เหตุผลที่ไม่ควรขาย ซาดิโอ มาเน่

จากเหตุการณ์เมื่อไม่กี่วันนี้เอง ที่ทางสโมสร ราชันชุดขาวอย่าง เรอัลมาดริด ได้มีข่าวถึงความต้องการอยากขอซื้อนักเตะจากทีม หงส์แดง ลิเวอร์พูล กับผู้เล่นตัวสำคัญในแนวรุกอย่าง ซาดิโอมาเน่ นั้นเอง ถือเป็นเรื่องปกติมากๆที่ราชันชุดขาว จะให้ความสนใจที่จะขอซื้อนักเตะกองหน้าอย่าง ซาดิโอมาเน่ เนื่องจากผลงานที่ผ่านมาของเขาเร้าร้อนเหลือเกิน และได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาสำคัญต่อทีมลิเวอร์พูลขนาดไหนในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทั้งพาทีมไปขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของตารางในพรีเมียลีก ด้วยผลการเล่นทั้งหมด 38 นัด ทำประตูไป 18 ประตู และทำแอสซิสต์ได้อีก 12 ครั้ง ทิ้งคะแนนจากแชมป์เก่าอย่างแมนฯซิตี้ ถึง 25 คะแนนและยังติดอันดับที่จะคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของ Player of the Year (PFA)ในซีซั่นนี้อีกด้วย  หรือจะด้วยแชมป์ ในยูฟ่าแชมป์เปี่ยนลีก ก็ถือว่าเป็นผู้เล่นที่ผ่านรางวัลนี้มาแล้วด้วยเช่นกัน นอกจากนี้สิ่งที่ มาเน มีจุดเด็ดในการเล่นฟุตบอลนั้นก็คือการสร้างโอกาสในการทำประตูจากจังหวะที่ไม่น่าเป็นไปได้ ทั้งยังมีความเร็วในการพาบอลไปทำประตูด้วยเช่นกัน และความสามารถเฉพาะตัวที่ไม่ว่าจะเป็นการกับบอลหรือการเลี้ยงบอลผ่านผู้เล่นตัวประกบ จนไปถึงลูกโหม่ง จัดได้ว่าเป็นผู้เล่นที่ครบเครื่องตัวจริง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทีมอย่างราชันชุดขาวโดยผู้จัดการทีมอย่าง ซีนาดิน ซีดาน ที่ต้องการนำไปเสริมทัพให้กับทีมกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งอย่างที่ได้เคยทำไว้นั้นเอง ถึงอย่างไรก็ตามแฟนๆและกูรูมากมาย ของทีมลิเวอร์พูล ออกมายืนยัน นั่งยัน นอนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะปล่อยนักเตะอย่าง ซาดิโอมาเน่ ให้หลุดลอยไป ถึงแม้จะได้เม็ดเงินมหาศาลก็ตาม อย่างที่เคยขาย คูตินโญ่ แล้วนำเงินมาเปลี่ยนเป็นผู้เล่นอื่นๆ เพราะถึงแม้จะได้เงินมา แต่ใช่ว่าจะนำเงินเหล่านั้นไปหาผู้เล่นที่เก่งได้ขนาดนี้มาทดแทนได้นั้นเอง และที่สำคัญตอนนี้ ลิเวอร์พูล ไม่ได้ขาดแคลนเรื่องเงินอีกต่อไปแล้วเพราะผลงานจาก 2 ปีที่ผ่านมาดังนั้นก็ไม่จำเป็นที่จะต้องขายนักเตะกินอย่างที่เคยทำมาเลยแม้แต่น้อย จึงไม่มีความจำเป็นอะไรเลยที่ทางสโมสรจะขายนักเตะคนนี้ออกไป เพียงแต่ว่า ซาดิโอ มาเน่ นั้นสนใจที่จะไปเอง ทางสโมสรลิเวอร์พูลเองก็ คงทำอะไรไม่ได้เพราะทีมนี้ไม่เคยเก็บผู้เล่นที่หมดใจไว้เลย      

