โควต้าต่างชาติในแผนผังการเล่นของทีมสโมสรระดับ ไทยลีก

ไทยลีก โควต้าต่างชาติ

สโมสรฟุตบอลระดับ ไทยลีก ปัจจุบันมีทีมเข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 16 ทีม ซึ่งแต่ละทีมล้วนมีการเสริมทัพทั้งนักเตะไทยและต่างชาติ โดยในส่วนของโควต้าต่างชาติ จะแบ่งเป็นต่างชาตินอกทวีปเอเชีย 3  คน เอเชีย 1 และโควต้าอาเซียน แต่หารู้ไม่ว่าเกือบทั้งหมดล้วนมีโมเดลการสร้างทีมที่คล้ายๆกัน ซึ่งวันนี้เราจะมาผ่าโครงสร้างทีมกันว่าจุดไหน ตำแหน่งใดที่มีความคล้ายกัน         โควต้าต่างชาตินอกทวีปเอเชีย หลายสโมสรมักมุ่งไปที่ตำแหน่งกองหน้ามากที่สุด เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญ สามารถตัดสินเกมและชี้ชะตาผลงานของทีมในฤดูกาลนั้นๆ ได้ ทำให้ทุกทีมต้องเลือกสรรโควต้าต่างชาติตรงนี้ให้ดีที่สุด ซึ่งมักใช้บริการกองหน้าจากยุโรปและประเทศแถบอเมริกาใต้  โควต้าเอเชีย จัดได้ว่าเป็นส่วนเสริมสำหรับตำแหน่งที่มีความสำคัญรองลงมาจากโควต้าต่างชาตินอกทวีปเอเชีย ซึ่งส่วนใหญ่มักใช้บริการนักเตะจากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เกือบ 95% ส่วนอาหรับนานทีปีหนที่จะมีนำเข้ามา โดยที่ลงของโควต้าเอเชีย มักเป็นกองกลางกับกองหลัง ขณะที่กองหน้าไม่ค่อยเป็นที่นิยมเนื่องจากศักยภาพอาจยังเป็นรองโควต้าต่างชาตินอกทวีป โควต้าอาเซียน เป็นส่วนที่พึ่งมีการริเริ่มเพื่อขยายตลาดการติดตามฟุตบอลไทยลีกในประเทศเพื่อนบ้าน โดยให้โควต้าเสริมได้ 3 คน ทำให้สโมสรในไทยลีกต่างนำนักเตะจากลีกประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาร่วมทีม ซึ่งมักเป็นตำแหน่งที่หากหานักเตะไทยเกรดคุณภาพไม่ได้แล้วจริงๆ เช่น ผู้รักษาประตู แบ็ค ปีก แต่หากนำผู้เล่นในตำแหน่งกองกลาง หรือหน้า อาจนำเข้ามาเพื่อยืนคู่กับโควต้าต่างชาตินอกเอเชียหรือเอเชีย   ทั้งหมดนี้จึงเป็นโครงการที่สโมสรในไทยลีกนิยมใช้กัน ซึ่งมีประโยชน์กับนักเตะไทยที่จะได้เรียนรู้ความเป็นมืออาชีพจากนักเตะต่างชาติ แต่ในอีกมุมกก็อาจเป็นการทำร้ายนักเตะไทย ด้วยการปิดโอกาสหรือหยุดยั้งการพัฒนา อาทิ ตำแหน่งกองหน้าที่เป็นนักเตะไทย ในปัจจุบันเหลือน้อยเต็มทน  เพราะสโมสรฟุตบอลในไทยลีกเน้นใช้บริการกองหน้าต่างชาติเพราะมีศักยภาพสูงกว่ากองหน้าชาวไทย สามารถติดตามข่าวกีฬา ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น มากมายในเว็ปไซต์ได้เพิ่มเติม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาการหนัก!! อยู่กลุ่มเดียวกับ เปแอสเชพาไปชม 3 นักเตะส่วนเกินของทีม ที่ถูก ลิเวอร์พูล ขายออกไปด้วยค่าตัวสุดแพงทัพเรือใบสีฟ้า สอย “รูเบน ดิอาส” อุดแนวรับ 65 ล้านปอนด์

บทวิเคราะห์ 3 เหตุผลสำคัญ ที่ทำให้บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ต้องการตัว “ธีรศิลป์ แดงดา”

