งหมดล้วนมีโมเดลการสร้างทีมที่คล้ายๆกัน ซึ่งวันนี้เราจะมาผ่าโครงสร้างทีมกันว่าจุดไหน ตำแหน่งใดที่มีความคล้ายกัน         โควต้าต่างชาตินอกทวีปเอเชีย หลายสโมสรมักมุ่งไปที่ตำแหน่งกองหน้ามากที่สุด เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญ สามารถตัดสินเกมและชี้ชะตาผลงานของทีมในฤดูกาลนั้นๆ ได้ ทำให้ทุกทีมต้องเลือกสรรโควต้าต่างชาติตรงนี้ให้ดีที่สุด ซึ่งมักใช้บริการกองหน้าจากยุโรปและประเทศแถบอเมริกาใต้  โควต้าเอเชีย จัดได้ว่าเป็นส่วนเสริมสำหรับตำแหน่งที่มีความสำคัญรองลงมาจากโควต้าต่างชาตินอกทวีปเอเชีย ซึ่งส่วนใหญ่มักใช้บริการนักเตะจากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เกือบ 95% ส่วนอาหรับนานทีปีหนที่จะมีนำเข้ามา โดยที่ลงของโควต้าเอเชีย มักเป็นกองกลางกับกองหลัง ขณะที่กองหน้าไม่ค่อยเป็นที่นิยมเนื่องจากศักยภาพอาจยังเป็นรองโควต้าต่างชาตินอกทวีป โควต้าอาเซียน เป็นส่วนที่พึ่งมีการริเริ่มเพื่อขยายตลาดการติดตามฟุตบอลไทยลีกในประเทศเพื่อนบ้าน โดยให้โควต้าเสริมได้ 3 คน ทำให้สโมสรในไทยลีกต่างนำนักเตะจากลีกประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาร่วมทีม ซึ่งมักเป็นตำแหน่งที่หากหานักเตะไทยเกรดคุณภาพไม่ได้แล้วจริงๆ เช่น ผู้รักษาประตู แบ็ค ปีก แต่หากนำผู้เล่นในตำแหน่งกองกลาง หรือหน้า อาจนำเข้ามาเพื่อยืนคู่กับโควต้าต่างชาตินอกเอเชียหรือเอเชีย   ทั้งหมดนี้จึงเป็นโครงการที่สโมสรในไทยลีกนิยมใช้กัน ซึ่งมีประโยชน์กับนักเตะไทยที่จะได้เรียนรู้ความเป็นมืออาชีพจากนักเตะต่างชาติ แต่ในอีกมุมกก็อาจเป็นการทำร้ายนักเตะไทย ด้วยการปิดโอกาสหรือหยุดยั้งการพัฒนา อาทิ ตำแหน่งกองหน้าที่เป็นนักเตะไทย ในปัจจุบันเหลือน้อยเต็มทน  เพราะสโมสรฟุตบอลในไทยลีกเน้นใช้บริการกองหน้าต่างชาติเพราะมีศักยภาพสูงกว่ากองหน้าชาวไทย สามารถติดตามข่าวกีฬา ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น มากมายในเว็ปไซต์ได้เพิ่มเติม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาการหนัก!! อยู่กลุ่มเดียวกับ เปแอสเชพาไปชม 3 นักเตะส่วนเกินของทีม ที่ถูก ลิเวอร์พูล ขายออกไปด้วยค่าตัวสุดแพงทัพเรือใบสีฟ้า สอย “รูเบน ดิอาส” อุดแนวรับ 65 ล้านปอนด์

บทวิเคราะห์ 3 เหตุผลสำคัญ ที่ทำให้บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ต้องการตัว “ธีรศิลป์ แดงดา”