อัพดทพรีเมียร์ลีกมีแผนการเลื่อนเตะออกไปอีก และการซื้อขายนักเตะ

เรายังคงอยู่กับสถานะการณ์ที่ไม่มีบอลเตะในช่วงนี้ ล่าสุดจากสื่อของอังกฤษอย่าง เทเลกราฟ ออกมาเปิดเผยว่า ทางพรีเมียร์ลีกวางแผนที่จะกำหนดการแข่งขันใหม่ทั้งหมด ที่จะให้กลับมาเตะใหม่ในวันที่ 1 มิถุนายน 2563 แทนเนื่องจากแต่เดิม ได้วางแผนไว้คือ 30 เมษายน 2563 นี้เท่านั้น และจะจบการเตะภายใน 6 สัปดาห์ หรือในวันที่ 11 กรกฏาคม 2563 หลังจากนั้นพักฤดูกาล 4 สัปดาห์ จนถึงเดือนสิงหาคม จะทำการเปิดฤดูกาลใหม่ 2020/2021 นอกจากนี้ทางพรีเมียร์ลีกยังมีการวางแผนที่จะทำการแข่งขันด้วยระบบปิด โดยไม่ให้มีการเข้าชมของผู้เชียร์ในสนามเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื่อโรคนั้นเอง ตามคำสั่งของรัฐบาล ต่อเนื่องจากสถานะการณ์ที่ยังคงไม่มีการแข่งขันฟุตบอลแต่อย่างใด ในช่วงนี้ยังคงมีการวางแผนสำหรับทีมต่างๆที่กำลังมองหานักแตะใหม่ๆเพื่อรองรับการแข่งขันในฤดูกาลหน้า อย่าง หงส์แดง ลิเวอร์พูล ที่กำลังล่าตัวนักเตะอย่าง บูบาการี่ ซูมาเร่ ผู้เล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ จากลีลล์ ที่ได้มีข่าวหลุดออกมาว่ากำลังเริ่มคุยกับเอเจนต์ของนักเตะแล้ว เนื่องจาก ซูมาเร่ นักเตะในตำแหน่งมิดฟิวด์นี้ ทำผลงานได้โดดเด่นเป็นอย่างมากในฤดูกาลนี้ ทำให้ที่ข่าวต่างๆ กับทีมใหญ่ๆ อย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเด็ด และ เชลลี ในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะที่ผ่านมา ในเดือนมกราคม จนล่าสุด ก็ได้มีข่าวกับ ลิเวอร์พูล อีกหนึ่งทีมที่สนใจในตัว ซูมาเร่ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ในตำแหน่งกองกลางให้หลากหลาย ตามที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องการ จากลิเวอร์พูล มาดูฝั่งของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กันบ้าง ที่กำลังสนใจนักเตะเซนเตอร์แบล็ก อย่าง ดีเอโก้ โกดิน ที่กำลังเล่นให้กับ อินเตอร์ มิลาน ที่อาจจะเตรียมขายหากจบซีซั่นนี้ลง เพราะทางอินเตอร์ มิลาน โดยกุนซือ อันโตนิโอ้ คอนเต้นั้น มองว่า โกดิน ไม่เหมาะกับแผนการเล่น 3-5-2 จึงความเป็นไปได้ที่จะมีการขายออกจากทีม ทำให้ทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สนใจที่จะดึงเข้ามาร่วมทีมเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าเคยที่จะคว้าตัวในสมัยที่ โกดิน นั้นยังอยู่กับ แอตเลติโก มาดริด แล้ว อย่างไรก็ตามนอกจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังมีทีมอย่างบาเซ่โลน่าเช่นกันที่ต้องการดึงตัวผู้เล่นคนนี้เขาทีม ก็ต้องมาลุ่นนะครับว่าผู้เล่นคนนี้จะได้ไปอยู่กับทีมใด