ธีรศิลป์ แดงดา

เชื่อว่างานนี้เหล่าแฟนบอลของทัพบลูแมชชีน บีจี ปทุม ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวทีโตโยต้าไทยลีก จะต้องเนื้อเต้นอย่างแน่นอน เมื่อมีกระแสข่าวลือออกมาว่าพวกเขาต้องการที่คว้าตัว ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าดีกรีกัปตันทีมชาติไทย จากชิมิสุ เอสพัลส์ ในเจลีก กลับมาค้าแข้งในประเทศไทยอีกครั้ง และก็ดูเหมือนว่าจะมีความเป็นได้สูงทีเดียว ที่เจ้ามุ้ย จะได้กลับมาโลดแล่นในศึกโตโยต้าไทยลีก อีกครั้ง และนี่คือ 3 เหตุสำคัญ ที่ทำให้บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ต้องการที่จะคว้าตัว เจ้ามุ้ย ธีรศิลป์ แดงดา มาร่วมทีม ผนึกกำลังกับ ดิเอโก้ หลุยส์ ซานโตร – ต้องบอกเลยว่าตอนนี้บีจี ปทุม ยูไนเต็ด มีโอกาสสูงเป็นอย่างมากที่จะได้ตัว ดิเอโก้ หลุยส์ ซานโตร กองหน้าชาวบราซิลเลียน ผู้เป็นเจ้าของสถิติดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของศึกโตโยต้าไทยลีก มาร่วมทัพ เนื่องจากตัวเขากำลังจะหมดสัญญากับยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งมาเลเซีย ซึ่งถ้าหากได้ ดิเอโก้ หลุยส์ ซานโตร มาร่วมทัพจริง ก็จะต้องมองหาคู่หูในแดนหน้าที่ยอดเยี่ยมมาอยู่กับทีมด้วย และทางด้านของ เจ้ามุ้ย ธีรศิลป์ แดงดาก็ตอบโจทย์ดังกล่าวเป็นอย่างมาก เพราะนี่ถือเป็นกองหน้าที่ดีที่สุดของวงการฟุตบอลไทยในเวลานี้เลยก็ว่าได้ ต้องการยกระดับทีมให้เป็นทีมระดับท็อปของเมืองไทย - นับตั้งแต่ทัพบลูแมชชีน บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เลื่อนชั้นกลับขึ้นมาสู่ศึกโตโยต้าไทยลีก อีกครั้ง พวกเขาก็เสริมทัพนักเตะใหม่เข้ามาสู่ทีมอย่างต่อเนื่อง บรรดานักเตะฝีเท้าดีมากมายถูกดึงตัวเข้ามาเพื่อยกระดับทีมในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะรอบพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น เจนรบ สำเภาดี , อันเดรียส ตูเญซ รวมถึง สารัช อยู่เย็น ด้วย ซึ่งการเข้ามาของนักเตะเหล่านี้ ทำให้รู้เลยว่า คุณปวิณ ภิรมย์ภักดี ประธานสโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด ต้องการที่จะยกระดับทีมให้กลายเป็นสโมสรระดับท็อปของวงการฟุตบอลไทย และยิ่งถ้าหากคว้าตัว ธีรศิลป์ แดงดามาร่วมทีมได้จริง ก็จะถือเป็นการยกระดับทีมขึ้นไปอีกขั้นเลยทีเดียว เตรียมตัวลุยศึกเอเอฟซี แชมป์เปี้ยนส์ลีก – แม้ว่าการจะไปเล่นฟุตบอลเอเอฟซี แชมป์เปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาลหน้า อาจจะเป็นเรื่องที่ไกลตัวไปซักหน่อย แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ เพราะเวลานี้บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการรั้งตำแหน่งจ่าฝูงของตารางคะแนนในศึกโตโยต้าไทยลีก แถมยังเสียประตูไปเพียงแค่ลูกเดียวเท่านั้น บวกกับการเสริมทัพนักเตะฝีเท้าดีเข้ามาสู่ทีมเป็นจำนวนมาก มันทำให้เราเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าเป้าหมายของพวกเขาในฤดูกาลนี้ คือการก้าวไปคว้าแชมป์โตโยต้าไทยลีก สมัยแรกของสโมสร ดังนั้นการคว้าตัว ธีรศิลป์ แดงดาเข้ามาสู่ทีม ก็ถือเป็นการเตรียมตัวสู้ศึกเอเอฟซี แชมป์เปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาลหน้าที่ยอดเยี่ยมเลยทีเดียว สามารถติดตามข่าวกีฬา ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น มากมายในเว็ปไซต์ได้เพิ่มเติม ตัดเกรด! แข้งทีมน้องใหม่ ลีดส์ ยูไนเต็ด เกมเยือนชนะพาเลซ 1-0“สคริเนียร์” ชวดย้ายทีม หลัง “อินเตอร์