ธีรศิลป์ แดงดา

เชื่อว่างานนี้เหล่าแฟนบอลของทัพบลูแมชชีน บีจี ปทุม ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวทีโตโยต้าไทยลีก จะต้องเนื้อเต้นอย่างแน่นอน เมื่อมีกระแสข่าวลือออกมาว่าพวกเขาต้องการที่คว้าตัว ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าดีกรีกัปตันทีมชาติไทย จากชิมิสุ เอสพัลส์ ในเจลีก กลับมาค้าแข้งในประเทศไทยอีกครั้ง และก็ดูเหมือนว่าจะมีความเป็นได้สูงทีเดียว ที่เจ้ามุ้ย จะได้กลับมาโลดแล่นในศึกโตโยต้าไทยลีก อีกครั้ง และนี่คือ 3 เหตุสำคัญ ที่ทำให้บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ต้องการที่จะคว้าตัว เจ้ามุ้ย ธีรศิลป์ แดงดา มาร่วมทีม ผนึกกำลังกับ ดิเอโก้ หลุยส์ ซานโตร – ต้องบอกเลยว่าตอนนี้บีจี ปทุม ยูไนเต็ด มีโอกาสสูงเป็นอย่างมากที่จะได้ตัว ดิเอโก้ หลุยส์ ซานโตร กองหน้าชาวบราซิลเลียน ผู้เป็นเจ้าของสถิติดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของศึกโตโยต้าไทยลีก มาร่วมทัพ เนื่องจากตัวเขากำลังจะหมดสัญญากับยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งมาเลเซีย ซึ่งถ้าหากได้ ดิเอโก้ หลุยส์ ซานโตร มาร่วมทัพจริง ก็จะต้องมองหาคู่หูในแดนหน้าที่ยอดเยี่ยมมาอยู่กับทีมด้วย และทางด้านของ เจ้ามุ้ย ธีรศิลป์ แดงดาก็ตอบโจทย์ดังกล่าวเป็นอย่างมาก เพราะนี่ถือเป็นกองหน้าที่ดีที่สุดของวงการฟุตบอลไทยในเวลานี้เลยก็ว่าได้ ต้องการยกระดับทีมให้เป็นทีมระดับท็อปของเมืองไทย - นับตั้งแต่ทัพบลูแมชชีน บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เลื่อนชั้นกลับขึ้นมาสู่ศึกโตโยต้าไทยลีก อีกครั้ง พวกเขาก็เสริมทัพนักเตะใหม่เข้ามาสู่ทีมอย่างต่อเนื่อง บรรดานักเตะฝีเท้าดีมากมายถูกดึงตัวเข้ามาเพื่อยกระดับทีมในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะรอบพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น เจนรบ สำเภาดี , อันเดรียส ตูเญซ รวมถึง สารัช อยู่เย็น ด้วย ซึ่งการเข้ามาของนักเตะเหล่านี้ ทำให้รู้เลยว่า คุณปวิณ ภิรมย์ภักดี ประธานสโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด ต้องการที่จะยกระดับทีมให้กลายเป็นสโมสรระดับท็อปของวงการฟุตบอลไทย และยิ่งถ้าหากคว้าตัว ธีรศิลป์ แดงดามาร่วมทีมได้จริง ก็จะถือเป็นการยกระดับทีมขึ้นไปอีกขั้นเลยทีเดียว เตรียมตัวลุยศึกเอเอฟซี แชมป์เปี้ยนส์ลีก – แม้ว่าการจะไปเล่นฟุตบอลเอเอฟซี แชมป์เปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาลหน้า อาจจะเป็นเรื่องที่ไกลตัวไปซักหน่อย แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ เพราะเวลานี้บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการรั้งตำแหน่งจ่าฝูงของตารางคะแนนในศึกโตโยต้าไทยลีก แถมยังเสียประตูไปเพียงแค่ลูกเดียวเท่านั้น บวกกับการเสริมทัพนักเตะฝีเท้าดีเข้ามาสู่ทีมเป็นจำนวนมาก มันทำให้เราเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าเป้าหมายของพวกเขาในฤดูกาลนี้ คือการก้าวไปคว้าแชมป์โตโยต้าไทยลีก สมัยแรกของสโมสร ดังนั้นการคว้าตัว ธีรศิลป์ แดงดาเข้ามาสู่ทีม ก็ถือเป็นการเตรียมตัวสู้ศึกเอเอฟซี แชมป์เปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาลหน้าที่ยอดเยี่ยมเลยทีเดียว สามารถติดตามข่าวกีฬา ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น มากมายในเว็ปไซต์ได้เพิ่มเติม ตัดเกรด! แข้งทีมน้องใหม่ ลีดส์ ยูไนเต็ด เกมเยือนชนะพาเลซ 1-0“สคริเนียร์” ชวดย้ายทีม หลัง “อินเตอร์