สรุปข่าวในพรีเมียร์ลีก 20/03/63

กองเชียร์สำหรับแฟนบอลที่หวังว่าให้การแข่งพลีเมียร์ลีกครั้งนี้เป็นโมฆะนั้นถึงกับต้องผิดหวัง เมื่อวันที่19 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมาที่ การประชุมของพรีเมียร์ลีก มีมติว่าการแข่งขันในฤดูกาล 19/20 จะกลับมาเตะอีกครั้งในวันที่ 30 เมษายน 2563 เป็นอย่างไวที่สุด เพื่อป้องกันไวรัสโควิด-19 จากการแถลงจึงได้ข้อสรุปว่าจะต้องเล่นให้จบฤดูกาลนี้ ทำเอากองแช่งลิเวอร์พูลต้องผิดหวังตามๆกัน ในระหว่างการหยุดพักของบรรดาเหล่านักเตะเพื่อรอการกับมาแข่งนั้นก็มีเหตุการณ์แบะกิจกรรมต่างๆมาให้พวกเราได้ดูกัน อย่าง #StayAtHomeChallenge มีการเกิดกระแสขึ้นของเหล่านักเตะทั้งหลายในกระแสโลกออนไลน์ มันคือกิจกรรมที่ทำส่งต่อกัน คือการล้างมือพร้อมกับเดาะลูกฟุตบอล อย่าง บิลลี่ กิลมอร์ นักเตะดาวรุ่งจากเชลซี ต่อมา #StayAtHomeChallenge ได้ถูกเพิ่มความท้าทายมากขึ้นให้กับนักเตะคือการเดาะทิชชู่ เมื่อมีการนำทิชชูมาเดาะ ทำให้เกิดไวรัลทำตามกันเป็นจำนวนมาก อย่าง บรูโน่ แฟร์นั้นด์ส นักเตะในพรีมียร์ลีกก็ออกมาโชว์เดาะทิชชู่เช่นกัน นอกจากกิจกรรมยามว่างของเหล่านักเตะแล้ว ก็ยังมีข่าวการซื้อขายตัวนักเตะของแต่ละทีมด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นอาเซนอลที่หวังทุ่มเงินเพื่อซื้อนักเตะอย่าง คริส สมอลลิ่ง ผู้เล่นตำแหน่งเซ็นเตอร์แบล็ก ของทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่มีสัญญายืมตัวไปเล่นให้กับอาแอส โรม่า ที่ทำผลงานให้กับทีมโรม่าเป็นอย่างดี จนอยากเซ็นสัญญาด้วยซะเลย อาเซนอลเห็นอย่างงี้เลยสนใจยอมทุ่มเงินถึง 25 ล้านปอร์นเพื่อหวังถึงมาร่สมทีในฤดูกาลหน้า หรือจะเป็นอดีตนักเตะของลิเวอร์พูลเองอย่าง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ที่ล่าสุดมีข่าวว่าทาง เชลซี กำลังติดต่อสอบถามไปทาง บาร์เซโลน่า ทีมดังจาก ลา ลีกา สเปน เพื่อขอซื้อ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ผู้เล่นตำแหน่งกลางตัวรุกแต่อาจต้องยอมจ่ายถึง 120 ล้านยูโรเลยทีเดียว ถึงอย่างงั้นก็ต้องรอดูกันไปว่าเชลลีจะยอมจ่ายหรือไม่ ในฝั่งของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เองก็กำลังมีข่าว ที่กำลังจะโดดร่วมเข้าไปแจมให้การซื้อตัวนักเตะที่กำลังเนื้อหอม อย่าง ซานโดร โตนาลี่ ผู้เล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ ของ เบรสชา สโมสรของ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เพื่อมาเสิรมทัพ ที่ต้องแย่งกับทีมยักษ์ใหญ่อีก 2 ทีมอย่าง บาร์เซโลน่า และทีมร่วมเมือง อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เช่นกัน นอกจาก 2 ทีมนี้ยังมีทีมที่สนใจด้วยเช่น ปารีส แซงต์แชร์กแมง และยูเวนตุส ต้องยอมรับเลยว่าเนื้อหอมสุดๆ