จากเมืองทองสู่ท่าเรือ! 3 อดีตนักเตะเมืองทองที่จะช่วยยกระดับ สิงห์เจ้าท่า

สิงห์เจ้าท่า

         การท่าเรือ เอฟซี กลายเป็นอีกหนึ่งในสโมสรที่น่าจับตามองเป็นอย่างมากในศึกไทยลีกฤดูกาลนี้ หลังมีการเดินหน้าเสริมทัพอย่างน่ากลัว ซึ่งต้องบอกเลยว่าขุมกำลังพวกเขาในเวลานี้แน่นปึ้กทุกตำแหน่งไม่ว่าจะเป็นนักเตะตัวจริงหรือตัวสำรองก็ตาม โดยนักเตะที่การท่าเรือ เอฟซี นำเข้ามาถิ่นคลองเตยในฤดูกาลนี้ ส่วนมากก็จะเป็นนักเตะเอสซีจี เมืองทอง ทั้งสิ้น วันนี้เราจึงอยากจะพาแฟนบอลทุกท่านมาดู 3 นักเตะอดีตนักเตะของกิเลนผยองที่จะเข้ามาช่วยระดับ สิงห์เจ้าท่า ในฤดูกาลนี้ ซึ่งจะมีใครบ้างนั้น เรามาติดตามไปพร้อมๆกันได้เลยครับ 3 อดีตนักเตะของกิเลนผยอง สู่ สิงห์เจ้าท่า 1.เฮแบร์ตี้ เฟอร์นานเดส           เฮแบร์ตี้ เฟอร์นานเดส – เฮแบร์ตี้ เฟอร์นานเดส ถือเป็นนักเตะคนสำคัญของทัพกิเลนผยอง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ดมาโดยตลอด ก่อนที่ในฤดูกาล 2020 ทัพ สิงห์เจ้าท่า ได้ยื่นข้อเสนอขอยืมตัวเป็นระยะเวลา 1 ปี ซึ่งเซอร์เด็จ จเด็จ มีลาภ ได้ให้เหตุผลในการยืมตัวเฮแบร์ตี้ เฟอร์นานเดส มาร่วมทัพเอาไว้ว่าทีมต้องการนักเตะในตำแหน่งแนวรุกที่สามารถทำประตูได้อย่างต่อเนื่อง และเฮแบร์ตี้ เฟอร์นานเดส ก็สามารถตอบโจทย์ดังกล่าวได้อย่างตรงจุด และเพียงแค่ 4 เกมแรกในการลงสนาม เจ้าตัวก็ทำไปได้ถึง 4 ประตู 2.ชารีล ชัปปุยส์           ชารีล ชัปปุยส์ – ถึงแม้ว่าฝีเท้าของกลางหน้าหล่อรายนี้จะตกลงไปอย่างมากในช่วง 2-3 ฤดูกาลหลังสุด เนื่องจากปัญหาอาการบาดเจ็บ แต่อย่างไรก็ตามชารีล ชัปปุยส์ นั้นก็ยังถือเป็นกองกลางที่มีฝีเท้ายอดเยี่ยมอยู่ดี โดยหลังจากที่เจ้าตัวหมดสัญญากับทางเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ทัพสิงห์เจ้าท่า ก็จัดการคว้าตัวมาร่วมทัพทันทีปาดหน้าทีมดังในศึกอีกหลายทีม ถึงแม้ว่าฝีเท้าอาจจะไม่หวือหวาเหมือนในสมัยช่วงที่ยังพีค แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหน้าตาที่หล่อเหลาและมูลค่าทางการตลาดของเจ้าตัวนั้น สามารถยกระดับทีมได้มากทีเดียว 3.อดิศร พรหมรักษ์            อดิศร พรหมรักษ์ – แนวรับวัย 26 กระรัต ดีกรีทีมชาติไทยรายนี้ เป็นนักเตะรายล่าสุดที่ทางสโมสรการท่าเรือ เอฟซีได้เซ็นสัญญาซื้อขาดมาจากเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ซึ่งด้วยอายุและสมรรถภาพทางร่างกายของเจ้าตัวนั้น ต้องบอกเลยว่าอดิศร พรหมรักษ์จะสามารถเติมเต็มความแข็งแกร่งให้กับแนวรับของทัพสิงห์เจ้าท่าได้เป็นอย่างดี ถือเป็นการเสริมทัพที่ค่อนข้างตรงจุดเป็นอย่างมากเพราะว่าที่ผ่านมานั้น แนวรับของทีมดังย่านคลองเตยนั้นไม่ค่อยจะสู้ดีเท่าไรนัก และถ้าหากอดิศร พรหมรักษ์สามารถโชว์ฟอร์มได้ดี รับรองการได้จะแชมป์ซักรายการในฤดูกาลนี้คงไม่ใช่เรื่องยากแน่นอน สามารถติดตามข่าวกีฬา ข่าวฟุตบอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น มากมายในเว็ปไซต์ได้เพิ่มเติม ขอเพิ่ม อีกสัก 2 คน!! สำหรับกองหลัง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดคนนี้ของจริง”ไวจ์นัลดุม”ชี้เป้า “เจมส์ มิลเนอร์”แข้งจอมสร้างผลกระทบขณะซ้อม“แรชฟอร์ด” ชูฮก “แม็คไกวร์”สวมโขนรับบทกัปตัน ทีมปีศาจแดงได้