จากเมืองทองสู่ท่าเรือ! 3 อดีตนักเตะเมืองทองที่จะช่วยยกระดับ สิงห์เจ้าท่า

สิงห์เจ้าท่า

         การท่าเรือ เอฟซี กลายเป็นอีกหนึ่งในสโมสรที่น่าจับตามองเป็นอย่างมากในศึกไทยลีกฤดูกาลนี้ หลังมีการเดินหน้าเสริมทัพอย่างน่ากลัว ซึ่งต้องบอกเลยว่าขุมกำลังพวกเขาในเวลานี้แน่นปึ้กทุกตำแหน่งไม่ว่าจะเป็นนักเตะตัวจริงหรือตัวสำรองก็ตาม โดยนักเตะที่การท่าเรือ เอฟซี นำเข้ามาถิ่นคลองเตยในฤดูกาลนี้ ส่วนมากก็จะเป็นนักเตะเอสซีจี เมืองทอง ทั้งสิ้น วันนี้เราจึงอยากจะพาแฟนบอลทุกท่านมาดู 3 นักเตะอดีตนักเตะของกิเลนผยองที่จะเข้ามาช่วยระดับ สิงห์เจ้าท่า ในฤดูกาลนี้ ซึ่งจะมีใครบ้างนั้น เรามาติดตามไปพร้อมๆกันได้เลยครับ 3 อดีตนักเตะของกิเลนผยอง สู่ สิงห์เจ้าท่า 1.เฮแบร์ตี้ เฟอร์นานเดส           เฮแบร์ตี้ เฟอร์นานเดส – เฮแบร์ตี้ เฟอร์นานเดส ถือเป็นนักเตะคนสำคัญของทัพกิเลนผยอง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ดมาโดยตลอด ก่อนที่ในฤดูกาล 2020 ทัพ สิงห์เจ้าท่า ได้ยื่นข้อเสนอขอยืมตัวเป็นระยะเวลา 1 ปี ซึ่งเซอร์เด็จ จเด็จ มีลาภ ได้ให้เหตุผลในการยืมตัวเฮแบร์ตี้ เฟอร์นานเดส มาร่วมทัพเอาไว้ว่าทีมต้องการนักเตะในตำแหน่งแนวรุกที่สามารถทำประตูได้อย่างต่อเนื่อง และเฮแบร์ตี้ เฟอร์นานเดส ก็สามารถตอบโจทย์ดังกล่าวได้อย่างตรงจุด และเพียงแค่ 4 เกมแรกในการลงสนาม เจ้าตัวก็ทำไปได้ถึง 4 ประตู 2.ชารีล ชัปปุยส์           ชารีล ชัปปุยส์ – ถึงแม้ว่าฝีเท้าของกลางหน้าหล่อรายนี้จะตกลงไปอย่างมากในช่วง 2-3 ฤดูกาลหลังสุด เนื่องจากปัญหาอาการบาดเจ็บ แต่อย่างไรก็ตามชารีล ชัปปุยส์ นั้นก็ยังถือเป็นกองกลางที่มีฝีเท้ายอดเยี่ยมอยู่ดี โดยหลังจากที่เจ้าตัวหมดสัญญากับทางเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ทัพสิงห์เจ้าท่า ก็จัดการคว้าตัวมาร่วมทัพทันทีปาดหน้าทีมดังในศึกอีกหลายทีม ถึงแม้ว่าฝีเท้าอาจจะไม่หวือหวาเหมือนในสมัยช่วงที่ยังพีค แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหน้าตาที่หล่อเหลาและมูลค่าทางการตลาดของเจ้าตัวนั้น สามารถยกระดับทีมได้มากทีเดียว 3.อดิศร พรหมรักษ์            อดิศร พรหมรักษ์ – แนวรับวัย 26 กระรัต ดีกรีทีมชาติไทยรายนี้ เป็นนักเตะรายล่าสุดที่ทางสโมสรการท่าเรือ เอฟซีได้เซ็นสัญญาซื้อขาดมาจากเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ซึ่งด้วยอายุและสมรรถภาพทางร่างกายของเจ้าตัวนั้น ต้องบอกเลยว่าอดิศร พรหมรักษ์จะสามารถเติมเต็มความแข็งแกร่งให้กับแนวรับของทัพสิงห์เจ้าท่าได้เป็นอย่างดี ถือเป็นการเสริมทัพที่ค่อนข้างตรงจุดเป็นอย่างมากเพราะว่าที่ผ่านมานั้น แนวรับของทีมดังย่านคลองเตยนั้นไม่ค่อยจะสู้ดีเท่าไรนัก และถ้าหากอดิศร พรหมรักษ์สามารถโชว์ฟอร์มได้ดี รับรองการได้จะแชมป์ซักรายการในฤดูกาลนี้คงไม่ใช่เรื่องยากแน่นอน สามารถติดตามข่าวกีฬา ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น มากมายในเว็ปไซต์ได้เพิ่มเติม ขอเพิ่ม อีกสัก 2 คน!! สำหรับกองหลัง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดคนนี้ของจริง”ไวจ์นัลดุม”ชี้เป้า “เจมส์ มิลเนอร์”แข้งจอมสร้างผลกระทบขณะซ้อม“แรชฟอร์ด” ชูฮก “แม็คไกวร์”สวมโขนรับบทกัปตัน ทีมปีศาจแดงได้