เป็นที่ถกเถียงในพรีเมียร์ลีก โมฆะหรือไม่ควรโมฆะ

ยังเป็นปัญหาต่อเนื่องสำหรับไวรัสโควิด-19 ในพรีเมียร์ลีกที่ส่งผลเป็นอย่างมากให้ทีมต่างๆต้องงดเตะในสัปดาห์ที่ผ่านมา และทำให้มีการถกเถียงกันเกิดขึ้นว่าควรจะโมฆะหรือไม่ถ้ายังต้องงดแตะต่อไปอย่างงี้เรื่อยๆ เพราะมองแล้วว่ายังเหลืออีกหลายนัดที่ต้องเตะในพรีเมียร์ลีก เหลืออีกเพียงแค่ 6 แต้มสำหรับลิเวอร์พูลที่จะได้คว้าแชมป์ในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ แชมป์ที่รอคอยมานานถึง 30 ปีแต่ดันมาเกินเหตุการณ์โรคระบาดจนได้ ทำให้การเตะในพรีเมียร์ลีก ต้องหยุดชะงักลงไป จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันขึ้นว่าควรโมฆะหรือไม่อย่างไร ทีมที่กำลังจะตกชั้นอย่าง นอริชซิตี้ ก็หวังที่อยากจะให้โมฆะ แต่ทีมอย่างลิเวอร์พูลที่กำลังจะได้แชมป์ และรอมานาน 30 ปี ก็ไม่อยากที่จะให้โมฆะแน่ๆ จึงทำให้เกิดการแบ่งฝั่งกันวิจารณ์กันเกิดขึ้น ทางฝั่งที่อยากให้โมฆะและคิดว่าลิเวอร์พูลไม่ควรได้แชมป์ อย่าง อลัน เชียเรอร์ ก็ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ หรือจะเป็นทีมอย่าง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่ออกมาพูดถึงการแพร่ระบาดของโรคที่ต้องควรระวังในเรืองของการแตะต้องโดนกัน และบอกอีกว่าเราจะรู้ได้อย่างไรว่าใครจะตกชั้นหรือไม่ตกชั้น หากการแข่งยังไม่จบ ก็เป็นอีกมุมมองหนึ่งของทางฝั่งที่อยากให้โมฆะ ทางฝั่งที่อยากให้แข่งจนจบ และไม่ควรโมฆะ อย่าง เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตนักเตะของลิเวอร์พูลเอง ที่มองว่าหากมีการโมฆะจะนั้นจะไม่ยุติธรรมกับลิเวอร์พูลเลย เช่นเดียวกับ กอร์ดอน เทย์เลอร์ ประธานบริหารสมาคมนักฟุตบอลอาชีพอังกฤษ ที่ไม่เห็นด้วยกับการที่ต้องมาโมฆะ และจะเป็นการไม่ยุติธรรมกับทีมลิเวอร์พูล และยังมีทีมต่างๆที่อยากให้แข่งต่อเพราะด้วยฟอร์มการเล่นของทีมตัวเองอย่าง เลสเตอร์ ที่กำลังจะลุ่นได้ไป ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก หรืออย่างทีม เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ที่ได้จะมีลุ้นโควต้าฟุตถ้วยยุโรป หรือแม้แต่ทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เป็นทีมรักทีมแค้นกับลิเวอร์พูล ก็กำลังมีลุ้นได้ไปยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกเช่นกัน ทั้งนี้ก็ยังหาข้อสรุปกันต่อไปว่าจะออกมาเป็นอย่างไรแต่ถ้าให้คาดการณ์การโมฆะอาจจะเป็นไปได้ยากกว่า เพราะด้วยอะไรหลายๆอย่างหากได้โมฆะ แต่ทางออกสำหรับเรื่องนี้จะเป็นไปทางไหน บ้างก็ว่าให้หยุดรักษาการแพร่ระบาดก่อน แล้วค่อยกลับมาเตะกันต่อก็ไม่สายเพราะการรักษาใช้เวลาน่าจะแค่ 1 เดือนอย่างที่จีนได้ทำ หรือจะตัดจบเลยด้วยตารางคะแนนในปัจจุบันแต่ถึงอย่างงั้นคงไม่ดีแน่ถ้าได้ชูถ้วยแชมป์โดยไม่มีกองเชียร์เลยในสนาม