ซิโก้ ชายที่เรียกศรัทธา แฟนบอล ชาวไทยให้กลับมาลุกฮืออีกครั้ง

ซิโก้

ซิโก้ ชายที่เรียก ศรัทธาแฟนบอลชาวไทยให้กลับมาลุกฮืออีกครั้ง                 ความใฝ่ฝันสูงสุดของแฟนบอลชาวไทยทุกคนนั้น คงหนีไม่พ้นการที่อยากเห็นฟุตบอลทีมชาติไทยนั้นได้ไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ซึ่งต้องบอกได้ว่าทีมชาติไทยนั้นขยับเข้าใกล้ขยับเข้าใกล้ฟุตบอลโลกได้มากที่สุดในปี 2018 โดยสามารถเข้าไปได้ลึกที่สุดคือ ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชียรอบที่ 3 ซึ่งถ้าสามารถผ่านรอบนี้ไปได้ทีมชาติไทยจะสามารถผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้ ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงผลงานประวัติศาสตร์ของ โค้ช ซิโก้  เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือที่พาทีมชาติไทยขยับใกล้ฟุตบอลโลกได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลทีมชาติไทย                 ย้อนกลับไปก่อนปี ค.ศ. 2013 ฟุตบอลไทยอยู่ในช่วงที่ตกต่ำอย่างมาก เนื่องจากตกรอบแรกในซีเกมส์ ครั้งที่ 21 และได้เพียงรองแชมป์ ซูซูกิ คัพ ในปี 2012 เท่านั้น นับได้ว่าเป็นผลงานที่ย่ำแย่สำหรับทีมชาติไทย แต่แล้วความหวังของแฟนบอลไทยได้กลับมาอีกครั้งเนื่องจากวันที่ 5 มิถุนายน ค.ศ. 2013 สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้แต่งตั้งโค้ชซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี และควบรับตำแหน่ง เฮดโค้ชทีมชาติชุดใหญ่พร้อมตั้งเป้าหมายว่าจะขอทวงคืนแชมป์ซีเกมส์ปลายปี 2013 กลับมายังแผ่นดินไทยอีกครั้ง                 นับตั้งแต่ โค้ชซิโก้  เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เข้ามารับตำแหน่งกุนซีอทีมชาติไทย ฟอร์มการเล่นของทีมชาติไทยชุดใหญ่ และทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ ดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตา และเรียกศรัทธาแฟนบอลชาวไทยให้กลับมาอีกครั้ง ด้วยการล้างบางนักเตะชุดเก่าแทบจะยกชุดมาเน้นเด็กรุ่นใหม่ไฟแรงบวกกับสไตล์การต่อบอลแบบติกิตากา เน้นทีมเวิร์คมากกว่าการฉายเดี่ยว ทำให้ทีมชาติไทยประสบความสำเร็จอย่างมาก ในระดับอาเซียน และระดับทวีป โดยทีมชาติไทยมีความสำเร็จที่จับต้องได้ คือ แชมป์ซีเกมส์ 2 สมัย แชมป์ซูซูกิ คัพ 2 สมัย แชมป์คิงส์คัพ 1 สมัย รวมถึงการได้ที่ 4 ในเอเชียนเกมส์ และไปได้ไกลมากที่สุดฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชียรอบที่ 3                 ปัจจุบันนี้โค้ชซิโก้  เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ไม่ได้ทำหน้าที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลทีมชาติไทยแล้ว แต่ก็ต้องยอมรับว่าตลอด 4 ปี ที่โค้ชซิโก้ เข้ามาทำหน้าที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลทีมชาติไทยนั้น ทำให้ฟุตบอลทีมชาติไทยนั้นถูกยกระดับ มีชีวิตชีวา และทำให้แฟนบอลทีมชาติไทยได้กลับมาลุกฮืออีกครั้ง  แน่นอนว่าถึงแม้วันนี้ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยจะมีหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ แต่แฟนบอลไทยทั่วทั้งประเทศคงจะจดจำ สรรเสริญ และบอกเล่าความสำเร็จของฟุตบอลทีมชาติไทยในยุคโค้ชซิโก้ให้ลูกให้หลานฟังไปอีกนานแสนนาน แดงเดือด !! ความขัดแย้งของ2ทีม ที่มีมากกว่าเกมส์ฟุตบอลการซื้อตัวที่ล้มเหลวของสโสรเชลซีกับ เฟอร์นานโด ตอเรสTop10!! พรีเมียร์ลีก 2019-2020 ที่มีนักเตะอายุน้อยที่สุด