ซิโก้ ชายที่เรียกศรัทธา แฟนบอล ชาวไทยให้กลับมาลุกฮืออีกครั้ง

ซิโก้

ซิโก้ ชายที่เรียก ศรัทธาแฟนบอลชาวไทยให้กลับมาลุกฮืออีกครั้ง                 ความใฝ่ฝันสูงสุดของแฟนบอลชาวไทยทุกคนนั้น คงหนีไม่พ้นการที่อยากเห็นฟุตบอลทีมชาติไทยนั้นได้ไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ซึ่งต้องบอกได้ว่าทีมชาติไทยนั้นขยับเข้าใกล้ขยับเข้าใกล้ฟุตบอลโลกได้มากที่สุดในปี 2018 โดยสามารถเข้าไปได้ลึกที่สุดคือ ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชียรอบที่ 3 ซึ่งถ้าสามารถผ่านรอบนี้ไปได้ทีมชาติไทยจะสามารถผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้ ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงผลงานประวัติศาสตร์ของ โค้ช ซิโก้  เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือที่พาทีมชาติไทยขยับใกล้ฟุตบอลโลกได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลทีมชาติไทย                 ย้อนกลับไปก่อนปี ค.ศ. 2013 ฟุตบอลไทยอยู่ในช่วงที่ตกต่ำอย่างมาก เนื่องจากตกรอบแรกในซีเกมส์ ครั้งที่ 21 และได้เพียงรองแชมป์ ซูซูกิ คัพ ในปี 2012 เท่านั้น นับได้ว่าเป็นผลงานที่ย่ำแย่สำหรับทีมชาติไทย แต่แล้วความหวังของแฟนบอลไทยได้กลับมาอีกครั้งเนื่องจากวันที่ 5 มิถุนายน ค.ศ. 2013 สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้แต่งตั้งโค้ชซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี และควบรับตำแหน่ง เฮดโค้ชทีมชาติชุดใหญ่พร้อมตั้งเป้าหมายว่าจะขอทวงคืนแชมป์ซีเกมส์ปลายปี 2013 กลับมายังแผ่นดินไทยอีกครั้ง                 นับตั้งแต่ โค้ชซิโก้  เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เข้ามารับตำแหน่งกุนซีอทีมชาติไทย ฟอร์มการเล่นของทีมชาติไทยชุดใหญ่ และทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ ดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตา และเรียกศรัทธาแฟนบอลชาวไทยให้กลับมาอีกครั้ง ด้วยการล้างบางนักเตะชุดเก่าแทบจะยกชุดมาเน้นเด็กรุ่นใหม่ไฟแรงบวกกับสไตล์การต่อบอลแบบติกิตากา เน้นทีมเวิร์คมากกว่าการฉายเดี่ยว ทำให้ทีมชาติไทยประสบความสำเร็จอย่างมาก ในระดับอาเซียน และระดับทวีป โดยทีมชาติไทยมีความสำเร็จที่จับต้องได้ คือ แชมป์ซีเกมส์ 2 สมัย แชมป์ซูซูกิ คัพ 2 สมัย แชมป์คิงส์คัพ 1 สมัย รวมถึงการได้ที่ 4 ในเอเชียนเกมส์ และไปได้ไกลมากที่สุดฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชียรอบที่ 3                 ปัจจุบันนี้โค้ชซิโก้  เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ไม่ได้ทำหน้าที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลทีมชาติไทยแล้ว แต่ก็ต้องยอมรับว่าตลอด 4 ปี ที่โค้ชซิโก้ เข้ามาทำหน้าที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลทีมชาติไทยนั้น ทำให้ฟุตบอลทีมชาติไทยนั้นถูกยกระดับ มีชีวิตชีวา และทำให้แฟนบอลทีมชาติไทยได้กลับมาลุกฮืออีกครั้ง  แน่นอนว่าถึงแม้วันนี้ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยจะมีหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ แต่แฟนบอลไทยทั่วทั้งประเทศคงจะจดจำ สรรเสริญ และบอกเล่าความสำเร็จของฟุตบอลทีมชาติไทยในยุคโค้ชซิโก้ให้ลูกให้หลานฟังไปอีกนานแสนนาน แดงเดือด !! ความขัดแย้งของ2ทีม ที่มีมากกว่าเกมส์ฟุตบอลการซื้อตัวที่ล้มเหลวของสโสรเชลซีกับ เฟอร์นานโด ตอเรสTop10!! พรีเมียร์ลีก 2019-2020 ที่มีนักเตะอายุน้อยที่สุด