รวมสถานการณ์โควิด-19 ในพรีเมียร์ลีก วันที่ 13 มีนาคม 2563

จากเหตุการณ์ที่ มิเกล อาร์เตต้า กุนซือของ “ ปืนใหญ่ ” อาเซนอล นั้นได้ออกมาประกาศตัวว่าตนได้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้น ทำให้ทางพรีเมียร์ลีกเร่งจัดการประชุมเพื่อหามาตราการรับมือและหาทางออก               มิเกล อาร์เตต้า กุนซือของ “ ปืนใหญ่ ” อาเซนอล ก็ออกมาแสดงความคิดเห็นกับเรื่องนี้ว่า “นี่เป็นเรื่องที่น่าผิดหวังจริงๆ แต่ผมได้เข้ารับการตรวจหลังจากที่รู้สึกไม่ค่อยดี ผมจะกลับมาทำงานให้เร็วที่สุดทันทีที่ได้รับอนุญาต” และทางสโมสรเองก็ได้ทำการปิดศูนร์ฝึกซ้อม ลอนดอนโคลนี่ย์ แล้ว และเฝ้าดูอาการทั้งโค๊ชและสตาฟที่ใกล้ชิดอีกด้วย     ล่าสุดทางด้าน “ ทอฟฟี่สีน้ำเงิน ” เอฟเวอร์ตัน ก็ได้ออกมาประกาศให้ทางนักเตะและทีมงานสตาฟโค๊ชกักตัวแล้ว ซึ้งมีผลทำให้เกมที่จะเจอกับลิเวอร์พูลในศึกเมอร์ซี่ไซด์ ดาร์บี้แมต ที่ต้องเปิดบ้านรับการมาเยือนของลิเวอร์พูลในวันจันทร์ที่16 มีนาคม 2563 นี้ อาจมีอันจำเป็นต้องเลื่อนการเตะออกไป     ต่อมาทางเชลซี ได้ออกมาประกาศว่านักเตะดาวรุ่งตำแหน่งปีกอย่าง ฮัดสัน โอดอย ก็ได้ติดเชื้อโควิด-19 เป็นที่เรียบร้อยแล้วเช่นกันหลังแพทย์ด้วยพบ จากการมีอาการตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมานี้ ทั้งนี้ทางเซลซีจึงเริ่มมีมาตราการกักตัวทั้งนักเตะและสตาฟโค๊ชต่างๆ และปิดพื้นที่ศูนย์ฝึกซ้อมแล้วเช่นกัน   ทางด้านฮัดสัน โอดอย หลังจากที่ทราบอาการว่าตนได้รับเชื้อโควิด-19 ได้ออกมาเปิดใจหลังจากนั้นผ่านทางทวิตเตอร์ของตัวเองว่า “ ทุกคน อย่างที่พวกคุณคงทราบกันแล้วว่า ผมติดไวรัสในช่วง 2 วันที่ผ่านมาซึ่งผมได้พักฟื้นแล้ว ผมได้ทำตามคำแนะนำ และจะกักตัวเองเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ผมหวังว่า จะได้เจอกับทุกๆ คนในเร็วๆ นี้ และหวังว่า พวกเราะจะกลับมาลงสนามได้ในเร็วๆ นี้ ดูแลตัวเองกันด้วย ”  และโพสข้อความว่า “ ขอขอบคุณสำหรับความปรารถนาดีและทั้งหมดที่ผมพูดอยู่ในวิดีโอนี้ ผมยังรู้สึกดีและหวังว่าจะได้พบกันเร็ว ๆ นี้ !! ”   ก่อนหน้านี้กับทางทีมเลสเตอร์ ซิตี้ “จิ้งจอกสีน้ำเงิน” ก็ได้ออกมาประกาศว่ามีนักเตะภายในทีม มีอาการไข้หวัดถึง 3 คนและมีคำสั่งให้นักเตะดังกล่าวนั้นแยกตัวออกจากทีมก่อนเป็นเวลา 7 วันเพื่อเฝ้าดูอาการและป้องกันการแพร่กระจายของเชื่อไวรัสโควิด-19 เพื่อความปลอดภัยของเพื่อนร่วมทีมและทีมงานต่างๆอีกด้วย   ถึงอย่างไรก็ตามเบื้องต้นในแต่ละทีมเริ่มมีมาตรการในการต้องกักตัวเองออกมากันแล้วเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโควิด-19 แพร่กระจายไปมากกว่าเดิม ในระหว่างรอผลของการประชุมจากพรีเมียร์ลีก

ก่อนเกมศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ระหว่าง ลิเวอร์พูล ปะทะ แอตเลติโก มาดริด วันพุธที่ 11 มีนาคม 2563

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีม เลก 2 ลิเวอร์พูล ปะทะ แอตเลติโก มาดริด วันพุธที่ 11 มีนาคม 2563 เวลา 03:00 นาที สนาม แอนฟิลด์   11รายชื่อนักเตะที่คาดการณ์ ลิเวอร์พูล  : อาเดรียน - เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน - จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่, จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม - โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่, ซาดิโอ มาเน่ แอตเลติโก มาดริด  : ยาน โอบลัค - คีแรน ทริพเพียร์, สเตฟาน ซาวิช, เฟลิเป้, เรนาน โลดี้ - ซาอูล ญีเกซ, โธมัส ปาร์เตย์, โกเก้, ชูเอา เฟลิกซ์ - อังเคล กอร์เรอา, อัลบาโร่ โมราต้า   สกอล์ 5 นัดล่าสุดของ พอร์ทสมัธ ลิเวอร์พูล 2 - 1 บอร์นมัธ , ชนะ เชลซี 2 - 0 ลิเวอร์พูล , แพ้ วัตฟอร์ด 3 - 0 ลิเวอร์พูล , แพ้ ลิเวอร์พูล 3 - 2 เวสต์แฮม , ชนะ แอตเลติโก มาดริด 1 - 0 ลิเวอร์พูล , แพ้   สกอล์ 5 นัดล่าสุดของ อาร์เซนอล แอตเลติโก มาดริด 2 - 2 เซบีย่า , เสมอ แอร์ราเซเด อัสปัญญอล 1 - 1 แอตเลติโก มาดริด , เสมอ แอตเลติโก

หลังเกม ลิเวอร์พูล ปะทะ บอร์นมัธ วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม 2563 ในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

           ลิเวอร์พูล กลับมาเก็บ 3 แต้มในบ้านหลังจากที่แฟ้มา 4 นัดทั้งพรีเมียร์ลีก ยูฟ่าและเอฟเอคัพ เปิดเกมลิเวอร์พูลโดนบอร์นมัธยิงนำก่อน 1 ลูก ก่อนที่โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน่ ยิงคืนกันคนละลูก เก็บ 3 แต้ม หนีแมนซิตี้ 25 แต้มขอชนะอีกแค่ 3 นัด 9 แต้ม เพื่อเป็นแชมป์พลีเมียลีกในฤดูกาลนี้ปิดฉากการรอคอย 30 ปี ในวันเสาร์ที่ 7 มีนาคม 2563 ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ระหว่าง ลิเวอร์พูล อันดับหนึ่งของตาราง เปิดบ้าน พบกับ บอร์นมัธ อันดับที 18 ของตาราง ที่กำลังจะตกชั้น             ก่อนเกม คล็อป ผู้จัดการทีมของ ลิเวอร์พูล ได้จัดทีมที่ไม่มี 3 ตัวหลัก อลีสซง เบ็คเกอร์ , แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน และจอร์แดน เฮนเดอร์สัน แล้วส่ง เจมส์ มิลเนอร์ , อาเดรียน และ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ลงแทนด้วยแผน 4-4-3             ส่วนอีกฝั่ง บอร์มํธ ไม่ไม่ได้ส่ง โจชัว คิง เพราะมีอาการบาดเจ็บ และแฮร์รี่ วิลสัน ทียืมมาจากลิเวอร์พูล จึงส่ง จูเนียร์ สตานิ สลาส ลงมาเล่นริมแส้นแทนเพื่อช่วยแนวรุก และ คัลลัม วิลสัน ยืนหน้าเป้าด้วยแผนการ 4-1-4-1 รายชื่อนักเตะ ลิเวอร์พูล : อาเดรียน, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, เจมส์ มิลเนอร์, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, ฟาบินโญ่, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่ บอร์นมัธ : แอรอน แรมส์เดล, แจ็ค สเตซี่ย์, สตีฟ คุ้ก, นาธาน

พรีวิว เอฟเอ คัพ เลสเตอร์ ซิตี้ VS เบอร์มิงแฮม ซิตี้ วันพุธที่ 04 มีนาคม 2563 เวลา 02:45 นาที

เอฟเอ คัพ รอบ 16 ทีมสุดท้าย เลสเตอร์ ซิตี้ ปะทะ เบอร์มิงแฮม ซิตี้ วันพุธที่ 04 มีนาคม 2563 เวลา 02:45 นาที สนาม คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม   11 รายชื่อนักเตะที่คาดการณ์ เลสเตอร์ ซิตี้ : แดนนี่ วอร์ด - เจมส์ จัสติน, เวส มอร์แกน, ไรอัน เบนเน็ตต์, คริสเตียน ฟุคส์ - ฮัมซ่า เชาดรี้, วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ - เดมาไร เกรย์, อาโยเซ่ เปเรซ, มาร์ค อัลไบรท์ตัน - เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ เบอร์มิงแฮม ซิตี้ : ลี แคมป์ - มักซีม โกแล็ง, ฮาร์ลี ดีน, มาร์ค โรเบิร์ตส์, คริสเตียน เพเดอร์เซ่น - แดน คราวลี่ย์, เคร็ก การ์ดเนอร์, อีวาน ชุนยิช, จู๊ด เบลลิงแฮม - สกอตต์ โฮแกน, ลูคัส ยุตคีวิช   สกอล์ 5 นัดล่าสุดของ เลสเตอร์ ซิตี้ นอริช ซิตี้ 1-0 เลสเตอร์ ซิตี้ , พรีเมียร์ลีก , แพ้ เลสเตอร์ ซิตี้ 0-1แมนฯ ซิตี้ , พรีเมียร์ลีก , แพ้ วูล์ฟแฮมป์ตัน 0-0 เลสเตอร์ ซิตี้ , พรีเมียร์ลีก , เสมอ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-2 เชลซี , พรีเมียร์ลีก , เสมอ แอสตัน วิลล่า 2-1 เลสเตอร์ ซิตี้ , คาราบาว คัพ , แพ้ สกอล์ 5 นัดล่าสุดของ เบอร์มิงแฮม ซิตี้ ควีนส์ปาร์ค 2-2 เบอร์มิงแฮม

พรีวิว เอฟเอ คัฟ พอร์ทสมัธ VS อาร์เซน่อล วันจันทร์ที่ 02 มีนาคม 2563 เวลา 02:45 นาที

  เอฟเอ คัพ รอบ 16 ทีมสุดท้าย พอร์ทสมัธ VS อาร์เซน่อล วันจันทร์ที่ 02 มีนาคม 2563 เวลา 02:45 นาที สนาม แฟ็ตตัน พาร์ค 11รายชื่อนักเตะที่คาดการณ์ พอร์ทสมัธ : อเล็กซ์ บาสส์, เจมส์ โบลตัน, ฌอน แร็กเก็ตต์, คริสเตียน เบอร์เกสส์, ลี บราวน์, คาเมรอน แม็คกีฮาน, ทอม เนย์เลอร์, แอนดี้ แคนน่อน, โรแนน เคอร์ติส, ไรอัน วิลเลี่ยมส์, จอห์น มาควิส อาร์เซน่อล : เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ, ไอน์สลี่ย์ เมตแลนด์-ไนล์ส, ร็อบ โฮลดิ้ง, โซคราติส ปาปาสตาโตปูลอส, บูกาโย่ ซาก้า, ลูคัส ตอร์เรย์ร่า, ดานี่ เซบาญอส, รีสส์ เนลสัน, โจเซ็ป วิลล็อค, กาเบรียล มาร์ติเนลลี่, เอ็ดดี้ เอ็นเกเตียห์ 5 นัดล่าสุดของ พอร์ทสมัธ พอร์ทสมัธ 3 – 0 โรชเดล , ลีกวัน พอร์ทสมัธ 3 – 1 มิลดัน คีย์ ดอนส์ , ลีกวัน ฟรีทวูดทาวน์ 1 – 0 พอร์ทสมัธ , ลีกวัน พอร์ทสมัธ 3 – 2 เอ็กเซเตอร์ ซิตี้ , จอห์นสโตส์ เพนท์ โทรฟีร์(รอบรองชนะเลิศ) พอร์ทสมัธ 2 – 0 ชรูว์สบิวรี่ ทาว์น  , ลีกวัน 5 นัดล่าสุดของ อาร์เซนอล อาร์เซนอล 1 – 2 โอลิมเปียกอส , ยูโรป้า อาร์เซนอล 3 – 2 เอฟเวอร์ตัน , พรีเมียร์ ลีก โอลิมเปียกอส 0 – 1 อาร์เซนอล , ยูโรป้า อาร์เซนอล 4 –